ข่าว

รวบ6โจ๋ อุกอาจ ถีบจยย.คว่ำดับ2

รวบ6โจ๋ อุกอาจ ถีบจยย.คว่ำดับ2

06 ส.ค. 2559

6 โจ๋ อายุ 14 - 15 ปี อ้างยัวะให้ของลับ ขี่รถตามประกบจริง แต่ไม่ได้ อุกอาจ ถีบรถจนคว่ำ ดับ 2 เจ็บ 2 ตร.ควบคุมตัวรอทีมสหวิชาชีพสอบสวน ก่อนดำเนินการตาม ก.ม.ต่อไป

 

               6 ส.ค. 59  เมื่อเวลา 17.00 น.  ร.ต.อ.ณัฐพงษ์ นุตเจริญ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนรถจักรยาน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบนถนนสายอ่างทอง-สิงห์บุรี (สายเก่า) หมู่ 4 ต.ย่านซื่อ อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยทีมแพทย์กู้ชีพโรงพยาบาลอ่างทอง และเจ้าหน้าที่สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยอ่างทอง

               ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น เวฟ สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน 4 กผ 9426 กรุงเทพมหานคร ชนติดอยู่กับรถจักรยาน LA สีส้ม บนรถจักรยานยนต์พบศพ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี เสียชีวิตอยู่ในสภาพคร่อมอยู่บนรถ

               นอกจากนั้น ยังพบผู้บาดเจ็บอีก 3 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลอ่างทองไปก่อน 2 คน คือ ด.ช.บี (นามสมมติ) อายุ 14 ปี และ ด.ช.ซี (นามสมมติ) อายุ 14 ปี อีกรายเป็นชายสูงวัย อายุประมาณ 60 ปี อาการสาหัส นอนไม่รู้สึกตัว เจ้าหน้าที่กู้ชีพและเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันปั๊มหัวใจก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลอ่างทอง แต่เนื่องจากอาการสาหัส เสียชีวิตในเวลาต่อมา

               จากการสอบถาม ด.ช.ดี (นามสมมติ) อายุ 14 ปี เพื่อนของนายเอ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ อุกอาจ ตนพร้อมด้วยเพื่อนๆ รวมทั้งหมด 7 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 3 คัน ออกจากบ้านที่ อ.ไชโย เพื่อไปเล่นสนุกเกอร์ในตัวเมืองอ่างทองโดย ด.ช.เอ และ ด.ช.บี นั่งซ้อนท้ายรถนายเอ หลังจากเล่นเสร็จ ระหว่างออกจากโต๊ะสนุ้ก ก็พบกลุ่มวัยรุ่นมาด้วยกัน 6 คน ขี่รถจักรยานยนต์มา 3 คัน จำได้ว่าเป็นรถฮอนด้า สีขาว 1 คัน และเป็นรถฮอนด้าเวฟ ไอ สีน้ำเงินอีก 1 คัน ส่วนอีกคันจำไม่ได้

               โดยกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวพอเห็นพวกตนขี่รถมา ก็เร่งเครื่องรถใส่ พวกตนก็ขี่รถกันมาเรื่อยๆ มาเจอกลุ่มวัยรุ่นอีกครั้งที่บริเวณสี่แยกไฟแดงอ่างทอง ซึ่งก็ได้มีการเบิ้ลรถใส่กันและมองหน้ากัน และก็ขับประกบกันมา จนมาถึงที่เกิดเหตุ จังหวะนั้นกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้ใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน ขี่มาประกบรถของนายเอ และอีกคันขับปิดท้าย ก่อนที่รถจักรยานยนต์คันที่ขี่ประกบด้านซ้ายมือ จะเร่งเครื่องตัดหน้ารถของนายเอ และคันที่ประกบอยู่ด้านขวาใช้เท้ายกขึ้นมาถีบรถจักรยานยนต์ของนายเอ จนรถเสียหลักไปโดนราวกั้นถนน ก่อนที่รถจะกระเด็นออกมาชนกับรถจักรยานของลุงคนแก่ที่ถีบมาข้างๆ จนไถลติดกันไปอยู่กลางถนน

