ข่าว

วุ่น!ฉีกบัตร'ประชามติ'เพียบอ้างเข้าใจผิด

วุ่น!ฉีกบัตร'ประชามติ'เพียบอ้างเข้าใจผิด

07 ส.ค. 2559

ผบช.น.แจงภาพรวมลงประชามติ กทม.ครึ่งวันฉีกบัตร 3 ราย ส่วนต่างจังหวัดพบฉีกบัตรเพียบ

               เวลา 11.30 น. วันที่ 7 ส.ค.59 พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวถึงภาพรวมการลงประชามติในพื้นที่ กทม. ว่า จนถึงขณะนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี มีเพียงปัญหาเรื่องการฉีกบัตรจำนวน 3 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่สำคัญผิดเข้าใจว่า รอยประในบัตรนั้นต้องฉีก ซึ่งตรงนี้จะได้หารือทำหนังสือถึงคณะกรรมการเลือกตั้งว่า จะให้ความเห็นร้องทุกข์กล่าวโทษตาม พ.ร.บ.ประชามติหรือไม่
               ขณะที่เมื่อคืนที่ผ่านมา พบเหตุจัดเลี้ยงซึ่งกฎหมายไม่อนุญาตทั้งหมด 6 คดี ในพื้นที่ สน.พญาไท 3 คดี สน.ชนะสงคราม 2 คดี และ สน.ภาษีเจริญ 1 คดี จากการตรวจสอบพบว่า น่าจะเป็นการทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากเข้าใจผิดว่า สามารถจัดเลี้ยงได้ แต่ตามกฎหมายไม่อนุญาตตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 6 ส.ค. ถึง 24.00 น. ของวันที่ 7 ส.ค. ซึ่งก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

วุ่น!ฉีกบัตร'ประชามติ'เพียบอ้างเข้าใจผิด บางนา - สาวใหญ่ฉีกบัตรลงประชามติ
               เวลา 10.30 น. พ.ต.ท.สายชล หงษ์สุวรรณ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.บางนา รับแจ้งว่ามีผู้ฉีกบัตรออกเสียงลงประชามติภายในเขตเลือกตั้งที่ 101 วัดศรีเอี่ยม ถนนบางนาตราด แขวงและเขตบางนา กทม. จึงรายงาน พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก.น.5 ให้ทราบก่อนเดินทางมาสอบสวนที่ สน.บางนา
               พล.ต.ต.สมประสงค์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับรายงานกรณีดังกล่าวจึงเดินทางมาสอบสวนผู้ฉีกบัตรด้วยตนเอง โดยทราบชื่อผู้ฉีกบัตรคือ นางมลฤดี อ่ำสกุล อายุ 54 ปี อาชีพแม่บ้าน สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เวลาประมาณ 08.50 น. ที่ผ่านมาได้เดินทางไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงประชามติที่เขตเลือกตั้งดังกล่าว เมื่อได้บัตรลงคะแนนเสียง สังเกตเห็นรอยประระหว่างกลางของบัตรและสองส่วนนั้นมีสีที่แตกต่างกัน จึงเข้าใจว่าให้ฉีกออกเป็นสองส่วน เมื่อฉีกแล้วได้นำบัตรไปสอบถามเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยว่าแต่ละส่วนของบัตรที่ฉีกจะนำไปหย่อนกล่องใด เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบว่าไม่สามารถฉีกบัตรแบ่งส่วนได้ จึงทำการควบคุมตัวมาสอบสวนดังกล่าว
               พล.ต.ต.สมประสงค์ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะทำหนังสือถึงเขตบางนาและประสานไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อตรวจสอบว่ามีความผิดเข้าข่าย ตาม พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ หรือไม่ หากพบว่าเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.นั้นมีโทษความผิดจำคุก 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ปทุมธานี - หญิงสูงอายุ-พ่อเฒ่าวัย 77 ปีฉีกบัตรลงคะแนน ประธานกกต.ลงพื้นที่

               เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 7 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยลงคะแนนประชามติ ว่ามีประชาชนมาลงประชามติแล้วฉีกบัตร ที่หน่วยลงคะแนนออกเสียงประชามติที่ 20 หมู่ 2 ตำบลคูคต เขตเทศบาลลำสามแก้ว อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี บริเวณเต็นท์สวนสาธารณะ 2 หมู่บ้านพฤกษา 20 เมื่อไปถึงพบ นายสมิทธิ์ โกศลานันท์ อายุ 77 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/2 149 หมู่ 2 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ได้ฉีกบัตรลงคะแนน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต จึงได้นำตัวไปสอบสวนเพิ่มเติม
               จากการสอบถาม นายสมิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้กากบาทเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นได้ฉีกบัตรแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งได้ใส่ลงหีบบัตร และอีกส่วนหนึ่งไม่รู้จะเอาไปไว้ที่กล่องไหน จึงได้สอบถามเจ้าหน้าที่หน่วย จากทางนี้ก็โดนเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวมาโรงพัก ส่วนสาเหตุเพราะตนไม่เข้าใจ และไม่มีเจตนาฉีกบัตรดังกล่าว เท่าที่ผ่านมา มีการหย่อนบัตรลงหีบใส่บัตร 2 กล่อง
               เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต ได้แจ้งข้อกล่าวหา ฉีกทำลายบัตรลงคะแนน จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
               อีกราย เวลา 11.00 น. ร.ต.อ.นิติพงษ์ มีคำ ร้อยเวร (สอบสวน) สภ.สวนพริกไทย ได้รับแจ้งมีผู้มาออกเสียงลงประชามติฉีกบัตรออกเสียงลงประชามติ ที่หน่วยออกเสียงประชามติที่ 6 ม.5 ต.สวนพริกไทย อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.สวนพริกไทยทราบชื่อ นางสาวยุลี วรรณเพ็ญ อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24/3 ม.5 ต.สวนพริกไทย อ.เมือง จ.ปทุมธานี
               จากการสอบถามนางสาวกรรณิกา ตันสกุล ผอ.ประจำหน่วยออกเสียงประชามติ กล่าวว่า เมื่อเวลา 08.05 น.หลังจากที่ทางหน่วยออกเสียงประชามติเปิดให้ออกเสียงได้แล้วนั้น มีประชาชนทยอยมาออกเสียงลงประชามติกันอย่างต่อเนื่อง เมื่ือนางสาวยุลี เดินทางมาถึงและรับบัตรแล้ว นางสาวยุลี ได้เข้าคูหาจากนั้นนำบัตรออกเสียงไปที่กล่อง และฉีกบัตรออกเป็น 2 ส่วน เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปควบคุมตัว เมื่อสอบถามนางสาวยุลี บอกว่าคิดว่าฉีกได้เหมือนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และไม่รู้ว่าผิดกฎหมาย
               ด้าน นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เดินทางมาเยี่ยมหน่วยออกเสียงประชามติ ที่เทศบาลเมืองท่าโขลง และหน่วยเลือกตั้ง รร.ปทุมวิไล ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนต่างมาใช้สิทธิ ที่หน่วยออกเสียงประชามติ เทศบาลเมืองท่าโขลง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี กันอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยออกเสียงประชามติ เปิดหีบหย่อนบัตรออกเสียงประชามติ เหตุการณ์โดยทั่วไปปกติ

               จ.ปทุมธานีมี 7 อำเภอ จำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ จำนวน 837,614 คน จำนวนหน่วยออกเสียงประชามติ 1,140 หน่วย รวมทั้งนอกเขตอีก 8 หน่วย สำหรับจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียง อ.คลองหลวง 173,481 คน จำนวน 274 หน่วย โดยเขตพื้นที่เทศบาลเมืองท่าโขลง มีจำนวนหน่วยออกเสียง 71 หน่วย จำนวนผู้มีสิทธิออกเสียง 55,575 คน รวมทั้งนอกเขตอีก 8 หน่วย มีผู้ใช้สิทธิลงทะเบียนไว้ 6,550 คน ส่วนใหญ่เป็นพนักงานของบริษัทต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี

วุ่น!ฉีกบัตร'ประชามติ'เพียบอ้างเข้าใจผิด อ่างทอง - ลุงวัย 56 ปีฉีกบัตรประชามติ อ้างเข้าใจผิด

               เวลา 10.30 น. นายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วย นายครรชิตเจริญอินทร์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งจังหวัดอ่างทอง พ.ต.อ.บรรพต เวียงนท์ รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง และว่าที่ร้อยโทอรรถชล ทรัพย์ทวี นายอำเภอสามโก้ ได้เดินทางไปยังหน่วยลงประชามติ ศูนย์การเรียนรู้ประจำหมู่บ้าน หมู่ 9 ต.สามโก้ อ.สามโก้ จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งมีเหตุฉีกบัตรลงประชามติ เมื่อเดินทางไปถึงพบผู้ที่ก่อเหตุฉีกบัตรดังกล่าวคือ นายมณี สิทธิ์น้อย อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 265 หมู่ 9 ต.สามโก้ อ.สามโก้ จ.อ่างทอง
               จากการสอบถามนายมณี กล่าวว่า สาเหตุที่ฉีกบัตรออกเป็น 2 ส่วนนั้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้บัตรเสียแต่อย่างใด แต่เข้าใจผิดคิดว่าต้องฉีกบัตรออกเป็น 2 ส่วน เนื่องจากที่บัตรมีรอยประที่แบ่งออกเป็น 2 สีอย่างชัดเจน จึงฉีกออกเป็น 2 ส่วน เพื่อจะแยกไปหย่อนใส่กล่องตามปกติ ไม่คิดเลยว่าสิ่งที่เข้าใจนั้นจะทำให้บัตรลงประชามติของตนเป็นบัตรเสีย
               ด้านนายวีร์รวุทธ์ กล่าวว่า ได้รับการรายงานจากอำเภอเกี่ยวกับกรณีการฉีกบัตรดังกล่าว โดยเกิดขึ้นเมื่อเวลา 08.50 น. จึงเดินทางมาตรวจสอบพร้อมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยลงประชามติ ทราบว่า หลังจากที่นายมณี เข้าคูหาลงประชามติแล้ว ระหว่างที่เดินมาหย่อนบัตรลงในกล่อง สังเกตเห็นว่ามีการหย่อนบัตร 2 ครั้ง ตอนแรกเข้าใจว่านายมณี นั้นหย่อนบัตรประชาชนลงไปด้วย จึงเดินไปสอบถาม แต่กลับพบว่าบัตรที่นายมณี หย่อนลงไปนั้น เป็นบัตรลงประชามติของนายมณี ที่ทางเจ้าหน้าที่ให้ไป แต่นายมณี เห็นว่าในบัตรมีรอยประแบ่งเป็น 2 ครึ่ง 2 สีอย่างชัดเจน ก็เข้าใจว่าให้ฉีกตามรอยประ จึงได้ฉีกบัตรก่อนที่จะมาหย่อนลงในกล่อง ซึ่งเบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่ทำบันทึกคำให้การเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวไว้แล้ว ส่วนบัตรที่หย่อนลงไปแล้วนั้น ยังไม่สามารถนำออกมาตรวจสอบได้ เนื่องจากต้องรอให้มีการปิดหีบก่อนถึงจะนำบัตรออกมาได้ อย่างไรก็ตาม จะต้องดำเนินคดีตามกฏหมาย ถึงแม้ว่านายมณี จะอ้างว่าไม่รู้และป่วย เนื่องจากผ่าสมองมาก็ตาม

