
ทิ้งอาชีพสื่อสู่เถ้าแก่ร้านสะดวกซื้อ"ป๋าหนุ่ย"
ทิ้งอาชีพสื่อสู่เถ้าแก่ร้านสะดวกซื้อ ชีวิตและวิธีคิดป๋าหนุ่ย‘ประมวน กองน้อย’ : คมคิดธุรกิจนิวเจน สุรัตน์ อัตตะ
“นักข่าว” เป็น 1 ใน 15 อาชีพที่เสี่ยงตกงานมากที่สุดจากผลการสำรวจ (ล่าสุด) ของ the BLS's occupational outlook data ในสหรัฐอเมริกา จึงไม่แปลกที่คนข่าวจำนวนไม่น้อยได้ตระเตรียมอาชีพเสริมไว้ล่วงหน้าเพื่อจะได้มาดูแลอย่างเต็มตัวหลังอำลาวงการข่าว โดยเฉพาะนักข่าวสื่อสิ่งพิมพ์ ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบมากที่สุดในยุคโซเชียลมีเดียที่เข้ามามีอิทธิพลในวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมทุกมิติ
ประมวน กองน้อย หรือหนุ่ย อดีตนักข่าวนิตยสารช่องทำกินและอีกหลายฉบับ ก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้นที่คลุกคลีอยู่ในวงการข่าวมากว่า 10 ปี ก็ถึงเวลาโบกมือลาเพื่อไปบริหารกิจการร้านค้าของชำเล็กๆ ที่บ้านเกิด จ.มหาสารคาม หลังทำงานเก็บเงินก้อนหนึ่งก็นำมาลงทุนเปิดกิจการร้านค้าสะดวกซื้อตามที่ตัวเองใฝ่ฝัน ภายใต้ชื่อร้าน “ป๋าหนุ่ย” ตั้งอยู่บ้านเสือกินวัว หมู่ 3 ต.มิตรภาพ อ.แกดำ จ.มหาสารคาม ทว่ายังไม่ทิ้งวิชาชีพเดิมด้วยการเป็นลูกจ้างสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มหาสารคาม รับผิดชอบงานผลิตสื่อไปด้วยในเวลาเดียวกัน
เด็กหนุ่มจากแดนอีสานที่ใฝ่ฝันอยากเข้ามาผจญภัยในเมืองหลวง หลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรี วิชาเอกภาษาไทย จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก็เข้าสู่วงการสื่อสารมวลชนทันทีเมื่อ 13 ปีที่แล้ว สังกัดนิตยสารไม่ลองไม่รู้ วารสารเกษตรรายเดือนเป็นครั้งแรก ได้เงินเดือนเริ่มต้น (ขณะนั้น) ประมาณ 7,000 บาท พอทำได้มาระยะหนึ่งผู้บริหารเห็นแววจึงเปิดนิตยสารเล่มใหม่ขึ้นมาชื่อ นิตยสารอินไซด์แฟรนไชส์ เกี่ยวกับธุรกิจแฟรนไชส์และเอสเอ็มอีใหม่ๆ ทำให้หนังสือที่ผลิตติดตลาดและเป็นที่รู้จักของนักธุรกิจ
“ชีวิตผมตอนนั้นเริ่มต้นจากการที่ไปฝึกงานในช่วงปีการศึกษาสุดท้าย ก่อนเรียนจบมหาวิทยาลัยมหาสารคามในปี 2546 กับบริษัทนาคา อินเตอร์มีเดีย จำกัด เจ้าของนิตยสารไม่ลองไม่รู้ ช่วงเวลา 3 เดือน ทำหน้าที่ทุกอย่างที่ได้รับมอบหมายและมีโอกาสได้ฝึกการทำข่าว การเขียนข่าว การถ่ายรูปข่าวกับรุ่นพี่ ทำให้ได้ประสบการณ์มามากมาย หลังจากฝึกงานเสร็จจึงเดินทางกลับมายังมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อนำเสนอรายงานการฝึกงานก่อนจบ”
