
ตร.ชี้แก๊งวัยรุ่นวางแผนรุมโทรมสาวพาณิชย์
ผบก.น.2 ระบุแก๊ง 4 วัยรุ่น วางแผนล่อลวงสาวพาณิชย์มารุมโทรม ชี่หลักฐานภาพวงจรปิด พยุงร่างไร้สติ เตือนผู้ปกครอง-วัยรุ่น ระวังทำความรู้จักคนแปลกหน้าผ่านโซเชียล
ความคืบหน้าคดีนักศึกษาสาวพาณิชย์ถูกลวงไปรุมโทรมในโรงแรมแห่งหนึ่งจนเสียชีวิต หลังจาก พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 เดินทางมาที่ สน.บางซื่อ เวลา 14.00 น. (5 ส.ค.2559) เพื่อสอบปากคำและตรวจสอบความเรียบร้อยของคดี จากนั้นได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย โดยส่งไปฝากขังที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งพนักงานสอบสวนยื่นคัดค้านการประกันตัว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ พบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาได้นัดผู้ตายไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งก่อน หลังจากนั้นเวลาประมาณ 05.44 น. วันที่ 3 ส.ค. ผู้ต้องหาบางส่วนได้เดินทางออกมาเปิดโรงแรมแห่งหนึ่ง ในซอยพหลโยธิน 11 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. เพื่อใช้ในการก่อเหตุ จากนั้นได้กลับมารับผู้ตายไปที่โรงแรมดังกล่าว
จากการสังเกต พบว่าผู้ตายอยู่ในอาการมึนเมา ไม่ได้สติ โดยผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ต้องช่วยกันพยุงเข้าไปในห้องเกิดเหตุ ซึ่งจากกล้องวงจรปิด เป็นที่ชี้ชัดว่า ผู้ตายถูกล่อลวงมาก่อเหตุ เพราะอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยผู้ตายนั้นรู้จักกับ นายคณากร ทองเอม อายุ 19 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 1 ส.ค. ก่อนจะนัดมาเจอกัน และลงมือก่อเหตุ
กระทั่งเวลาประมาณ 15.00 น.วันที่ 3 ส.ค. นายคณากร ได้อ้างว่าเป็นแฟนผู้ตายแจ้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ให้เข้าไปช่วยปั๊มหัวใจให้ผู้ตาย พร้อมกับบอกว่า ผู้ตายนั้นตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 คน ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ตำรวจจึงไล่ตรวจสอบกล้อง จนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด ในช่วงค่ำของวันที่ 3 ส.ค. แต่ทั้งหมดยังให้การปฏิเสธ จนมารับสารภาพในวันที่ 4 ส.ค. เพราะทั้งหมดจำนนต่อหลักฐาน
พล.ต.ต.เจริญ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายรู้จักเพียงนายคณากรเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่า การก่อเหตุทั้งหมด เป็นการวางแผนของผู้ต้องหาทั้งหมด ผู้ตายไม่เกี่ยวข้อง ไม่ได้เป็นการสมยอม
ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต เบื้องต้นแพทย์ระบุว่าหัวใจล้มเหลว โดยอยู่ระหว่างรอผลชันสูตรจากนิติเวชอย่างละเอียดว่า มีสารเสพติดในร่างกายหรือไม่ เนื่องจากพบสารตัองสงสัยลักษณะเป็นเม็ดอยู่ใต้ลิ้นผู้ตาย โดยจะต้องตรวจพิสูจน์ว่าเป็นสารชนิดใด และเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่
สำหรับผู้ปกครองของผู้ตายนั้นติดใจแค่ว่า ผู้ตายไม่ได้เสียชีวิตด้วยตัวเอง หรือเป็นการเสียชีวิตผิดธรรมชาติ แต่ในส่วนของคดีความนั้นก็ให้เป็นไปตามกระบวนการ ทั้งนี้อยากจะฝากไปยังผู้ปกครองและวัยรุ่น โดยเฉพาะผู้หญิง เนื่องจากในปัจจุบันการสื่อสารนั้นถือว่าเป็นเรื่องง่าย โดยเฉพาะในโลกโซเชียลมีเดีย จึงควรระวังคนแปลกหน้าที่เข้ามาพูดคุยด้วย
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับ น.ส.เอ ผู้เสียชีวิต ได้รู้จักกับนายคณากร ผ่านทางเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 1 ส.ค.และได้ติดต่อกันทางมือถือ เฟซบุ๊กและไลน์ จนมาถึงวันเกิดเหตุ คือวันที่ 3 ส.ค. โดยนายคณากรได้นัดผู้ตายผ่านทางเฟซบุ๊กให้มาเจอกันที่ ซอยอินทามะระ 7 หลังจากนั้นได้พาผู้ตายไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อที่ปากซอยอินทามะระ 9 เมื่อซื้อเสร็จได้พาผู้ตายไปนั่งดื่มสุราที่บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งอยู่ในซอยอินทามะระ 7 โดยมีนายธวัชชัยและนายเขตตะวัน นั่งกินอยู่ก่อนแล้ว ส่วนนายคงกระพันนั้นตามมาทีหลัง
ตำรวจสืบทราบภายหลังว่า นายคงกระพันได้ไปเปิดห้องพักในโรงแรมที่เกิดเหตุ ก่อนจะมานั่งร่วมวง ต่อมาเวลา 06.00 น. ภาพกล้องวงจรปิดจับภาพกลุ่มผู้ต้องหาใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน ขับขี่ไปที่โรงแรมที่เกิดเหตุ โดยมีนายธวัชชัยเป็นผู้ขับ มีผู้ตายนั่งตรงกลาง และมีนายคงกระพันนั่งซ้อนท้าย ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์อีก 1 คัน ขับตามกันไป
เมื่อถึงโรงแรมที่เกิดเหตุผู้ต้องหาทั้งหมดช่วยกันนำร่างไม่ได้สติของผู้ตายเข้าไปภายในห้องที่เกิดเหตุ จากนั้นเวลา 07.30 น. พบว่ามีผู้ต้องหา 3 คน ได้ออกมาจากห้องก่อน เหลือเพียงนายคณากรกับผู้ตายอยู่ในห้อง ก่อนที่เวลา 15.00 น. นายคณากร ได้ปลุกผู้ตาย แต่ผู้ตายไม่ตื่นและพบว่าร่างกายของผู้ตายนั้นเริ่มแข็งแล้ว จึงแจ้งมูลนิธิเข้าช่วยเหลือ ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบพบสารเสพติดในร่างกายผู้ต้องหาทั้ง 4 คน โดยพบสารเสพติดในร่างกายประเภทกัญชา
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า สารแปลกปลอมที่เป็นเม็ด ซึ่งพบในปากใต้ลิ้นของผู้ตายนั้น เป็นยาปลุกเซ็กส์ ประเภทยาเลิฟ ที่ช่วยให้เกิดอารมณ์ทางเพศ