นครสวรรค์ - จับฉีกบัตร 2 ราย
               เวลา 09.20 น. พ.ต.อ.สุกฤษฎิ์ บุญทรง รอง ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ รักษาการในตำแหน่ง ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ฉีกบัตรลงประชามติที่หน่วยออกเสียงลงประชามติที่ 84 หมู่ 10 ต.นครสวรรค์ตก จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ภวัต คำสัตย์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครสวรรค์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธวัฒ ลิ้นจี่ สวป. และ พ.ต.ท.ไตรัตน์ สุขเอม สวป. ร่วมกันควบคุมตัวผู้ฉีกบัตรมาดำเนินคดี คือนายไพบูลย์ ศุภรัตน์ อายุ 54 ปี พร้อมของกลาง บัตรออกเสียงลงประชามติจำนวน 1 ฉบับที่อยู่ในสภาพขาดกลาง จึงตั้งข้อกล่าวหา ทำลายบัตรที่มีไว้ออกเสียงลงประชามติโดยไม่มีอำนาจ แต่นายไพบูลย์ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ฉีกบัตร เพียงแต่จะแยกบัตรออกเป็นสองส่วนตามที่ให้มีการกากบาทหลังจากกากบาทแล้วเพื่อใส่ลงในหีบบัตร 
               อีกรายหนึ่งเหตุเกิดที่ ต.หนองยาว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ฉีกบัตรชื่อ นายหงิด คล้ายแป้น อายุ 76 ปี จากการตรวจสอบในตัวของนายหงิด พบบัตรประจำตัวผู้ป่วย รพ.จิตเวชนครสวรรค์ราชนครินทร์ คาดว่านายหงิดอาจเป็นผู้ที่มีความผิดปกติทางจิต ประกอบกับอายุมากแล้ว อาจเข้าใจผิดในการกากบาทแล้วจะแยกส่วนของบัตรก่อนหย่อนลงหีบบัตร แต่ก็ถูกดำเนินคดีในข้อหาทำลายบัตรฯเช่นเดียวกัน

ชลบุรี - ยายวัย 70 ปี ฉีกบัตรลงประชามติ

               เมื่อเวลา 11.00 น. นายวรญาณ บุญณราช นายอำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากนางอังคณา รังสิมันต์สกุล ผู้อำนวยการหน่วยลงคะแนนออกเสียงลงประชามติที่ 40 หมู่ 7 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา ว่า เกิดเหตุการณ์ผู้ฉีกบัตรลงประชามติ จึงเดินทางไปตรวจสอบพบ นางแวว ยอดขาว อายุ 70 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอยู่ในคูหาลงคะแนน นายวรญาณ จึงได้เชิญตัวออกมาแล้วสอบถามทราบว่า ที่ฉีกบัตรลงประชามติเพราะไม่รู้ เห็นว่ามีรอยประและมีสองสี จึงคิดว่าต้องฉีกบัตรเพื่อแบ่งบัตรไปลงคะแนนสองตู้ ตนจึงฉีกบัตรดังกล่าว
               ด้านนางบุญฑริก ทวีพัฒน์ อายุ 50 ปี บุตรสาวของนางแวว กล่าวว่า ปกติจะพาแม่มาลงคะแนนเลือกตั้งทุกครั้ง และทุกครั้งแม่ก็ไม่เคยฉีกบัตรอย่างนี้ โดยแม่ไม่เคยสนใจเรื่องการเมืองเลย อยู่บ้านทำแต่งาน ไม่ได้ดูทีวีอีกด้วย
               ขณะที่นายวรญาณ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้นางอังคณา รังสิมันต์สกุล ผู้อำนวยการหน่วย ตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งทราบว่าได้ให้นางแววลงคะแนนใหม่อีกครั้ง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีราชา ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

เพชรบูรณ์ - จับครูฉีกบัตรที่หล่มสัก

               การออกเสียงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงที่ จ.เพชรบูรณ์ มีการกระทำผิดกฎหมายการออกเสียงประชามติแล้ว 1 ราย โดยนายวินัย บุญจีน ครูชำนาญการ รร.บ้านห้วยระหงส์ สังกัด สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2 ไปใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงที่หน่วยออกเสียงที่ 3 ต.บ้านติ้ว อ.หล่มสัก หลังเข้าคูหาและลงคะแนนเรียบร้อยแล้ว เกิดความเข้าใจผิดฉีกบัตรออกเสียงแยกออกเป็น 2 ส่วน ระหว่างส่วนที่ลงคะแนนรับ/ไม่รับร่างฯ และส่วนที่เป็นคำถามพ่วงออก
               จากนั้นนำไปหย่อนลงในหีบบัตร กระทั่งคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงที่ทำหน้าที่ควบคุมหีบบัตรลงคะแนนสังเกตเห็น จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัย ควบคุมตัวไปแจ้งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านติ้ว เพื่อให้ดำเนินคดี
               ต่อมามีรายงานว่า พล.ต.ต.สัณห์ โพธิ์รักษา ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ เดินทางไปที่ สภ.บ้านติ้ว เพื่อตรวจสอบ พร้อมรับฟังรายงานจาก พ.ต.อ.ฐิติภัทร อินทรรักษ์ ผกก. และ พ.ต.ท.สุรวิชย์ ชัยสิทธิ์ รอง ผกก.ป.สภ.บ้านติ้ว จากนั้นได้สอบปากคำนายวินัยด้วยตนเอง

วุ่น!ฉีกบัตร'ประชามติ'เพียบอ้างเข้าใจผิด ตาก - สาวปกาเกอะญอ ฉีกบัตรประชามติ อ้างกาไม่เป็น

               เมื่อ 7 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าสองยาง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ได้ควบคุมตัวนางสาวรัตนาภรณ์ เจนจบเอี่ยมลออ อายุ 21 ปี หลังจากนางสาวรัตนาภรณ์ ไปใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติ ที่หน่วยออกเสียงที่ 26 รร.แม่สลิดหลวงวิทยา หมู่ที่ 2 โดยหลังจากรับออกเสียงประชามติไปแล้ว นางสาวรัตนาภรณ์ได้ฉีกบัตร ออกเป็น 2 ส่วน
               เมื่อเจ้าหน้าที่พบจึงเข้าไปสอบถาม โดยนางสาวรัตนาภรณ์ให้เหตุผลว่า ไม่รู้ว่าจะกาอย่างไร จึงฉีกบัตร ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำหน่วย ได้ควบคุมตัวเพื่อสอบปากคำ และหากมีความผิด หรือเจตนา จะต้องถูกดำเนินคดี สำหรับนางรัตนาภรณ์นั้นเป็นบุคคลพื้นที่สูง เชื้อสายกะเหรี่ยง ปกาเกอะญอ

เชียงราย - ฉีกบัตรลงประชามติ อีกรายเป็นลมตายก่อนใช้สิทธิ

               ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 2 บ้านเทอดไทย ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ได้มีประชาชนมาใช้สิทธิลงประชามติอย่างต่อเนืีองตั้งแต่เริ่มเปิดหีบเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา จนกระทั่งช่วงเวลาประมาณ 11.30 น.ได้มีชายทราบชื่อคือ นายส่างวี้ จันต๊ะผล อายุ 81 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่1 ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ได้มาใช้สิทธิ เหมือนคนอื่นๆ แต่เนื่องจากเป็นผู้สูงอายุ หูไม่ดี ตามองไม่ค่อยเห็นจึงเข้าใจผิดว่าเมื่อกากบาทแล้วต้องฉีกตามรอยพับท่อนบนและล่างแล้วจึงหย่อนลงหีบบัตร จึงได้ฉีกส่วนบนและส่วนล่างออกจากกัน โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกเรื่องดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว และจะมีการเรียกมาสอบสวนอีกครั้ง
               ด้าน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย นายแก้ว บัวคลี่ อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 หมู่ที่ 11 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ได้เดินทางมาใช้สิทธิลงประชามติ ที่หน่วยออกเสียงประชามติ หมู่ 11 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และเกิดอาการหน้ามืดเป็นลมล้มภายในหน่วยออกเสียงลงประชามติ ทางญาติและเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยได้เข้าช่วยเหลือและนำกลับไปที่บ้านพัก ซึ่งนายแก้วได้เสียชีวิตที่บ้านพักในเวลาต่อมา

วุ่น!ฉีกบัตร'ประชามติ'เพียบอ้างเข้าใจผิด พิษณุโลก - คุมหนุ่มใหญ่ฉีกบัตร

               เวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 8 หมู่ที่ 8 ต.มะขาม อ.เมือง จ.พิษณุโลก นำตัวชาวบ้านบ้านมะขามสูง ชายอายุประมาณ 45 ปี ผู้ที่ไปใช้สิทธิในการออกเสียงประชามติ แล้วเข้าใจว่าต้องฉีกบัตรเป็น 2 ชิ้น มาทำการสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก โดยมี พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ได้ประสานงานนายวัฒนา ช่วยพยุง ผอ.กกต.พิษณุโลก มาร่วมทำการสอบสวน เพื่อดูเจตนา ก่อนที่ดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป
               เบื้องต้นทราบว่าผู้ไปใช้สิทธิได้ใช้สิทธิและมีการฉีกบัตร ก่อนหย่อนลงไปในหีบบัตร และเดินทางกลับไปที่บ้าน ก่อนจะถามกับภรรยาถึงการฉีกบัตร ซึ่งได้รับคำตอบว่าไม่สามารถฉีกบัตรได้ จึงย้อนกลับมาแจ้งเจ้าหน้าที่ จึงถูกคุมตัวมาสอบสวน เบื้องต้นไม่มีเจตนา

