ข่าว

จับแก๊งปากีสถานตุ๋นเงินชาวอินเดียทำงานในไทย

จับแก๊งปากีสถานตุ๋นเงินชาวอินเดียทำงานในไทย

05 ส.ค. 2559

จับแก๊งปากีสถานตุ๋นเงินชาวอินเดียทำงานในไทย

          เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 5 สิงหาคม ที่ สน.ชนะสงคราม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.ทท. พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล ผกก.สน.ชนะสงคราม ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายจามาล หรืออัสเซ็น อาร์บิด อายุ 30 ปี และนายอัสลัม มูฮัมเหม็ด อาดนาน อายุ 30 ปี ทั้งสองสัญชาติปากีสถาน และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 1141/2559 ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2559 และ 1524/2559 ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2559 ตามลำดับ ในความผิดข้อหาร่วมกันฉ้อโกง และนำข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน

          พล.ต.ต.สุรเชษฐ์เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก บก.ทท.ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายชาวอินเดียว่า ถูก นายมานิช ชาวอินเดียด้วยกัน หลอกลวงผ่านทางเว็บไซต์จัดหางานว่า บริษัทเอเยนซีของตัวเองสามารถส่งคนอินเดียมาทำงานที่โรงแรมใน จ.เชียงราย ได้ โดยจะได้รับเงินเดือนคนละ 5 หมื่นรูปี หรือ 2.5 หมื่นบาท หากใครสนใจให้เดินทางมาที่ประเทศไทย แล้วติดต่อกับนายจามาล กับนายอัสลัม ซึ่งทั้งคู่จะเป็นคนจัดการเรื่องพาสปอร์ตกับใบอนุญาตทำงานให้ โดยจะต้องเสียค่าดำเนินการคนละ 1,250 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4 หมื่นบาท ทำให้มีผู้เสียหายชาวอินเดียหลงเชื่อส่งหลักฐานมาสมัครผ่านทางอีเมลประมาณ 10 ราย แต่เมื่อผู้เสียหายเดินทางมาที่ประเทศไทยและจ่ายเงินให้ผู้ต้องหาทั้งสองคนแล้วกลับถูกลอยแพ ไม่ได้เดินทางไปทำงานตามที่ตกลงกันไว้

          พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ได้พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สน.ชนะสงคราม ท้องที่เกิดเหตุ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ทท.จะสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ไปขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองจากศาลอาญา ถ.รัชดาฯ และติดตามจับกุมนายจามาลได้เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่ผ่านมา บริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 แขวงเขตตลิ่งชัน ขณะกำลังจะหลอกลวงผู้เสียหายชาวอินเดียอีกราย ก่อนขยายผลจับกุมนายอัสลัมได้ในเวลาต่อมาขณะเดินทางมารอรับเงินส่วนแบ่งจากนายจามาล

          พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวด้วยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่า ร่วมมือกับนายมานิชในการหลอกเหยื่อชาวอินเดียจริง โดยจะโอนเงินส่วนแบ่งผ่านทางเวสเทิร์น ยูเนี่ยน กลับไปให้นายมานิช ที่ประเทศอินเดีย หลังจากนี้จะนำผู้ต้องหาทั้งสองส่งพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ดำเนินคดี ก่อนประสานไปยังตำรวจสากลในการติดตามจับกุมนายมานิช ตัวการสำคัญ มาดำเนินคดีต่อไป