               แม่ของนายเอ อายุ 33 ปี กล่าวว่า ลูกชายตนและกลุ่มเพื่อนๆ เรียนอยู่ชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ไชโย ก่อนเกิดเหตุระหว่างที่ตนและสามีทำงานอยู่ที่บ้าน ลูกชายได้มาบอกว่าจะออกไปข้างนอกกับเพื่อนๆ โดยไม่ได้บอกว่าจะไหน มาทราบอีกทีตอนที่เพื่อนของลูกชายโทรมาบอกว่าลูกชายประสบอุบัติเหตุ ซึ่งไม่คิดว่าลูกจะตาย เข้าใจว่าน่าจะแค่บาดเจ็บเท่านั้น แต่พอมาถึงรู้ว่าลูกชายเสียชีวิต ตนกับสามีถึงกับช็อก รับไม่ได้ เพราะว่าลูกชายคนนี้เป็นลูกชายคนโต ซึ่งตนกับสามีและญาติๆ ก็คอยกำชับอยู่ตลอดเกี่ยวกับการขี่รถจักรยานยนต์ ถ้าลูกขี่รถประสบอุบัติเหตุเองจะไม่เสียใจขนาดนี้ แต่นี่เป็นการทำร้ายกันชัดๆ ตนทำใจไม่ได้

               ร.ต.อ.ณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบและสอบสวนในที่เกิดเหตุ ทราบว่า นายเอพร้อมเพื่อนได้ขี่รถไปเล่นสนุกเกอร์ในตัวเมืองอ่างทอง ระหว่างเดินทางกลับบ้านมาเจอกับกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ แล้วได้มีการเบิ้ลรถใส่กัน และขี่รถประกบตามกันมา จนมาถึงที่เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ อุกอาจ ได้วางแผนกันนำรถเข้าประกบก่อนปิดหัวท้ายแล้วหาจังหวะถีบรถของนายเอจนเสียหลักกระเด็นไปชนกับรถจักรยานของลุงคนแก่ จนทำให้ทั้งรถของนายเอและรถจักรยานของลุงไถลติดกันไปจนทำให้เสียชีวิต

               อย่างไรก็ตาม ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ออกหาข้อมูลของกลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุ อุกอาจ เบื้องต้นทราบว่า กลุ่มเพื่อนของผู้ตายจำได้ว่าในกลุ่มผู้ก่อเหตุนั้น มีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อตูน บ้านอยู่ใน ต.ไชยภูมิ อ.ไชโย จ.อ่างทอง โดยกลุ่มเพื่อนผู้ตายมีเบอร์โทรศัพท์อยู่ ซึ่งหลังเกิดเหตุได้โทรไปหา แต่ก็โดนตัดสายทิ้งตลอด

 

รวบ 6 โจ๋ อายุ 14 - 15 ปี รับมีเรื่องกัน ถีบ แต่ไม่ล้ม

               เมื่อเวลา 20.45 น.  พ.ต.ท.บุญสม ใบละมุด สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอ่างทอง บุกเข้าไปยังวัดจันทร์นิรมิตร หมู่ที่ 1 ต.ศาลาแดง อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง หลังสืบทราบว่ากลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ อุกอาจ ดังกล่าวข้างต้น ได้หลบหนีเข้ามาอยู่ภายในวัด พบกลุ่มวัยรุ่นจับกลุ่มกันอยู่ใต้ต้นไม้ จึงได้เข้าควบคุมตัวพร้อมยึดรถจักรยานยนต์ที่คาดว่าใช้ก่อเหตุ นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองอ่างทอง ทั้ง 6 คน มีอายุ 14 - 15 ปี

               ด.ช.ไข่ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นที่ถูกควบคุมตัว กล่าวว่า ตนพร้อมเพื่อนๆ ไม่ได้ถีบรถของนายเอจนทำให้ล้มเสียชีวิต ยอมรับว่าถีบจริง ถีบหลังจากที่มีเหตุการณ์ไม่สบอารมณ์กัน โดยก่อนเกิดเหตุ ตนพร้อมด้วยเพื่อนรวม 6 คน ได้ขี่รถจักรยานยนต์ 3 คัน มุ่งหน้าจะไปบ้านเพื่อนอีกคนที่อยู่ใน ต.ย่านซื่อ อ.เมืองอ่างทอง 