นครปฐม - พบความผิดบัตรลงประชามติฉีกบัตรแล้ว 3 ราย

               ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการออกไปใช้สิทธิออกเสียงลงประชามติของชาวจังหวัดนครปฐมตั้งแต่เวลา 08.00 น. มีทั้งคึกคักและเงียบเหงาในบางหน่วยของแต่ละพื้นที่ โดยมีประชาชนที่ออกไปใช้สิทธิบางรายไม่ทราบว่าเกิดความตื่นเต้นหรือประหม่า จึงเกิดปัญหาการฉีกบัตรขึ้นถึง 3 รายใน 3 อำเภอ คือ อ.สามพราน อ.บางเลน และ อ.เมืองนครปฐม
               ทั้งนี้ จากรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ที่ อ.สามพราน เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น.วันที่ 7 ส.ค. น.ส.จารุวรรณ ภู่พูลเพียร อายุ 35 ปี ผู้อำนวยการประจำหน่วยเลือกตั้ง ที่ 4 ต.สามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม ตั้งอยู่สโมสรดาวเงินภายใน รร.นรต. ได้เข้าพบ ร.ต.อ.รัตนชัย หงส์ศุภางค์พันธ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.สามพราน และ พ.ต.ท.เจริญศักดิ์ รัตนชงค์ รอง ผกก.(สอบสวน) หัวหน้างานสอบสวน สภ.สามพราน เพื่อให้ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ กรณีมีการนำบัตรออกเสียงลงประชามติออกไปนอกหน่วยเลือกตั้งแล้วมีการฉีกทำลายบัตร
               โดย น.ส.จารุวรรณ แจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น.ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ม.7 ต.สามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม ตั้งอยู่ สโมสรดาวเงิน รร.นรต. ได้มี พ.ต.ต.พลกฤต เมฆสุพล อายุ 49 ปี นายตำรวจสังกัด รร.นรต.ไปใช้สิทธิลงคะแนนประชามติ จากนั้นได้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนต่อ น.ส.สิริกร จรดล เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยที่มีหน้าที่จ่ายบัตรลงคะแนน แล้ว น.ส.สิริกร ได้มอบบัตรลงคะแนนให้ไป พร้อมกับบัตรประจำตัวประชาชนคืนไป แต่ พ.ต.ต.พลกฤต อ้างว่าเข้าใจว่าเป็นบัตรประจำตัวประชาชนอย่างเดียว จึงได้ใส่ไปในกระเป๋ากางเกงแล้วขอรับบัตรลงคะแนนใหม่อีก 1 ใบ น.ส.สิริกร จึงได้ฉีกบัตรลงคะแนนให้ พ.ต.ต.พลกฤต ไปอีก 1 ใบ
               ต่อมาเมื่อมีผู้อื่นมาใช้สิทธิ์ต่อจาก พ.ต.ต.พลกฤต ทำให้เลขที่บัตรไม่ตรงตามความจริง น.ส.สิริกร จึงได้แจ้งให้ น.ส.จารุวรรณ ผอ.ประจำหน่วยออกเสียงดังกล่าวทราบ ระหว่างตรวจสอบ พ.ต.ต.พลกฤต ได้ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาจึงได้เรียกสอบถาม พ.ต.ต.พลกฤต จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์ กลับไปดูที่บ้านพบว่าภรรยาจะนำกางเกงตัวที่ใส่ลงคะแนนไปซักแล้ว และเมื่อล้วงกระเป๋าออกมาพบบัตรลงคะแนน แต่ไม่ได้ดู และได้ทำการฉีกจนเสียหายพร้อมกับได้นำบัตรลงคะแนนที่เสียหายมามอบให้ น.ส.จารุวรรณ โดย น.ส.จารุวรรณ ได้ปรึกษากับคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐมแล้ว และให้ น.ส.จารุวรรณ มาแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ พ.ต.ต.พลกฤต และ น.ส.สิริกร ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
               รายที่ 2 สภ.เมืองนครปฐม เวลาประมาณ 09.00 น. ได้มี น.ส.ปุณยานันท์ ปิยะพงศ์ธนา อายุ 35 ปี ผู้อำนวยการประจำหน่วยออกเสียงประชามติที่ 3 หมู่ 3 และหมู่ 9 ต.พระประโทน อ.เมือง จ.นครปฐม เข้าพบ พ.ต.ท.ปิยะพงศ์ กล้วยไม้ รอง ผกก.(สอบสวน) หัวหน้างานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม เพื่อให้สอบสวนดำเนินคดีผู้กระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2559 เนื่องด้วย เวลาประมาณ 09.15 น. ที่หน่วยออกเสียงประชามติที่ 3 ม.3 และ ม.9 ต.พระประโทน อ.เมือง จ.นครปฐม ได้มี นายศุภเวช คงสวัสดิ์ อายุ 84 ปี อยู่บ้านเลขที่ 164 ม.3 ต.พระประโทณ อ.เมือง จ.นครปฐม ไปใช้สิทธิลงคะแนนร่างประชามติ ซึ่งได้มาใช้สิทธิออกเสียงลงประชามติ โดยได้รับบัตรลงประชามติ และเข้าไปในคูหาได้ทำเครื่องหมายลงประชามติเสร็จแล้ว แต่ขณะที่กำลังหย่อนบัตรลงประชามติลงในหีบบัตร นายศุภเวช ได้ฉีกบัตรลงประชามติขาดเป็น 2 ส่วนแล้วหย่อนบัตรลงไปในหีบ
               เจ้าหน้าที่จึงได้ควบตัวไว้แจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ ซึ่งจากเหตุดังกล่าว หลังได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วย พ.ต.อ.ไพฑูรย์ พิทักษ์ธรรม ผกก.สภ.เมืองนครปฐม จึงไปตรวจสอบแล้วรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบว่า เนื่องจากผู้กระทำเป็นผู้สูงอายุ และเห็นรอยปรุที่บัตรจึงอาจเข้าใจผิดฉีกบัตรก่อนหย่อนใส่หีบ อาจไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ก่อความวุ่นวายทางการเมือง แต่ด้วยเป็นความผิด ทางผู้อำนวยการประจำหน่วยออกเสียงประชามติ จึงได้มาแจ้งความให้ดำเนินคดีต่อไป
               รายที่ 3 เมื่อเวลาประมาณ 11.25 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยออกเสียงประชามติ หน่วยที่ 7 หมู่ 9 ต.บางเลน อ.บางเลน จ.นครปฐม ได้ ควบคุมตัว นายทวีศักดิ์ เพ็งโตวงษ์ อายุ 75 ปี อยู่บ้านเลขที่ 166 ม.9 ต.บางเลน อ.บางเลน จ.นครปฐม ซึ่งมาใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามติ ที่หน่วยออกเสียงประชามติ หน่วยที่ 7 หมู่ 9 ต.บางเลน อ.บางเลน จ.นครปฐม เมื่อได้แสดงตัวและบัตรประชาชนต่อเจ้าหน้าที่และได้รับบัตรออกเสียงเข้าคูหาเพื่อออกเสียงประชามติ เมื่อได้ลงคะแนนออกเสียงประชามติเสร็จแล้ว นายทวีศักดิ์ ได้ฉีกบัตรออกเป็น 2 ส่วน โดยเข้าใจว่าต้องฉีกบัตรออกเป็น 2 ส่วน เสร็จแล้วได้หย่อนบัตรลงคะแนนออกเสียงประชามติสีชมพูลงกล่อง ขณะที่จะหย่อนบัตรลงคะแนนออกเสียงประชามติสีฟ้า เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเห็นเหตุการณ์ จึงนำตัวส่ง พ.ต.ท.จินดา ตาทองศรี รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บางเลน ดำเนินคดีต่อไป

