ข่าว

ลั่นกลองรบ พรีเมียร์ลีก 2016/17

ลั่นกลองรบ พรีเมียร์ลีก 2016/17

06 ส.ค. 2559

ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เตรียมได้ฤกษ์กลับมาลงสนามแข่งขันฤดูกาลใหม่ 2016/17 ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคมนี้


               หลังจากที่เกมฟาดแข้งในลีกลูกหนังระดับชั้นนำของทวีปยุโรปได้หยุดพักไปนานกว่า 2 เดือน ในที่สุดลีกขวัญใจมหาชนอย่าง ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก็เตรียมได้ฤกษ์กลับมาลงสนามแข่งขันฤดูกาลใหม่ 2016/17 ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคมนี้ โดยทั้ง 20 สโมสรจะมีโปรแกรมลงเล่นนัดประเดิมสนามในช่วงสุดสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป คราวนี้ลองไปสำรวจดูความพร้อมของทีมลูกหนังระดับชั้นนำกันก่อนดีกว่า

               เริ่มจาก “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ แชมป์เก่าจากเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เตรียมเจอบททดสอบที่ว่า “เป็นแชมป์ว่ายากแล้ว รักษาแชมป์ยากกว่า” อย่างแน่นอน เพราะพวกทีมยักษ์ใหญ่พร้อมที่จะรุมกินโต๊ะเพื่อแย่งบัลลังก์แชมป์ลีกสูงสุดของประเทศกลับคืนมาให้ได้ หลังปล่อยให้ครองความเป็น เบอร์หนึ่ง ของวงการลูกหนังเมืองผู้ดีไปแบบพลิกความคาดหมาย แม้จะยังอยู่ภายใต้การคุมทัพของ เคลาดิโอ รานิเอรี กุนซือจอมเก๋า แต่ยังคงยุ่งวุ่นวายเรื่องรั้งตัวพวกแข้งหลัก โดยเฉพาะ ริยาด มาห์เรซ ที่อาจตัดสินใจย้ายทีมตามรอยของ เอนโกโล กองเต ได้เหมือนกัน ทว่า เจมี วาร์ดี ดาวยิงตัวเก่งจะยังคงอยู่ช่วยทีมลุ้นป้องกันแชมป์ต่อไป

 

ลั่นกลองรบ พรีเมียร์ลีก 2016/17

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

 

               ขณะที่ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล รองแชมป์เก่า เตรียมเจอปัญหาเรื่องแนวรับตั้งแต่ช่วงออกสตาร์ท เนื่องจาก แพร์ แมร์เตซักเกอร์ กองหลังกัปตันทีมคนใหม่เจอโรคเดี้ยงเล่นงานจนต้องพักนานหลายเดือน ทำให้กุนซือใหญ่อย่าง อาร์แซน เวนเกอร์ พร้อมจ่ายเงินลงทุนเสริมทัพได้ทุกเมื่อ เพราะเพิ่งคว้าตัวผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพแค่ไม่กี่ราย โดยเฉพาะ กรานิท ชากา ซึ่งถือว่าเป็นนักเตะที่มีชื่อเสียงโด่งดังเพียงแค่รายเดียว ส่วนแข้งหลักหลายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ปีเตอร์ เช็ก, ซานติ กาซอร์ลา, อารอน แรมซีย์, เมซุต โอซิล และ อเลกซิส ซานเชซ ยังคงพร้อมอยู่ช่วยทีมล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกต่อไปเหมือนเดิม หลังห่างหายจากความเป็นเบอร์หนึ่งของวงการลูกหนังเมืองผู้ดีมานานถึง 12 ปีแล้ว นับตั้งแต่ที่เข้าป้ายแชมป์ได้เป็นครั้งสุดท้ายในปี 2004

 

ลั่นกลองรบ พรีเมียร์ลีก 2016/17

อันโตนิโอ คอนเต

 

               ส่วน “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี มีการเปลี่ยนตัวกุนซือ เพราะได้ดึง “เป๊ป” โจเซฟ กวาร์ดิโอลา ให้เข้ามาสวมบทกุนซือแทน มานูเอล เปเยกรินี ที่โดนเด้งออกไป แม้จะเก็บตัวพวกนักเตะตัวหลักจากเมื่อฤดูกาลเอาไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ดาวิด ซิลวา, ยายา ตูเร, เควิน เดอ บรอยน์ รวมถึง เซอร์จิโอ อเกโร และมีการคว้าผู้เล่นชื่อดังเข้ามาเสริมทัพ 3 ราย นั้นก็คือ อิลคาย กุนโดกัน, โนลิโต และ เลรอย ซาเน แต่ยังคงพร้อมทุ่มเงินซื้อเหล่าดาวดังเข้ามาเสริมทัพตามประสาของทีมมหาเศรษฐี เพื่อเอาไว้ใช้ในการล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกกลับคืนมาให้ได้อีกครั้ง หลังตกเป็นข่าวกับพวกดาวรุ่งฝีเท้าดีหลายราย

