ข่าว

คลังเร่งเอกชนลงทุนลุ้นจีดีพีปีนี้โต4%

คลังเร่งเอกชนลงทุนลุ้นจีดีพีปีนี้โต4%

05 ส.ค. 2559

รมต.คลังมั่นใจศก.ปีนี้โตตามเป้า3.3%กระตุ้นเอกชนเร่งลงทุนหวังหนุนจีดีพีพุ่งถึง4%ยันยังไม่ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมชงนายกฯใช้อำนาจม.44จัดการนายทุนให้กู้นอกระบบ

 

          นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า ขณะนี้ภาคเอกชนกำลังติดตามผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน โดยประเมินว่าหากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านการลงประชามติ ก็จะมีส่วนช่วยเสริมความเชื่อมั่นมากขึ้น และมีโอกาสจะดันให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) โตได้ถึง 4% 

          พร้อมประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 2 ปี 2559 มีโอกาสขยายตัวได้ถึง 3.4% หลังรัฐบาลเร่งอัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ขณะเดียวกันคาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจไทยจะกลับมาขยายตัวได้แรงจากการเร่งกระตุ้นการลงทุนในภาคเอกชนที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น หลังจากที่ชะลอตัวต่อเนื่องมา 5-6 ปี

          นายอภิศักดิ์กล่าวในระหว่างเดินทางไปมอบนโยบายแก่ผู้บริหารระดับสูงและข้าราชการในสังกัดเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ว่ารัฐบาลพยายามสร้างพื้นฐานของประเทศให้มีความพร้อมในทุกด้าน  แต่สิ่งที่ควบคุมไม่ได้คือ ปัจจัยจากต่างประเทศและการลงทุน หากการลงทุนเอกชนขยับเชื่อว่าเศรษฐกิจโตได้ถึง 3.7% และมีโอกาสถึง 4% เนื่องจากเอกชนยังลงทุนไม่เต็มประสิทธิภาพ ขณะที่เงินลงทุนภาคเอกชนมีขนาดใหญ่มาก 

          หลังจากนี้กระทรวงการคลังได้วางแผนงานที่จะผลักดันแผนงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างวินัยการเงินการคลัง การลดการคอร์รัปชั่น ลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ การวางแผนดูแลคนชรารองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมากำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์และสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ได้กำกับดูแล อย่างไรก็ตาม ระทรวงการคลังไม่มีนโยบายขึ้นภาษี โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จากปัจจุบัน 7% จะไม่มีการปรับขึ้นเพราะการวางระบบการชำระผ่านภาษีทางอิเลคคทรอนิกส์จะมาช่วยให้การจัดเก็บได้เพิ่มขึ้นแทน

          สำหรับแผนแก้หนี้นอกระบบได้เสนอนายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อจัดการนายทุนให้กู้นอกระบบที่ให้กู้เกิน15% ต่อปีให้ได้รับโทษหนักขึ้นจากกฏหมายแพ่งเดิมที่กำหนดโทษปรับเพียงอย่างเดียวแต่การแก้กฏหมายใหม่จะกำหนดโทษอาญาด้วย ขณะเดียวกันจะให้ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตั้งหน่วยงานพิเศษแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของลูกค้าโดยรัฐบาลสนับสนุน ซึ่งได้ส่งให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว

          ส่วนผู้ที่ปล่อยกู้นอกระบบก็จะเปิดให้เข้าระบบ โดยเปลี่ยนมาปล่อยสินเชื่อรายย่อย (ฟิโก้) หรือ นาโนไฟแนนซ์ อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 36% ซึ่งคาดว่าหนี้นอกระบบจะหมดไป อย่างน้อยก็เหลือน้อยมาก

          นอกจากนี้ ภายในปีนี้มีแผนจัดตั้งเมืองค้าขายชายแดนปลอดภาษี ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ติดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้านเพื่อกระตุ้นการค้าและการบริโภคเพิ่มขึ้น และเป็นศูนย์กระจายสินค้า โดยกำหนดวงเงินซื้อสินค้าคนละไม่เกิน 20,000 บาทต่อเดือน โดยจะเปิดให้เอกชนเข้ามาบริหารจัดการ รัฐบาลจะส่งเสริมเรื่องภาษี ส่วนขนาดของพื้นที่ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ค้าที่ต้องการเจ้ามาค้าขาย