ป๋าหนุ่ยเล่าต่อว่า หลังจากนั้นก็ได้รับข่าวดีจากบริษัท นาคา อินเตอร์มีเดีย จำกัด เรียกตัวกลับไปทำงานในตำแหน่งนักข่าว แทบไม่น่าเชื่อว่าเราจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่บริษัทมีความต้องการ เพราะครั้งนั้นมีนักศึกษาไปฝึกงานจำนวนมากพอสมควร แต่เราก็ได้รับการไว้เนื้อเชื่อใจให้มาทำงานในตำแหน่งที่สำคัญ ครั้งนั้นมาเริ่มงานประมาณปลายปี 2546 สังกัดนิตยสารไม่ลองไม่รู้ ทำข่าวเกษตร ได้เงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 7,000 บาท ทำอยู่ประมาณ 5 ปีก็ย้ายตัวเองมาทำหนังสือแนวธุรกิจเล่มใหม่ชื่อนิตยสารช่องทางทำมาหากิน เรื่อยมาจนถึงเดือนมีนาคม 2559 พร้อมๆ กับการปิดตัวของนิตยสารดังกล่าว แต่ในระหว่างทำงานข่าวนั้นทำให้มีความรู้และประสบการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับธุรกิจในด้านเกษตรและธุรกิจเอสเอ็มอี เพราะมีโอกาสสัมภาษณ์ผู้ที่ประสบความสำเร็จในด้านการทำธุรกิจ แล้วถ่ายทอดลงในนิตยสารเผยแพร่ให้ผู้ที่สนใจในขณะนั้น ก่อนลาออกมาเปิดร้านสะดวกซื้อชื่อร้านป๋าหนุ่ย โดยได้รูปแบบและแนวคิดมาจากประสบการณ์ของการทำข่าวสายเอสเอ็มอีมาประยุกต์ นำจุดแข็ง ข้อดีมาเติมเต็มในร้านของเราเอง
“เมื่อเรามีครอบครัวสิ่งหนึ่งที่ฝันไว้ในขณะนั้นคือ ความมั่นคงในชีวิตต้องดี รากฐานต้องยั่งยืน การจะยึดอาชีพลูกจ้างไปตลอดชีวิตคงยาก อีกทั้งอาชีพนักข่าวก็ไม่มีอะไรแน่นอน ยิ่งปัจจุบันโลกเปลี่ยนไปเร็วมาก สื่อสิ่งพิมพ์หลายฉบับทยอยปิดตัวลง เนื่องจากทนแบกภาระต้นทุนไม่ไหว ขณะที่ทุกคนหันมาใช้สื่อโซเชียล มีเดียมากขึ้น จึงมาคิดว่าเราจะทำอะไรดีเพื่อที่ครอบครัวเราจะมีรายได้ที่มั่นคง จากที่เคยเป็นลูกจ้าง เป็นมนุษย์เงินเดือนมากว่า 10 ปี เก็บหอมรอมริบพอมีเงินเก็บอยู่ก้อนหนึ่งจึงคิดอยากจะทำร้านสะดวกซื้อ แต่ทำไงได้ทุนเราไม่เพียงพอที่จะซื้อธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีระบบและเป็นที่รู้จัก โดยลงทุนไปประมาณ 3 แสนกว่าบาทรวมค่าก่อสร้าง ตกแต่งร้านและซื้อของเข้าร้าน ซึ่งเพิ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา”
ประมวนยอมรับว่าเหตุผลที่ต้องการเปิดร้านสะดวกซื้อก็เพราะส่วนหนึ่งในหมู่บ้านของเรามีธุรกิจทำเจดีย์ ทำศาลพระภูมิเจ้าที่กันทั้งหมู่บ้านทำให้การจับจ่ายซื้อสินค้าคึกคัก ถึงแม้จะไม่เหมือนกับย่านธุรกิจหรือในเมืองหลวง แต่ก็มียอดซื้อที่สูง ในขณะที่ร้านสะดวกซื้อในหมู่บ้านมีจำนวนมากก็ตาม แต่เราอาศัยเทคนิคดึงดูดใจลูกค้า จัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม คืนกำไรให้ลูกค้า การจัดเรียงสินค้าให้เป็นระเบียบ เป็นหมวดหมู่ มีสินค้าที่หลากหลาย ตามความต้องการของลูกค้า มีบริการส่งสินค้าฟรีให้ลูกค้าในหมู่บ้านอีกด้วย
