
จับตาฝรั่งเศส ตัวหนุนหลักกัมพูชา (จบ)
อาศัยจังหวะที่ไทยอ่อนแอ กัมพูชาได้ผลักดันตนเองให้กลายเป็นประเทศที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น ด้วยการคืบขยายดินแดนของตนออกไปเรื่อยๆ ในอดีตพวกเขาได้แต่มองตาปริบๆ ไม่มีขีดความสามารถที่จะทำอะไรได้ ในวันนี้แม้ว่าความฝันยังไม่สมบูรณ์ แต่ความหวังของชาวขะแมร์มีสิทธิเป็นจร
การเข้ามาสำรวจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยของ โทเทล บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศสนั้นไม่ใช่ครั้งแรกที่กัมพูชาให้สิทธิสัมปทานแบบนี้แก่ต่างชาติในพื้นที่ทับซ้อน ในความเป็นจริงทั้งไทยและกัมพูชาต่างก็ให้สิทธิเช่นนี้แก่หลายบริษัททั้ง 4 แอเรียที่ทับซ้อนกันอยู่ เพียงแต่ในอดีต ยังไม่มีฝ่ายใดกล้าขุดสำรวจในพื้นที่เหล่านี้ เพราะการสำรวจฝั่งกัมพูชาไม่ได้คืบหน้า
ขณะที่ฝ่ายไทยก็ไม่ได้รุกเร้าในพื้นที่ทับซ้อน จนกระทั่งปี 2548 นี่เองที่เริ่มมีการประกาศว่าพบน้ำมันมหาศาลในเขตพื้นที่เศรษฐกิจจำเพาะของกัมพูชา ผลก็คือ มีบริษัทต่างชาติแห่กันเข้ามาขอสัมปทานในที่ต่างๆ มากขึ้น และเชื่อว่าพื้นที่ทับซ้อนต้องมีทรัพยากรมากกว่าในเขตกัมพูชาจริงๆ เสียอีก และทำให้การปักปันวิธีในพื้นที่ทับซ้อนที่ตกลงกันไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งยอมกันไม่ได้มากขึ้น
ในเมื่อโทเทลได้สัมปทานแอเรีย 3 และเชฟรอน แอเรีย 2 พวกเขาคงไม่รอนานเกินไป และอาจจะแล่นเรือ พร้อมเรือคุ้มกันเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนก็ได้ วันนั้นไทยต้องส่งเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งของเราเข้าสกัดกั้นแน่ และอาจต้องเผชิญกับเรือเร็วของกัมพูชาที่รับมอบมาจากจีนก็ได้ แบบเดียวกับที่ ทร.มาเลเซียอวดพลังกับอินโดนีเซียในปี 2548 ในทะเลสุลาเวสี เรือญี่ปุ่นเข้าสกัดจีนในปีเดียวกันที่ทะเลตะวันออก และบังกลาเทศส่งเรือเข้าไล่บริษัทสัมปทานของพม่าในปี 2551 ใกล้เกาะเซ็นต์มาตินส์ แต่ก่อนถึงวันนั้นเราจะเงียบไม่ได้ เราควรจะโวยให้ดังพอสมควรผ่านทางการประกาศออกสื่อ และเร่งชี้แจงความจริงให้หลายฝ่ายรู้
อย่าลืมว่าเกมนี้ไทยเป็นรองตั้งแต่เรื่องแผนที่ ตามด้วยการต่อรองที่ไม่เคยได้เปรียบเขาเลย อีกทั้งใจของต่างชาติที่เอนเอียงเข้าข้างกัมพูชาอยู่แล้ว ซึ่งประการหลังนี้ต้องนำไปคิดให้หนักว่าจะหามิตรมาช่วยเราได้อย่างไร
น่าจะถึงเวลาที่รัฐบาลชิงรุกเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลได้แล้ว พยายามให้การปักปันลุล่วงโดยไว สนับสนุนให้มีการขุดเจาะในพื้นที่ทับซ้อนให้ได้ก่อน เพื่อไพ่ที่ได้เปรียบเอาไว้ต่อรอง เลิกเล่นบทมอบของเก่า หว่านเงินกู้ เอาใจฮุน เซ็น เสียที เพราะนั่นไม่ช่วยอะไรเลย