วุ่น!ฉีกบัตร'ประชามติ'เพียบอ้างเข้าใจผิด กำแพงเพชร - ลุงวัย 60 ปีฉีกบัตร
               เวลา 13.33 น. พ.ต.อ.สมบูรณ์ พวงมาลัย ผกก.สภ.โกสัมพีนคร พ.ต.ท.บุญยัง บุญเอี่ยม พนักงานสอบสวน สภ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร ได้รับแจ้งมีเหตุฉีกบัตรขึ้นที่หน่วยออกเสียงประชามติหน่วยที่ 25 หมู่ที่ 20 บ้านคลองแตงโม ต.โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ
               พบนายยศญ์ นาคสังข์อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/1 หมู่ที่ 20 ต.โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้พร้อมของกลางบัตรออกเสียงประชามติที่มีร่องรอยฉีกขาดเป็น 2 ส่วน ซึ่งได้นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.โกสัมพีนคร
               เบื้องต้นนายยศญ์ให้การว่า เกิดมาไม่เคยใช้สิทธิในการเลือกตั้ง วันนี้เดินทางไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ เนื่องจากผู้ใหญ่บ้านได้ประชาสัมพันธ์ขอให้ไปใช้สิทธิออกเสียงในการลงประชามติในครั้งนี้หลังจากได้ยื่นบัตรประชาชนให้กับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย และพิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จแล้วก็รับบัตรออกเสียงประชามติเข้าคูหา หลังจากเข้าคูหาก็เห็นว่าใบออกเสียงประชามตินั้นเป็น 2 สี จึงคิดว่ามีสองส่วน หลังจากที่ได้กาใช้สิทธิไปแล้วก็ได้จับบัตรฉีกแยกเป็น 2 ส่วน เพื่อที่จะนำบัตรใส่ที่กล่องรับบัตรอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เห็นว่าเป็นผู้ที่ทำบัตรชำรุด จึงได้ควบคุมตัวและส่งให้พนักงานสอบสวนไปดำเนินคดี
               อย่างไรก็ตาม นายยศญ์ให้การว่า ไม่รู้หนังสือ อ่านเขียนไม่ออก จึงไม่ทราบว่าในใบลงประชามตินั้น แค่กาใช้สิทธิเท่านั้น การฉีกบัตรครั้งนี้เกิดขึ้นจากรู้เท่าไม่ถึงการณ์
               นายณัฐภูมิ สุภาวิทย์ พนักงานสืบสวนสอบสวน คณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกำแพงเพชร ได้รับแจ้งจากหน่วยออกเสียงประชามติและได้เดินทางมาตรวจสอบข้อเท็จจริงและจะรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับ กกต.กลางทราบต่อไป

ศรีสะเกษ - หญิงชราฉีกบัตร เข้าใจผิดคิดว่าต้องฉีกเป็นสองส่วน
               เมื่อเวลา 13.00 น. ที่หน่วยลงประชามติ หน่วยที่ 27 วัดหนองตะมะ ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วย ได้วิทยุแจ้งด่วนไปยัง พ.ต.อ.อัยรัช ชิณประยูร ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ ว่ามีผู้มีสิทธิลงประชามติ ทำการฉีกบัตรลงประชามติออกเป็น 2 ส่วนแยกตามสี พ.ต.อ.อัยรัชจึงรุดไปตรวจสอบ พบเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยควบคุมตัว น.ส.แต๋ว ปัตถา อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ที่ 7 ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พร้อมหลักฐานบัตรออกเสียงลงประชามติที่ถูกฉีกออกเป็น 2 ชิ้น จึงควบคุมตัวมาสอบปากคำ ที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ
               น.ส.แต๋ว ให้การว่า เมื่อช่วงใกล้เที่ยงของวันนี้ ได้เดินทางไปยังหน่วยลงประชามติที่หน่วย 27 ตั้งอยู่ที่วัดหนองตะมะ เมื่อไปถึงได้แสดงบัตรและนำบัตรลงประชามติ ซึ่งแบ่งออกเป็นสองสีสองส่วนอย่างชัดเจน หลังจากลงประชามติแล้วก็ทำการฉีกตามรอยแบ่งสีบัตร เพื่อนำมาหย่อนลงหีบบัตร เมื่อเจ้าหน้าที่พบเห็นได้ทักท้วงว่า ฉีกบัตรทำไม ผิดกฎหมาย ตนกลัวมาก เพราะไม่รู้มาก่อนว่า ห้ามฉีกบัตรออกจากกัน เพราะเห็นว่าเป็นการลงประชามติสองส่วนและแบ่งแยกสีชัดเจนจึงฉีกออก ไม่ได้มีเจตนาใดๆ ทั้งสิ้น
               พ.ต.ต.ยุทธนา ดวงกล้า สารวัตรเวรสอบสวน ทำการสอบสวนนางสาวแต๋ว และลงบันทึกปากคำ พร้อมได้หารือไปยัง กกต.จังหวัดศรีสะเกษ ว่าหากไม่มีเจตนาในการฉีกบัตร ก็ไม่น่าที่จะมีความผิดกฎหมายการลงประชามติ จึงได้ปล่อยตัวไปก่อน แต่หาก กกต.ส่วนกลางเรียกให้มาให้ปากคำ หรือดำเนินการเอาผิดเช่นไร เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะได้ดำเนินการตามคำสั่งต่อไป

วุ่น!ฉีกบัตร'ประชามติ'เพียบอ้างเข้าใจผิด กาญจนบุรี - ยายวัย 89 ปี ฉีกบัตร เหตุเข้าใจผิดรอยประแบ่ง 2 ส่วน

               เวลา 10.00 น. พ.ต.อ.ทศพร ปทุมยา ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจาก ด.ต.อานุภาพ บุญน้อม ผบ.หมู่ (ป.) สภ.เมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยออกเสียงประชามติที่ 8 โรงอาหารวัดถ้ำมังกรทอง หมู่ 8 ต.เกาะสำโรง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ว่ามีหญิงชราฉีกบัตรออกเสียงประชามติ และได้คุมตัวเอาไว้แล้ว จึงสั่งการให้หน่วยเคลื่อนที่เร็วนำโดย พ.ต.ท.พิษณุ เฉิดโฉม สวป.สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมกำลัง เดินทางไปรับตัวหญิงชราคนดังกล่าวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ กกต.จังหวัดกาญจนบุรี ทราบเพื่อร่วมสอบสวน 
               โดยมีนางมัลลิกา สพประสงค์ อายุ 65 ปี ลูกสาว เมื่อทราบข่าวจึงรีบเดินทางมาที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ที่ร่วมสอบปากคำประกอบด้วย นายวิฑูรย์ วงษ์ปัญญา หัวหน้างานสืบสวนสอบสวน สำนักงาน กกต.จังหวัดกาญจนบุรี นายสุภณ จุณอนันต์ธรรม ปลัดอาวุโส อ.เมืองกาญจนบุรี และนายสมศักดิ์ สนธิวัฒน ผู้ใหญ่บ้าน ประจำหน่วยออกเสียงประชามติ ส่วนคุณยายที่ฉีกบัตรทราบชื่อคือ นางเมือง หนุนภักดี อายุ 89 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 7 ต.เกาะสำโรง อ.เมือง จ. กาญจนบุรี ข้าราชการบำนาญ โดยนางเมือง บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าสาเหตุที่ฉีกบัตรลงประชามติ เนื่องจากบัตรลงประชามติมี 2 สี 2 ส่วน ที่ต้องกากบาทเลือกเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ด้วยความเข้าใจผิดจึงฉีกบัตรออกมาแล้วกากบาทลงในช่องให้เลือกทั้ง 2 ส่วน ขณะกำลังนำมาหย่อนใส่ลงไปในกล่อง ก็ถูกเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยออกเสียง เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคุมตัวเอาไว้
               นางมัลลิกา กล่าวว่า ที่ผ่านมาแม่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองมาโดยตลอด และชื่นชอบนายก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นอย่างมาก โดยเมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา แม่ได้บอกกับลูกหลานว่าจะมาออกเสียงประชามติในวันนี้ (7 ส.ค.) เมื่อถึงเวลา แม่ขี่รถจักรยานยนต์มาออกเสียงประชามติเพียงลำพัง โดยที่ไม่บอกลูกหลาน จนกระทั่งตนทราบว่าแม่ฉีกบัตรออกเสียงประชามติ เชื่อว่าแม่ไม่มีเจตนาที่จะฉีกทำลายบัตรอย่างแน่นอน
               น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า เวลาประมาณ 10.00 น. ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยออกเสียงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญที่ 8 บริเวณโรงอาหารวัดถ้ำมังกรทอง ว่ามีหญิงชรามาลงประชามติ แต่ฉีกทำลายบัตรลงประชามติออกเป็น 2 ส่วน ทราบชื่อคือ นางเมือง หนุนภักดี อายุ 89 ปี โดยนางเมือง บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าสาเหตุที่ฉีกบัตรลงประชามติ เนื่องจากบัตรลงประชามติมี 2 ส่วนที่ต้องกากบาทเลือกเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย จึงฉีกออกมาแล้วกากบาทลงในช่องให้เลือก เพื่อนำมาใส่กล่องที่เจ้าหน้าที่เตรียมเอาไว้ คุณยายเมืองมีอายุมากแล้ว อาจจะไม่ได้มีเจตนาฉีกทำลายบัตร แต่ กกต.ก็จำเป็นต้องแจ้งความร้องทุกข์ต่อคุณยายเมือง ซึ่งขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนว่าจะมีดุลยพินิจอย่างไร 
               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบัตรออกเสียงประชามติมีเพียง 1 ใบ แต่ให้กากบาทในใบเดียวกันใน 2 ประเด็น โดยด้านบนให้กากบาทในประเด็นให้ความ “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ....ทั้งฉบับ ส่วนด้านล่างคือประเด็น “ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศต่อเนื่อง ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนด ไว้ในบทเฉพาะการว่า ในระหว่าง 5 ปีแรก นับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี” สำหรับผู้ที่ฉีกบัตรออกเสียงประชามติ มีความผิดตามมาตรา 59 มีโทษปรับ 20,000 ถึง 200,000 บาท และมีโทษจำคุก 1 ถึง 10 ปี

วุ่น!ฉีกบัตร'ประชามติ'เพียบอ้างเข้าใจผิด

สุราษฎร์ - หญิงสูงวัยฉีกบัตร                
               ที่หน่วยออกเสียงลงประชามติที่ 105 โรงเรียนวัดโพธิ์นิมิต หมู่ที่ 1 อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี นางวัลลีย์ เงาตระกูล อายุ 81 ปี ใช้สิทธิหลังเข้าคูหาการบัตรแล้ว ขณะนำมาหย่อนลงหีบ ได้ฉีกบัตรเป็น 2 ส่วน แล้วใส