
ยกระดับโคนม"คุณภาพ-ปลอดภัย"ดึงเด็กรุ่นใหม่สานอาชีพพระราชทาน
กรมส่งเสริมสหกรณ์ เร่งยกระดับสหกรณ์โคนมทั่วประเทศ เสริมแกร่งคุณภาพน้ำนมดิบปลอดภัยป้อนผู้บริโภค เตรียมดึงบุตรหลานเกษตรกรสานต่ออาชีพพระราชทาน
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เผยถึงแนวทางการพัฒนาสหกรณ์โคนมปี 2559 ว่า ปีนี้กรมฯได้มุ่งพัฒนายกระดับกระบวนการผลิตน้ำนมของสหกรณ์โคนมทั่วประเทศ โดยเน้นให้ผลิตน้ำนมที่มีคุณภาพ สะอาด ถูกสุขลักษณะ ปลอดภัย ได้มาตรฐานตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ
เริ่มจากการส่งเสริมและพัฒนาฟาร์มของสมาชิกให้ได้รับการรับรองมาตรฐานจีเอพี (GAP) พร้อมปรับปรุงศูนย์รวบรวมน้ำนมโคของสหกรณ์ให้ได้การรับรองตามมาตรฐานจีเอ็มพี (GMP) ก่อนเข้าสู่โรงงานแปรรูปของสหกรณ์ทั้ง 26 แห่ง ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐาน GMP และ HACCP เพื่อการันตีว่าผ่านกรรมวิธีที่ดีในการผลิตอาหาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
ปัจจุบันมีศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบผ่านการรับรองมาตรฐาน GMP แล้ว 116 ศูนย์ สหกรณ์โคนม จำนวน 102 สหกรณ์ มีสมาชิกกว่า 19,000 ราย มีปริมาณโคนม 387,693 ตัว ปริมาณน้ำนมโคเฉลี่ย 1,948.32 ตัน/วัน ป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตนมโรงเรียนปริมาณ 809.28 ตัน/วัน คิดเป็นร้อยละ 41.63 ส่วนที่เหลือเข้าสู่การผลิตนมพาณิชย์
ขณะเดียวกันยังส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมลดต้นทุนลง เนื่องจากฟาร์มโคนมสมาชิกสหกรณ์ส่วนใหญ่เป็นฟาร์มขนาดเล็ก ซึ่งต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตสูง โดยเฉพาะค่าอาหารโคนมมีสัดส่วนถึงร้อยละ 70 และขณะนี้มีแนวโน้มขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมฯจึงเร่งสนับสนุนให้สหกรณ์โคนมจัดทำแปลงหญ้าซึ่งมีสหกรณ์ที่ได้ดำเนินการแล้ว เช่น สหกรณ์โคนมไทยมิลค์ จำกัด , สหกรณ์โคนมปากช่อง จำกัด ,ชุมนุมสหกรณ์โคนมภาคใต้และตะวันตก จำกัด ฯลฯ
โดยการปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง2 เพื่อเป็นแหล่งอาหารหยาบเลี้ยงโคนมได้ทั้งปี ส่งผลให้แม่โคมีน้ำนมเพิ่มขึ้น ทั้งยังสนับสนุนให้เกษตรกรสมาชิกใช้อาหารทีเอ็มอาร์ (TMR) เลี้ยงโคนมในฟาร์ม และมีแผนส่งเสริมให้สหกรณ์ตั้งศูนย์ผลิตอาหารสัตว์ (Feed Center) ซึ่งส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพน้ำนมดิบ ที่สำคัญช่วยลดปัญหาขาดแคลนอาหารสัตว์คุณภาพดี และช่วยลดต้นทุนให้สมาชิกด้วย
นอกจากนั้น ยังมีแผนเร่งต่อยอดพัฒนาการเลี้ยงโคนมทดแทนฝูงของสหกรณ์โคนม 3 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์โคนมผาตั้ง จำกัด จใเชียงใหม่ สหกรณ์โคนมพิมาย จำกัด จ.นครราชสีมา และสหกรณ์โคนมพัทลุง จำกัด จ.พัทลุง เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์ได้โคนมทดแทนฝูงที่มีคุณภาพ ช่วยลดต้นทุนการผลิต และได้น้ำนมดิบที่มีคุณภาพปริมาณมากขึ้น
โดยส่งเสริมให้สหกรณ์สร้างโรงเรือนเลี้ยงโค และให้สมาชิกนำลูกโคอายุ 3 เดือน น้ำหนักไม่น้อยกว่า 60 กิโลกรัม เข้าสู่โรงเลี้ยงของสหกรณ์ แล้วเลี้ยงลูกโคจนเติบโต ทำการผสมเทียมเป็นโคสาวท้องส่งคืนสู่สมาชิก ปัจจุบันได้ปรับรูปแบบดำเนินการในลักษณะธนาคารโคนมทดแทน เพื่อเป็นแกนนำในการกระจายแม่โคสมบูรณ์พันธุ์สู่ผู้เลี้ยงโคนมในชุมชน คาดว่า จะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงโค ประมาณ 8,500 บาท/ตัว และทำให้สมาชิกมีกำไรเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 4,300 บาท/ตัว หรือร้อยละ 15
“ปีนี้กรมฯ ได้เร่งปลูกฝังอาชีพการเลี้ยงโคนมให้กับบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์ ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯ โดยได้ร่วมกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จัดฝึกอบรมให้ลูกหลานสมาชิกสหกรณ์มีความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยงโคนมที่ถูกต้อง ซี่งที่ผ่านมาได้จัดอบรมไปแล้ว 4 รุ่น รวม 127 คน คาดว่า ทายาทเกษตรกรที่ผ่านการอบรมแล้ว จะนำความรู้ที่ได้ไปสู่การปฏิบัติจริงในฟาร์ม และเป็นกำลังสำคัญที่จะสืบทอดอาชีพเลี้ยงโคนมจากรุ่นสู่รุ่น” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์กล่าว



