
นักวิชาการชี้ทับหลังพบที่สหรัฐเป็นของจริง
นักวิชาการและผู้รู้ด้านประวัติศาสตร์ที่จ.บุรีรัมย์ชี้ทับหลังพบที่สหรัฐอเมริกา เป็นของจริงไม่ใช่ของเลียนแบบหรือจำลอง พร้อมแนะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องควรเจรจาขอคืน
วันที่5ส.ค.2559 ความคืบหน้ากรณีที่นักวิชาการอิสระพบภาพถ่ายทับหลัง ชิ้นหนึ่งในเวปไซต์ของพิพิธภัณฑ์ เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มีรูปแบบและลวดลายตรงกับทับหลังที่สูญหายไปจากปราสาทหนองหงส์ อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีหลักฐานคือภาพถ่ายเก่าขาวดำจากการสำรวจโดยนายมานิต วัลลิโภดม ระหว่าง พ.ศ. 2503-2504 คาดว่าน่าจะถูกนำออกนอกประเทศในช่วงเดียวกับทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ที่ปราสาทพนมรุ้ง คือราว พ.ศ.2508
จากกรณีดังกล่าว ผศ.ดร.สรเชษฐ์ วรคามวิชัย อายุ 78 ปี นักวิชาการและผู้รู้เกี่ยวกับด้านประวัติศาสตร์ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า จากการดูจากภาพที่ปรากฏในสื่อโซเชียลต่างๆ ก็ชี้ว่าน่าจะเป็นทับหลังของจริงไม่ใช่ของเลียนแบบหรือจำลองขึ้น เพราะสอดคล้องจากคำบอกเล่าและข้อมูลที่เคยศึกษาเกี่ยวกับปราสาทและวัตถุโบราณต่างๆ พบว่าในอดีตที่ผ่านมามีคนบางกลุ่มในเขตพื้นที่ อ.ประโคนชัย และ อ.นางรอง ได้ลักลอบขุดค้นหาและซื้อขายโบราณวัตถุกัน โดยเมื่อได้วัตถุโบราณแล้วก็จะนำไปขายต่อให้กับกลุ่มที่รับซื้อของเก่าที่กรุงเทพมหานคร ก่อนจะส่งขายต่อยังต่างประเทศ แต่ปัจจุบันกลุ่มคนเหล่านี้ไม่มีชีวิตอยู่แล้ว จึงเป็นไปได้ยากที่จะติดตามเส้นทางการนำวัตถุโบราณออกนอกประเทศ ซึ่งในมุมมองก็อยากให้ทางกรมศิลปากร หรือหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้เจรจาเพื่อขอคืนทับหลังปราสาทหนองหงส์ดังกล่าวกลับคืนมา เพื่อเป็นสมบัติของชาติและเป็นแหล่งศึกษาทางประวัติศาสตร์ของเยาวชนคนรุ่นหลัง จะได้รู้คุณค่าของโบราณวัตถุดังกล่าวว่ามีความเป็นไปเป็นมาอย่างไร เพราะถึงแม้ปัจจุบันจะสามารถแกะสลักจำลองขึ้นมาให้เหมือนของจริงได้แต่มีคุณค่าที่แตกต่างกันเพราะเป็นคนละยุคสมัย
ผศ.ดร.สรเชษฐ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ต่างประเทศมีความต้องการนำวัตถุโบราณไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ก็เพื่อต้องการดึงดูดความสนใจให้ผู้คนเข้าชมและศึกษาประวัติความเป็นมาของวัตถุโบราณชิ้นนั้นๆ โดยเฉพาะทับหลังปราสาทหนองหงส์ดังกล่าว มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 –17 ซึ่งอยู่ในยุคเดียวกันกับนครวัด – นครธม ที่มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นที่รู้จักทั่วโลก