               ระหว่างขี่รถมาได้เจอกับกลุ่มนายเอ ซึ่งพวกตนไม่เคยรู้จักมาก่อน ออกมาจากซอยร้านโต๊ะสนุ้ก โดยเมื่อเจอกัน นายเอได้ตะโกนให้ของลับกับกลุ่มของตน แล้วเบิ้ลรถใส่ ตนข้องใจเพราะไม่รู้จักกันมาก่อน ทำไมถึงมาทำแบบนี้ จึงได้ขี่รถตามแล้วบอกให้นายเอจอด แต่นายเอไม่ยอมจอด พวกตนจึงขี่รถตาม ระหว่างที่ตามพวกตนเห็นว่าใกล้ถึงบ้านเพื่อนแล้ว จึงจะเลิกตามแล้วจะเลี้ยวเข้าบ้านเพื่อน แต่ยังไม่ทันเลี้ยวรถ นายเอก็ได้เบิ้ลรถใส่และตะโกนให้ของลับอีกรอบ พวกตนจึงตัดสินใจตามต่อ 

               โดยตนแยกกันขี่รถแบบประกบหวังจะนายเอจอดรถ แต่นายเอไม่ยอมจอด ตนจึงได้ขี่ตามแล้วใช้เท้าถีบรถของนายเอ แต่ไม่ล้ม แล้วเพื่อนตนอีกคันที่ขับตามมาก็เอื้อมมือไปต่อย 2 ที โดนแต่รถก็ไม่ล้ม จังหวะนั้นนายเอได้ขี่รถอย่างเร็วเพื่อหนี โดยมุ่งหน้ามาทาง อ.ไชโย จนกระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุ ขณะพวกตนกำลังขี่รถตามนายเอ บริเวณดังกล่าวมีลุงคนแก่ขี่รถจักรยานอยู่ริมถนน นายเอหันหน้ามามองพวกตนและเบิ้ลรถใส่ประมาณ 3 ครั้ง จังหวะที่นายเอหันหน้ามามองพวกตน รถได้เสียหลักไปชนกับจักรยานจนกระเด็นไปอยู่กลางถนน ซึ่งหลังเกิดเหตุตนไม่รู้ว่ามีคนเสียชีวิต ก็เข้าใจว่าล้มเฉยๆ จึงขี่รถเลยกันไปแล้วเลี้ยวเพื่อกลับมาบ้านเพื่อน จนกระทั่งมาทราบจากข่าวว่านายเอและลุงคนแก่ที่ขี่จักรยานเสียชีวิต จึงปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรดี ตัดสินใจไม่บอกพ่อแม่ เพราะกลัวพ่อแม่จะรู้ ชักชวนกันมาแอบที่วัด จะบนบานไม่ให้ถูกจับได้ โดยหากไม่ถูกจับก็จะบวชแก้บนให้ แต่ก็ไม่ทันการณ์ถูกตำรวจตามมาจับเสียก่อน

               พ.ต.ท.บุญสม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่หาข้อมูลติดตามคนร้ายทันทีหลังเกิดเหตุ อุกอาจ กระทั่งทราบว่ามีใครบ้าง และหลบหนีไปที่ไหน จึงนำกำลังเข้าควบคุมตัว ทั้งนี้ หลังก่อเหตุ อุกอาจ บางคนได้มีการเปลี่ยนเสื้อผ้า

               เบื้องต้น ทุกคนยอมรับว่ามีเรื่องกับกลุ่มผู้เสียชีวิตจริง แต่ไม่ได้ถีบรถจนคว่ำ หลังเกิดเหตุไปร้านเกมส์ เมื่อรู้ว่าคู่กรณีเสียชีวิต จึงมาวัดเพื่อบนบานไม่ให้ถูกจับ อย่างไรก็ตาม ต้องรอทีมสหวิชาชีพมาร่วมสอบสวนอีกครั้งเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป