
หนุ่มอิหร่านอ้างตร.สากล ค้นตัวต่างชาติยึดดอลลาร์
ตร.ลุมพินี รวบหนุ่มใหญ่ชาวอิหร่าน อ้างเป็นตำรวจสากลค้นตัวชาวต่างชาติ ถ้าพบธนบัตรดอลลาร์จะอ้างเป็นธนบัตรปลอมก่อนยึดแล้วหลบหนี
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 สิงหาคม 2559 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.เดชา ชวยบุญชุม ผู้ช่วย ผบ.ตร. และพล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. ร่วมกันแถลงข่าวผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงการออกเสียงประชามติ สรุปผลการระดมตั้งแต่ 11 กรกฎาคม - 10 สิงหาคม 2559 สามารถจับกุมผู้ต้องหารวมทุกคดี 3,440 คน ผู้ต้องหาอาวุธปืน จำนวน 125 คน ผู้ต้องหายาเสพติด จำนวน 2,329 คน ผู้ต้องหาค้ามนุษย์ จำนวน 49 คน พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ จำนวน 3 คน อาวุธปืน จำนวน 123 กระบอก กระสุน จำนวน 1,200 นัด วัตถุระเบิด จำนวน 1 ลูก อาวุธสงคราม จำนวน 2 กระบอก
โดยวันนี้ (6 ส.ค.) พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.สน.ลุมพินี พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิศิษฐ์ สังขนันท์รองผกก.สส.สน.ลุมพินี และ ร.ต.อ.เพิ่มสกุล นิลขำ รอง สว.สส.สน.ลุมพินี ร่วมกันจับกุม นายอาลี วาฟาอี (Mr.ALI VAFAEI) อายุ 42 ปี ชาวอิหร่าน ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน โดยร่วมกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป” ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ เลขที่ จ.528/2559 ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2559 และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด โดยจับกุมได้บริเวณชั้นดาดฟ้า ญาดา คอนโด แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
สืบเนื่องจาก ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ นายอาลี วาฟาอี พักอาศัยอยู่ที่ ญาดา คอนโด จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ และสามารถจับกุมตัว ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวได้ จากนั้นได้ขอตรวจสอบหนังสือเดินทางของผู้ต้องหา ปรากฏว่าได้รับอนุญาตให้เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทย แต่เป็นการอยู่เกินกำหนด ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการตรวจสอบพบว่า นายอาลี วาฟาอี ผู้ต้องหา มีพฤติการณ์หลอกลวงชาวต่างชาติ โดยจะเลือกผู้เสียหายที่เป็นชาวต่างชาติจากนั้นจะทำการยื่นบัตรว่าเป็นตำรวจสากล ก่อนที่จะขอเข้าตรวจค้นผู้เสียหาย และเมื่อตรวจค้นผู้เสียพบธนบัตรดอลลาร์จำนวนหนึ่ง นายอาลี วาฟาอี จะอ้างว่าธนบัตรดังกล่าวนั้นเป็นธนบัตรปลอมและทำการตรวจยึดก่อนจะหลบหนีไป กระทั่งมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาเคยกระทำผิดในลักษณะเดียวกันนี้มาก่อนหลายครั้ง