               ด้าน “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายอย่าง โดยเฉพาะการดึงตัว ชูเซ มูรินโญ ให้เข้ามานั่งเก้าอี้กุนซือแทน หลุยส์ ฟาน กัล ที่โดนไล่ออกในช่วงหลังคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และมีการดึงนักเตะดาวดังเข้ามาเสริมทัพแบบจัดหนักกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น เอริค ไบญี, เฮนริก มัตฮิทาเรียน, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช รวมถึงการทุ่มเงินล่าอดีตเด็กปั้นอย่าง ปอล ป็อกบา ให้กลับมาร่วมทีมด้วยค่าตัวแพงที่สุดเป็นสถิตโลกอีกด้วย เพราะต้องการกลับมาลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีให้ได้

 

ลั่นกลองรบ พรีเมียร์ลีก 2016/17

โจเซฟ กวาร์ดิโอลา

 

               ฝั่ง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี มีการปรับปรุงทีมด้วยเหมือนกัน เพราะได้ดึง อันโตนิโอ คอนเต ให้เข้ามาสวมบทกุนซือเพื่อช่วยสร้างทีมสำหรับออกไปล่าความสำเร็จกันใหม่ หลังพบกับความตกต่ำจากเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และมีการคว้าตัว เอนโกโล กองเต นักเตะชุดแชมป์พรีเมียร์ลีกจากเมื่อซีซั่นก่อนให้เข้ามาผนึกกำลังกับพวกแข้งหลักอย่าง จอห์น เทอร์รี, เชส ฟาเบรกาส, เอดอง อาซาร์ รวมถึง ดิเอโก คอสตา ที่ยังไม่ได้ย้ายไปไหน ขณะที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มีการปรับทีมครั้งใหญ่ เพื่อเป้าหมายเดิมคือการกลับมาเกาะกลุ่มลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศให้ได้อีกครั้ง เพราะกุนซือใหญ่อย่าง เจอร์เกน คลอปป์ คว้าผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพหลายราย ไม่ว่าจะเป็น โจเอล มาทิป, ซาดิโอ มาเน รวมถึง จิออร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม แต่ก็มีการปล่อยนักเตะเก่าออกไปหลายรายเช่นกัน

 

ลั่นกลองรบ พรีเมียร์ลีก 2016/17

ริยาด มาห์เรซ

 

               สำหรับความเคลื่อนไหวของทีมอื่นๆ อาจดูไม่ค่อยคึกคักเท่าไรนัก แต่จะมองข้ามไปไม่ได้เลยเหมือนกัน เพราะสามารถรั้งนักเตะตัวหลักเอาไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็น “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ที่นำทัพโดย แฮร์รี เคน ดาวซัลโวสูงสุดจากเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ขณะที่ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยังคงมีดาวเตะเนื้อหอมอย่าง ดิมิทรี ปาเยต์ เป็นขุมกำลังสำคัญ ส่วน “หงส์ขาว” สวอนซี, “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ค, “เดอะแบกกีส์” เวสต์บรอมวิช, “อินทรีผงาด” คริสตัล พาเลซ, “เดอะเชอร์รีส์” บอร์นมัธ รวมถึง 2 น้องใหม่อย่าง “คลาเรตส์” เบิร์นลีย์ และ “เดอะโบโร” มิดเดิลสโบรช์ พร้อมยืนหยัดสู้บนลีกสูงสุดของประเทศอย่างแน่นอน

 

ลั่นกลองรบ พรีเมียร์ลีก 2016/17

ซาดิโอ มาเน

 

               ปิดท้ายด้วย 5 สโมสรที่เปลี่ยนตัวกุนซือในช่วงก่อนเริ่มต้นฤดูกาล 2015/16 เริ่มจาก "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ ที่คว้าตัว เดวิด มอยส์ ให้เข้ามารับงานคุมทัพแทน "บิ๊กแซม" แซม อัลลาไดซ์ ที่ย้ายไปสวมบทเป็นผู้จัดการทีมอังกฤษ ขณะที่ "แตนอาละวาด" วัตฟอร์ด ได้คนฝีมือดีอย่าง วอลเตอร์ มาซซาร์รี ให้เข้ามารับช่วงต่อจาก กิเก ซานเชซ ฟลอเรส ผู้จากไป ส่วน "นักบุญ" เซาแธมป์ตัน สูญเสีย โรนัลด์ คูมัน ที่ย้ายไปคุมทัพ "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน แต่ได้ โคลด ปูเอล โค้ชมากประสบการณ์เข้ามาช่วยคุมทีม ด้าน เสือลาย" ฮัลล์ ยังไร้กุนซือ นับตั้งแต่แยกทางกับ สตีฟ บรูซ ที่พาทีมเลื่อนชั้นกลับคืนสู่ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีได้อีกครั้ง

               ในส่วนของคอบอลชาวไทยสามารถติดตามชมศึกลูกหนัง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2016/17 ผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ได้จาก ทรูวิชันส์ ที่กลับมาได้สิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดอีกครั้ง ซึ่งจะเริ่มกันตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์นี้เป็นต้นไป