ข่าว

“เลี้ยงปลา-ปลูกผัก”รวยสองต่อ ในบ่อ“อะควาโพนิค”จากยางพารา

“เลี้ยงปลา-ปลูกผัก”รวยสองต่อ ในบ่อ“อะควาโพนิค”จากยางพารา

05 ส.ค. 2559

โดย - ดลมนัส กาเจ

             ขณะที่หลายภาคส่วนที่เกี่ยวกับวงการยางพาราต่างพยายามผลักดันที่จะให้มีการแปรรูปยางพาราเพื่อใช้ภายในประเทศให้มากที่สุด เพื่อแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ แทนการส่งออกในรูปแบบของยางดิบที่มีกว่า 85% ล่าสุดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสายบุรี อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้นำผลงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) มาพัฒนาต่อยอดทำเป็นบ่อเลี้ยงปลาคอะควาโพนิค จากวัสดุจากยางพารา ในลักษณะบ่อเลี้ยงปลา และการปลูกพืชในน้ำแบบไร้ดิน ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

 

“เลี้ยงปลา-ปลูกผัก”รวยสองต่อ ในบ่อ“อะควาโพนิค”จากยางพารา

  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมคณะรัฐมนตรี ชมผลงานบ่อปลา

           สุไลมาน ดือราโอ หัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนสายบุรี บอกว่า บ่อเลี้ยงปลาอะควาโพนิค ผลิตจากวัสดุที่แปรรูปจากยางพารา คือเป็นการเลี้ยงปลาในบ่อ ปลูกผักไร้ดิน หรือไฮรโดรโพนิค แต่ตัวบ่อผลิตจากยางพารา ที่เขาได้ประยุกต์เทคโนโลยี 2 ประเภท จากงานวิจัยของนักวิจัยที่ได้รับการสนับสนุน สกว. เข้าด้วยกัน คือ“เทคโนโลยียางปูสระ”ที่กลุ่มได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก ผศ.ดร.อดิศัย รุ่งวิชานิวัฒน์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ในการใช้น้ำยางข้นชนิดครีมมาพัฒนาสูตรน้ำยางคอมปาวด์ ประยุกต์ทำบ่อเลี้ยงปลาและบ่อปลูกมะนาวให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

          อีกส่วนหนึ่งเป็นเทคโนโลยีสวนครัวยุคใหม่ จากโครงการวิจัย “การพัฒนาระบบปลูกผักร่วมกับการเลี้ยงปลาเพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารระดับครัวเรือน” มี รศ.ดร.กมล เลิศรัตน์ ภาควิชาพืชศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นหัวหน้าโครงการ ประยุกต์เป็นบ่อเลี้ยงปลาอะควาโพนิคสำหรับปลูกผักร่วมกับเลี้ยงปลานั่นเอง

          ฉะนั้น บ่อเลี้ยงปลาอะควาโพนิคจึงเป็นวิธีการผลิตอาหารแบบยั่งยืนที่ผสมผสาน 2 รูปแบบเข้าด้วยกัน คือ การเลี้ยงปลา และการปลูกพืชในน้ำแบบไร้ดิน ถือเป็นการใช้น้ำแบบหมุนเวียนระหว่างถังเลี้ยงปลากับภาชนะปลูกผัก ทำให้ใช้น้ำน้อย ประหยัดน้ำ และยังเป็นการนำวัตถุดิบจากยางพาราที่สามารถเพิ่มปริมาณการใช้ยางภายในประเทศ เพิ่มความมั่นคงด้านอาหารภายครัวเรือน โดยบ่อนี้มีอายุการใช้งานนานถึง 10 ปี เพราะผ้ายางที่ใช้เป็นบ่อลอยที่พ่นยางทั้งสองด้าน ซึ่งจะแตกต่างกับเทคโนโลยียางปูสระ ทำให้มีความแข็งแรงมากขึ้น อย่างไรก็ตามเขายังจะต้องพัฒนาบ่อให้มีความสมบูรณ์เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยต่อไป

 

“เลี้ยงปลา-ปลูกผัก”รวยสองต่อ ในบ่อ“อะควาโพนิค”จากยางพารา

 

         “ตอนนี้เพิ่งจะเริ่มต้น ยังถือว่าเป็นนวัตกรรมในวงการเลี้ยงปลาในบ้านเรา เริ่มแรกจากบ่อขนาด 1.5x2 เมตร ต้นทุนเริ่มต้นที่ 7,000 บาท แต่อยู่นานกว่า 10 ปี สามารถเลี้ยงปลาดุกได้บ่อละ 200 ตัว ใช้เวลาเลี้ยง 3-4 เดือน จะได้ปลาดุกขนาด 3 ตัวต่อ 1 กก. ปัจจุบันราคา กก.ละ 55 บาท ส่วนปลูกผักไร้ดินใช้เวลารุ่นละ 45 วัน จะขายได้บ่อละ 1,000 บาท พัก 1 อาทิตย์ ปลูกรุ่นใหม่อีก 1 รุ่น ปลาดุกที่เลี้ยงโตพอดี สามารถขายได้บ่อละ 7,000 บาท” สุไลมาน กล่าว

          สุไลมานบอกด้วยว่า ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมคณะรัฐมนตรี เดินทางไปติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานในด้านต่างๆ และร่วมประชุมกับส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ จ.นราธิวาส เมื่อไม่นานมานี้ ได้พบเห็นบ่อเลี้ยงปลาอะควาโพนิค ทำให้นายกรัฐมนตรีพอใจเป็นอย่างมาก และได้สอบถามเกี่ยวกับระบบหมุนเวียนน้ำและอายุการใช้งานด้วย

          นับเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่แปรรูปมาจากยางพาราที่น่าสนใจ จะทำให้เกษตรกรที่ปลูกผักไร้ดินสามารถเลี้ยงควบคู่ไปด้วยในบ่อเลี้ยงปลาแบบ “อะควาโพนิค” ทำให้มีรายได้สองทางอีกด้วย สนใจสอบถาม สุไลมาน ดือราโอ โทร.08-9017-3767