ข่าว

"ศรีวราห์" เข้ม 3 จังหวัดใต้ สกัดป่วนประชามติ

"ศรีวราห์" เข้ม 3 จังหวัดใต้ สกัดป่วนประชามติ

05 ส.ค. 2559

ศรีวราห์ ลงพื้นที่ชายแดนใต้ กำชับ จนท.ดูแลความเรียบร้อย ช่วงก่อนประชามติ เต็มพิกัด ด้าน ตร.ภาค 4 พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์


               5 ส.ค. 59  เมื่อเวลา 10.40 น.  ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.เมือง จ.ยะลา  พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.เดชา ชวยบุญชุม ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ลงพื้นที่ ติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลความสงบเรียบร้อยการออกเสียงประชามติ หลังจากที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้จัดตั้ง ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการออกเสียง ประชามติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศรส.ปต.ตร.) และได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ตามคำสั่ง ตร.ที่ 397/2559 วันที่ 1 มิ.ย. 59 ซึ่งได้มีการเปิดศูนย์ไปแล้ว เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 59

               มีรายงานว่า ก่อนเข้าร่วมประชุม พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้รับฟังการบรรยายสรุป ถึงการปฏิบัติงานกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่ รวมทั้งรับฟังการบรรยายสรุปถึงเหตุการณ์ที่คนร้ายนำรถยนต์กระบะที่ปล้นจากพื้นที่ ต.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา ไปซุกระเบิดแล้วนำไปจอดในปั๊มน้ำมันที่ อ.รามัน จ.ยะลา แต่เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้เอาไว้ได้อย่างปลอดภัย

               พล.ต.อ.ศรีวราห์ เปิดเผยว่า ได้เข้าประชุมติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลความสงบเรียบร้อยการออกเสียง ประชามติ โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวน หาข่าวภายในพื้นที่รับผิดชอบ จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ในระดับหมู่บ้าน ชุมชน โดยเฝ้าติดตามข้อมูล สถานการณ์การลง ประชามติ ประสาน กกต. และศูนย์การออกเสียง ประชามติ (ทุกระดับ) อย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนข้อมูล ตลอดจนการปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การปฏิบัติในภาพรวมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะปฏิบัติหน้าที่ในการออกเสียง ประชามติ จัดทำแผนการปฏิบัติแผนเผชิญเหตุ กำชับการวางตัวของเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสม และให้ศึกษากฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การปฏิบัติและการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ครบถ้วน

               ขณะเดียวกัน รอง ผบ.ตร.ยังระบุว่า ได้กำชับให้ประชาสัมพันธ์ เชิญชวนประชาชนให้ไปใช้สิทธิ์ออกเสียง ประชามติ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ ข้อห้าม ข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจและปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง

               สำหรับการระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงก่อนการออกเสียงลง ประชามติ ได้รับรายงานผลการจับกุมคดีอาวุธปืน จำนวน 31 ราย ผู้ต้องหา 31 คน อาวุธปืนจำนวน 33 กระบอก วัตถุระเบิด จำนวน 3 ลูก กระสุน จำนวน 341 นัด คดีการพนัน จำนวน 2 ราย ผู้ต้องหา 14 คน คดียาเสพติด จำนวน 337 ราย ผู้ต้องหา 421 คน

 

ตร.ภาค 4 พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์ ประชามติ

               พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 4 ได้ตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียง ประชามติ ไม่ให้เกิดความวุ่นวายในการออกเสียง ประชามติ พร้อมเฝ้าระวังการทุจริต ดูแลให้เกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รับผิดชอบ เฝ้าระวังการกระทำผิด พร้อมให้ติดตามความเคลื่อนไหวของทุกกลุ่ม

               “ที่ผ่านมาได้กำชับผู้ใต้บังคับบัญชาติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมทั้งรายงานเหตุการณ์ให้ครอบคุลมในช่วงก่อนวันออกเสียง ประชามติ วันออกเสียงและหลังวันออกเสียง จนกว่าการลงคะแนนเสียงจะเรียบร้อย สถานการณ์ทั่วไปยังคงปกติ กำชับตำรวจทุกนายให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในส่วนของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ที่จัดเวทีเสวนาพูดเพื่อเสรีภาพรัฐธรรมนูญกับคนอีสาน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 ก.ค. 59 นั้น ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบว่ากระทำผิด จึงจะดำเนินคดี ซึ่งกลุ่มต้านหรือกลุ่มที่พยายามออกมาเคลื่อนไหวต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ซึ่งกำชับให้ตำรวจเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว”

               สำหรับ จ.ขอนแก่น การใช้สิทธิ์ออกเสียง ประชามติ ที่ผ่านมา มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ทั้ง 26 อำเภอ คิดเป็นร้อยละ 53 การเตรียมความพร้อมการจัดการออกเสียงนั้น จังหวัดได้ประสานงานร่วมกับ กกต.ในการดำเนินงานในภาพรวม อีกทั้งยังคงมีการตั้งศูนย์อำนวยการการออกเสียง ประชามติ ขึ้นในทุกอำเภอ เพื่อให้การดำเนินการนั้นเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบ