ข่าว

ขอสิทธิ์คุณแม่ให้มีทางเลือกเพื่อลูก

ขอสิทธิ์คุณแม่ให้มีทางเลือกเพื่อลูก

06 ส.ค. 2559

สมาคมสตรีเพื่อสตรีฯ หนุนให้แม่สามารถเลี้ยงดูลูกภายใต้สิทธิ์และการสร้างทางเลือกสำหรับผู้หญิง

ขอสิทธิ์คุณแม่ให้มีทางเลือกเพื่อลูก
 

          ปัจจุบันผู้หญิงไทยทำงานนอกบ้านกันมากขึ้น สมาคมสตรีเพื่อสตรี ประเทศไทย จึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาความรู้ความเข้าใจรวมทั้งบทบาทของผู้หญิงในสังคมยุคใหม่ผ่านโครงการที่หลากหลายเพื่อกระจายความช่วยเหลือและความร่วมมือไปยังกลุ่มสตรีในทุกระดับชั้น

 

ขอสิทธิ์คุณแม่ให้มีทางเลือกเพื่อลูก


          ศิริขวัญ จันทรางศุ นายกสมาคมสตรีเพื่อสตรี ประเทศไทย เปิดเผยว่า ล่าสุดสมาคมมีการดำเนินโครงการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้หญิงสามารถเลี้ยงดูลูกให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ภายใต้สิทธิ์และการสร้างทางเลือกสำหรับผู้หญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิ์ในด้านโภชนาการสำหรับลูกกับคุณแม่มือใหม่ โดยภาพรวมของแม่ที่เป็นผู้หญิงทำงานมีอยู่หลายระดับ ทั้งในแง่ของรายได้ครอบครัวและระดับการศึกษา ผู้หญิงที่เป็นแม่สามารถศึกษาข้อมูลเรื่องโภชนาการที่ดีจากหนังสือ หรือจากผู้ใหญ่คนใกล้ชิด ส่วนช่องทางการรับรู้ข้อมูลข่าวสารจากสื่ออินเทอร์เน็ตจำนวนไม่น้อยใช้เพื่อการพูดคุยไม่ได้ใช้เพื่อการสืบค้นข้อมูล จึงอยากให้ภาครัฐได้เน้นหนักในเรื่องการให้ความรู้คุณแม่อย่างถูกต้องและอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การวางแผนมีบุตร การเตรียมตัว การดูแลครรภ์ โภชนาการและการเลี้ยงดูทารกแรกเกิดถึงสามปี ความรู้เหล่านี้จะทำให้ผู้หญิงรู้สิทธิ์และมีทางเลือกในการตัดสินใจได้ โดยเฉพาะโภชนาการที่ดีที่ควรส่งเสริมให้คุณแม่ทุกคนรู้และเข้าถึงได้อย่างถูกต้องคือการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
          "โดยธรรมชาติแล้วผู้หญิงจะให้ความสำคัญกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นอันดับแรก จึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องให้การสนับสนุน เพราะเป็นแหล่งอาหารโภชนาการดีที่สุดสำหรับทารกแรกเกิด แถมประหยัดเงินได้มาก แต่ก็ยัง มีแม่อีกเป็นจำนวนมากที่อาจไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้อย่างเต็มที่ สาเหตุจากความเจ็บป่วยของตนเอง หรือจากคุณภาพอาหารการกินของแม่เองที่ทำให้น้ำนมแม่คุณภาพต่ำ ลูกกินนมแม่ก็อาจเกิดภาวะทุพโภชนาการ ตัวไม่โต ลูกมีความเจ็บป่วยได้ กรณีอย่างนี้คำแนะนำด้านโภชนาการเพื่อเข้าถึงคุณแม่เหล่านี้ส่วนใหญ่จะมาจากบุคลากรด้านสาธารณสุข" ศิริขวัญ กล่าว
          นายกสมาคมสตรีย้ำว่า หากจะมีกฎหมายที่ดีเพื่อส่งเสริมภาวะโภชนาการแม่และเด็กแล้ว กฎหมายนั้นควรเอื้อประโยชน์และคำนึงถึงสิทธิ์ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างแท้จริง และถ้าหากการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่คือทางหลักที่แม่ส่วนใหญ่ตั้งใจและเลือกใช้ก็ต้องเปิดกว้างที่จะอำนวยความสะดวกให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้สำเร็จ เช่น สถานที่ทำงานทุกแห่งต้องจัดที่ปั๊มนมแม่ให้พนักงาน หรือแม้แต่การลาคลอด 90 วันตามกฎหมาย พนักงานทุกคนสามารถลาได้ครบจริงโดยไม่กระทบสิทธิ์รายได้ หรือภาครัฐจะสามารถออกกฎหมายเพิ่มวันลาคลอดให้เท่ากับระยะเวลาที่ต้องเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวคือ 6 เดือน โดยที่การลานั้นจะต้องไม่กระทบสิทธิ์ในการกลับมาทำงานของผู้หญิง สิทธ์ที่ยังมีรายได้จากงานที่เคยทำในช่วงที่ลาคลอด/เลี้ยงลูก และส่งเสริมแม่ /ผู้ปกครองได้รับความรู้และสามารถเข้าถึงข้อมูลโภชนาการที่ดีสำหรับทารกในวัยแรกเกิดถึง 3 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยสำคัญในการเจริญเติบโตของเด็กเพื่อเป็นประชากรที่มีคุณภาพ ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่ายังมีแม่และทารกอีกจำนวนไม่น้อยที่ขาดโอกาสในการถูกเลี้ยงดูด้วยนมแม่ พวกเขาจะมีทางเลือกอะไรอีกได้บ้าง ?