ข่าว

ตร.บางเขนยิงวัยรุ่นยิงเปิดทางหลบหนีตรวจค้นเจ็บ

ตร.บางเขนยิงวัยรุ่นยิงเปิดทางหลบหนีตรวจค้นเจ็บ

04 ส.ค. 2559

ตร.บางเขนยิงวัยรุ่นหลบหนีตรวจค้นเจ็บ หลังเตรียมเอาปืนยิงเพื่อเปิดทางหนี

           เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 4 สิงหาคม ร.ต.อ.สุเรวัช บังคมเนตร รอง สว.(สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนประจำกายยิงคนร้ายได้รับบาดเจ็บหลังพยายามขัดขืนและใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้เพื่อหวังหลบหนีการจับกุม เหตุเกิดภายในซอยรามอินทรา 39 แยก 1 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยพล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน พ.ต.ท.อำนาจ หาญชนะ รอง ผกก.ป.สน.บางเขน พ.ต.ท.ธิติ พันธ์สวัสดิ์ สวป.สน.บางเขน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.บางเขน ด.ต.ธีรภัทร์ พงษ์เจริญธรรม ผบ.หมู่ป.สน.บางเขน ส.ต.ต.ก้องเกียรติ ทองเพ็ชร ผบ.หมู่ป.สน.บางเขน และมูลนิธิร่วมกตัญญู

           ที่เกิดเหตุภายในพื้นที่รกร้างบริเวณกลางซอยดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้จำนวน 2 รายประกอบด้วยนายเอ นามสมมุติ อายุ 17 ปี พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีชมพู-ขาว หมายเลขทะเบียน 5 กท 8607 กรุงเทพมหานคร และผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อต่อมาคือนายกิตติธร กิตวิทยาเดชา อายุ 18 ปี สภาพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อยืดคอกลม สีขาว นุ่งกางเกงกีฬาขาสั้น สีน้ำเงิน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด.357 เข้าที่บริเวณต้นแขนขวาทะลุ จำนวน 1 นัด ห่างออกไปพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ตกอยู่ จำนวน 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเข้ารับการรักษาอาการอย่างเร่งด่วนซึ่งขณะนี้พ้นขีดอันตรายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            ด.ต.ธีรภัทร์ กล่าวว่า ขณะที่ตนพร้อมด้วยส.ต.ต.ก้องเกียรติ กำลังออกตรวจตราเพื่อระงับเหตุอาชญากรรมภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ กระทั่งได้รับแจ้งจากทางคณะอาจารย์ของวิทยาลัยเทคโนโลยีวิบูลย์บริหารธุรกิจ รามอินทรา ว่าให้ช่วยตรวจสอบกลุ่มวัยรุ่นต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนโดยพบท่าทางมีพิรุธเกรงว่าจะเกิดอันตราย จากนั้นเมื่อมาถึงช่วงระหว่างซอยรามอินทรา 39 แยก 1 และแยก 3 ได้พบวัยรุ่น จำนวน 2 ราย ขี่รถจักรยานยนต์และซ้อนท้ายกันมา ซึ่งมีรูปพรรณสัญฐานตรงตามกับที่ได้รับแจ้งไว้จึงขออนุญาตเพื่อเข้าตรวจค้นตามปกติ แต่ระหว่างนั้นผู้ซ้อนท้ายทราบชื่อต่อมาคือนายกิตติธร จู่ๆ ได้รีบวิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์ของสายตรวจออกตามล่ามาจนถึงภายในพื้นที่รกร้างดังกล่าว ส่วนนายเอให้ทางส.ต.ต.ก้องเกียรติ ควบคุมตัวเอาไว้

           ด.ต.ธีรภัทร์ กล่าวต่อว่า เมื่อติดตามนายกิตติธร มาจนถึงทางตันทางผู้ต้องหากลับชักอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขึ้นมาจ่อมาทางตนหวังจะยิงเปิดทางเพื่อหลบหนีไป แต่ระหว่างนั้นตนสามารถชักอาวุธปืนประจำกายได้เร็วกว่า ก่อนยิงเพื่อป้องกันตัว กระทั่งกระสุนไปถูกเข้าที่บริเวณต้นแขนขวาของผู้ต้องหาจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ก็ตกลงอยู่กับพื้น หลังจากนั้นตนจึงประสานให้ทางอาสาสมัครมูลนิธิปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาอาการอย่างเร่งด่วน ก่อนตรวจยึดของกลางไว้เป็นหลักฐาน

            พ.ต.อ.อำนาจ กล่าวว่า จากการสอบสวนนายเอ รับสารภาพว่า ได้เดินทางมาพร้อมกับนายกิตติธร เพื่อมาดักรอครู่อริ ซึ่งศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 ภายในสถาบันดังกล่าว โดยผลัดกันซ้อนท้าย และถืออาวุธปืน เมื่อถึงเวลาเลิกเรียนขณะนั้นตนเป็นผู้ซ้อนท้ายและถืออาวุธปืน พบคู่อริเดินออกมาแต่ไม่ได้ยิงเนื่องจากมีคนพลุกพล่านเกรงว่าคนอื่นจะถูกลูกหลง จึงให้นายกิตติธร ขี่รถวนออกมาก่อนเปลี่ยนให้นายกิตติธรเป็นผู้ซ้อนท้ายกระทั่งพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมได้ดังกล่าว

           ด้านพล.ต.ต.เจริญ กล่าวว่า ตนขอชื่นชมการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนาย ซึ่งต้องมีความอดทนและต้องมีไหวพริบปฏิภาณในการระงับเหตุ ซึ่งในครั้งนี้หากทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถระงับเหตุได้ทันอาจเกิดเหตุสลดอย่างแน่นอน และต้องขอขอบคุณคณะอาจารย์ที่ช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบเพื่อป้องกันระงับเหตุในครั้งนี้ ทั้งนี้ตนได้มอบเงินรางวัลจำนวน 5 พันบาท แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่อีกด้วย

           เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนนายกิตติธร ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ในข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป