สหกรณ์ฯขอนแก่น สนองรัฐจ้างผู้ทำบัญชี-มุ่งโปร่งใส ตรวจสอบได้
สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหนองนกเขียน จำกัด จ.ขอนแก่น รับลูกนโยบายรัฐจัดจ้างผู้ทำบัญชีอย่างเป็นระบบ เพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยหลังตรวจเยี่ยมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหนองนกเขียน จำกัด จ.ขอนแก่น ว่า ตามนโยบาย พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการพัฒนาสหกรณ์ให้เข้มแข็ง โดยหนึ่งในมาตรการที่เร่งดำเนินการคือสหกรณ์ต้องมีการจัดจ้างผู้ทำบัญชี หรือมอบหมายให้มีการทำบัญชีอย่างเป็นระบบ เนื่องจากบางแห่งการลงบัญชีไม่เป็นปัจจุบัน ผู้สอบบัญชีไม่สามารถตรวจสอบและรับรองงบการเงินได้ ทำให้เกิดความผิดพลาด ดังนั้น เพื่อให้การจัดเก็บข้อมูลทางบัญชีเป็นปัจจุบันมีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้
เนื่องจากที่ผ่านการการจัดเก็บระบบข้อมูลและการทำบัญชีของสหกรณ์บางแห่งไม่แม่นยำหรือตกหล่น ซึ่งอาจเกิดจากการไม่มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ใช้บุคลากรหนึ่งคนทำงานหลายหน้าที่ เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น กรมฯจึงส่งเสริมให้สหกรณ์จัดจ้างผู้ทำบัญชี หรือพนักงานบัญชีประจำสหกรณ์นั้นๆ ซึ่งจะทำให้การจัดเก็บข้อมูลเป็นปัจจุบัน ชัดเจนมากขึ้น บวกกับขณะนี้มีโปรแกรมของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ที่พร้อมในสหกรณ์ทุกที่นำไปใช้ ซึ่งได้ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย เหมาะสม สหกรณ์สามารถประสานให้เจ้าหน้าที่เข้ามาติดตั้งและแนะนำวิธีการใช้ได้ทันที
“การดำเนินงานของสหกรณ์ทั้งปัจจุบันและในอนาคตจะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของสมาชิกเป็นหลัก เนื่องจากสหกรณ์ถือกำเนิดขึ้นมาตามแนวคิดการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ควรนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาปรับใช้ในการทำงานทั้งในและนอกองค์กรด้วย” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวเสริม
ด้าน นายแถว ศรีชาติ ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหนองนกเขียน จำกัด กล่าวว่า เริ่มแรกที่ได้มีการจัดตั้งกลุ่มใช้วิธีมอบหมายให้คณะกรรมการเป็นผู้ทำบัญชีโดยให้ค่าตอบแทนเดือนละ 500 บาท และเมื่อได้จัดตั้งเป็นสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแล้วก็ได้มีการมอบหมายชัดเจนขึ้นมีระบบบัญชีถูกต้อง ต่อมาในปี 2549 จึงได้จัดจ้างเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินเพิ่มขึ้นอีก 1 ตำแหน่ง ตอนนี้ระบบบัญชีต่าง ๆ จึงสมบูรณ์ มีการลงบัญชีเป็นปัจจุบัน ปัญหาด้านบัญชีก็หมดไป โปร่งใสและตรวจสอบได้
โดยขณะนี้ค่าตอบแทนของพนักงานบัญชีอยู่ที่เดือนละ 8,500 บาท ฝ่ายการเงิน 7,000 บาท ไม่เป็นภาระมากมายสำหรับสหกรณ์ โดยในอนาคตมีแนวทางที่จะปรับเพิ่มค่าแรงให้ได้ประมาณ 9,000 บาท แต่จะต้องมีการนำเรื่องเข้าไปคุยกับที่ประชุมก่อน ต้องช่วยกันพิจารณาถึงความเหมาะสม สอดคล้องกันทั้งรายรับและรายจ่ายของสหกรณ์ ซึ่งถ้ามีความพร้อมและที่ประชุมอนุมัติก็จะสามารถดำเนินการได้ทันที เพื่อให้พนักงานได้ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม
“ที่ผ่านมาสหกรณ์ฯ ได้ให้ความสำคัญต่อการจัดทำบัญชีมาโดยตลอด เพราะนอกจากช่วยให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้แล้ว ยังสร้างความเชื่อมั่น สร้างแรงศรัทธาให้แก่สมาชิก ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการเป็นสหกรณ์” นายแถว กล่าว