ถึงแม้วันนี้ป๋าหนุ่ยอาจมีรายได้ไม่มากเหมือนงานที่เคยทำมาก่อน แต่ก็ได้มาอยู่กับครอบครัว มีเงินเก็บบ้างในแต่ละวัน ใช้ชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง มีน้อยใช้น้อย มีมากใช้น้อย เหลือก็เก็บออมไว้เป็นทุนการศึกษาให้ลูกๆ และใช้จ่ายในครอบครัว บางครั้งก็แบ่งปันให้สังคม คืนกำไรให้ลูกค้า
นี่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของการเริ่มต้นธุรกิจร้านสะดวกซื้อของป๋าหนุ่ย ร้านสะดวกซื้อชุมชนที่เข้มแข็งมาได้กว่า 6 เดือนถือว่าประสบความสำเร็จตามความตั้งใจ ถึงแม้การลงทุนจะไม่ใช่หลักล้าน แต่ก็สามารถสร้างความประทับใจให้คนในชุมชนได้ไม่น้อยเช่นเดียวกัน สำหรับใครที่ผ่านมาเที่ยวถนนสายท่องเที่ยวสะพานไม้แกดำ และวัดหนองหูลิง อ.แกดำ จ.มหาสารคาม มีโอกาสแวะร้านป๋าหนุ่ย บ้านเสือกินวัน ซึ่งเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวของ จ.มหาสารคาม ป๋าหนุ่ย และภรรยายินดีให้บริการด้วยรอยยิ้ม
ช้าแต่ชัวร์บุคลิก “ป๋าหนุ่ย”
ชรินทร์ นิลพงษ์ เจ้าของร้านสะดุดลิ้นอัมพวา และอดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสารช่องทางทำมาหากินกล่าวถึงประมวน กองน้อย อดีตนักข่าวซึ่งเป็นลูกน้องในสังกัด โดยยอมรับว่าประมวนเป็นเด็กหนุ่มที่มีความขยัน อดทนสู้งานและมีความรับผิดชอบสูง แต่มีข้อเสียจะเป็นคนเขียนข่าวช้า แต่ก็ยอมรับว่ามีความชัวร์ หรือช้าแต่ชัวร์ ซึ่งเกือบจะไม่ต้องดูรายละเอียดเพิ่มเติมอีกแล้ว หากเป็นข่าวที่เขาเขียนส่งมา นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นในเรื่องการคิดประเด็นข่าวที่เขาชอบมองมุมต่างในการนำเสนอ เวลาประชุมข่าวปิดเล่ม ซึ่งตรงกับการนำเสนอของนิตยสารที่ไม่ต้องการความรวดเร็ว แต่ต้องมีข้อมูลในเชิงลึกและการนำเสนอประเด็นข่าวก็ต้องมีความแตกต่างไปจากสื่อรายวัน
“เขาเป็นคนขยัน มีความรับผิดชอบสูง แต่อาจช้าหน่อยคือช้าแต่ชัวร์ เพราะนิตยสารรายเดือนไม่ต้องการความรวดเร็ว แต่ข้อมูลต้องลึกและครอบคลุมทุกด้านที่ผู้อ่านอยากรู้ ซึ่งเขาก็ทำได้ดีมากๆ ในการนำเสนอข่าวแต่ละประเด็นแต่ละเรื่อง” อดีตบรรณาธิการนิตยสารช่องทางทำมาหากินกล่าวถึงป๋าหนุ่ย อดีตลูกน้องทิ้งท้าย



