ข่าว

เปิดคลิปมัด"ม.ล." ฉ้อโกงจัดคอนเสิร์ตการกุศล

เปิดคลิปมัด"ม.ล." ฉ้อโกงจัดคอนเสิร์ตการกุศล

04 ส.ค. 2559

ฟ้อง “ม.ล.” พร้อมพวกอีก 2 คน ข้อหา ฉ้อโกงจัดคอนเสิร์ตการกุศล สมาคมศิษย์เก่าหมอฟัน มหิดล

          บริษัทออแกไนซ์ ฟ้อง “ม.ล.อุบลวดี” พร้อมพวกอีก 2 คน ข้อหา ฉ้อโกงจัดคอนเสิร์ตการกุศล สมาคมศิษย์เก่าหมอฟัน มหิดล เตรียมยื่นฟ้องศาลข้อหาเดียวกันในวันที่ 5 ส.ค.นี้ พร้อมเปิดหลักฐานเด็ด “เอ็กแซ็กท์” คิดค่าศิลปินรวมวงดนตรีแค่ 4.25 แสนบาท แต่ถูกขอเบิกงบถึง 1.9 ล้านบาท

          หลังจากสมาคมศิษย์เก่าทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับบริษัท มาสเตอร์พีซ ออร์แกไนเซอร์ จำกัด ได้ร่วมกันแถลงข่าวแฉการทุจริตของ “ไฮโซ อ.” พร้อมพวกคือเจ้าหน้าที่คณะทันตแพทยศาสตร์ ม.มหิดล และนักข่าวชื่อย่อ ป. ฉ้อโกงเงินจัดคอนเสิร์ตการกุศลสร้างรอยยิ้มเพื่อผู้ยากไร้และด้อยโอกาสไปเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยพยายามเบิกเงินค่าจัดคอนเสิร์ตเต็มจำนวนวงเงิน 3.5 ล้านบาท ทั้งที่ค่าใช้จ่ายจริงไม่ถึง ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการแจ้งความไปแล้วนั้น

          ล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 4 สิงหาคม ที่สิรินธรทันตพิพิธ ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา คณะทันตแพทยศาสตร์ ม.มหิดล ศ.คลินิกเกียรติคุณ ทพ.นิติพันธ์ จีระแพทย์ นายกสมาคมศิษย์เก่าทันตแพทยศาสตร์ ม.มหิดล พร้อมด้วย ทพ.ประดิษฐ์ เจษฎาไกรสร เลขาธิการสมาคมศิษย์เก่าทันตแพทยฯ และนายประดิษฐ์ สมดังเจตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์พีซฯ ได้ออกมาร่วมกันแถลงข่าวเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง โดยได้มีการเปิดเผยหลักฐานสลิปการโอนเงินจำนวน 2.61 ล้านบาท ไปยังบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ของ ม.ล.อุบลวดี เลิศอร่ามรัตน์ หรือ ม.ล.อุบลวดี ชยางกูร ในฐานะผู้ควบคุมการผลิตคอนเสิร์ตการกุศลดังกล่าวด้วย โดยแบ่งออกเป็น 6 ครั้ง คือ

          ครั้งที่ 1 วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 จำนวน 2 หมื่นบาท ครั้งที่ 2 วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 จำนวนเงิน 1 แสนบาท ครั้งที่ 3 วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 จำนวน 4 แสนบาท ครั้งที่ 4 วันที่ 14 มีนาคม 2559 จำนวน 5.9 แสนบาท ครั้งที่ 5 วันที่ 15 มีนาคม 2559 จำนวน 3.6 แสนบาท และครั้งที่ 6 วันที่ 25 เมษายน 2559 จำนวน 1 ล้านบาท นอกจากนี้ วันที่ 5 เมษายน 2559 ยังโอนเงินค่าแถลงข่าวให้แก่ ม.ล.อุบลวดี อีกจำนวน 1.4 แสนบาท

          นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยเอกสารที่ นายอนุชิต ธีระสมานนท์ หรือสื่อมวลชนชื่อย่อ ป. ที่เคยแถลงข่าวไปก่อนหน้านั้น ได้ทำหนังสือชี้แจงค่าใช้จ่ายในการจัดคอนเสิร์ตด้วย โดยมีค่าใช้จ่ายเป็น 4 หมวด คือ ค่าใช้จ่ายในส่วนฝ่ายผลิตทั้งหมด 1,455,000 บาท ค่าประชาสัมพันธ์ 300,311 บาท ค่าดนตรี 302,000 บาท และค่าศิลปินนักร้องและค่าบริหารจัดการ 1,470,500 บาท รวม 3,527,811 บาท แต่ตัดส่วนเกิน 27,811 บาทออกให้เหลือวงเงินพอดีที่ ศ.คลินิกเกียรติคุณ ทพ.นิติพันธ์ ฝากแจ้งมากับนางอัญชลี คณฑีวงษ์ ว่า อย่าให้เกินงบ 3.5 ล้านบาท

          ศ.คลินิกเกียรติคุณ ทพ.นิติพันธ์ กล่าวว่า ทางเอ็กแซ็กท์ซึ่งเป็นต้นสังกัดของศิลปินที่เชิญมาร่วมในคอนเสิร์ตการกุศลได้ส่งอีเมลระบุค่าศิลปินและวงดนตรี นักดนตรีต่างๆ รวมทั้งหมดเพียง 425,000 บาทเท่านั้น แต่กลับมีการชี้แจงค่าใช้จ่ายในส่วนนี้รวมแล้วถึง 1.9 ล้านบาท เท่ากับเกินจริงไปเกือบ 1.5 ล้านบาท ซึ่งในช่วงเช้าของวันที่ 5 สิงหาคม 2559 ทางสมาคมจะยื่นฟ้องต่อศาลแขวงดุสิตต่อคู่กรณีและพวกรวมสามคนในข้อหาฉ้อโกง สำหรับนางอัญชลี คณฑีวงษ์ หรือหน่อง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่คณะที่มีส่วนเกี่ยวข้อง คณบดีคณะทันตแพยศาสตร์ ม.มหิดล ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนด้วย

          ศ.คลินิกเกียรติคุณ ทพ.นิติพันธ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมานายประดิษฐ์ได้เชิญให้คู่กรณีเข้ามาชี้แจงแล้วถึง 4 ครั้ง ส่วนทางสมาคมก็มีการเชิญทั้งทางไลน์และออกเป็นหนังสือเชิญให้เข้ามาพูดคุยกัน คือ วันที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา แต่ก็ได้รับการแจ้งเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 21 กรกฎาคม และเมื่อถึงวันก็ถูกบอกขอยกเลิกนัด เท่ากับได้รับโอกาสแล้วถึง 6 ครั้ง และเมื่อได้รับการชี้แจงรายละเอียดค่าศิลปินจากทางเอ็กแซ็กท์จึงตัดสินใจที่จะฟ้องร้องต่อศาลข้อหาฉ้อโกง

          “มีเข้าใจผิดอยู่เรื่องเดียวที่คนถามว่าทำไมเราไม่ทำสัญญากันก่อน ต้องชี้แจงว่าประธานจริงๆ คือ ประธานมูลนิธิ เคยคุยกันว่าถ้าเราจะจัดคอนเสิร์ตจะไม่ใช้ออแกไนเซอร์จัด จะแยกเป็นเรื่องๆ ให้คนมาช่วยแล้วบวกค่าดำเนินการให้ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ เพราะถ้าจ้างออแกไนเซอร์เลยค่าใช้จ่ายจะสูงมาก เราเข้าใจว่า ม.ล.อุบลวดี เป็นนักสังคมสงเคราะห์ ท่านช่วยเหลืองานสังคมมามาก จึงเชิญมากินข้าวคุยกันด้วยความเข้าใจว่าท่านจะมาช่วยโครงการเรา ไม่ใช่มาทำธุรกิจ เงิน 2.6 ล้านบาท ที่แบ่งจ่ายเป็นงวดๆ โดยไม่ทำสัญญาก็เพราะความไว้ใจ และตอนสุดท้ายหลังจบโครงการจะมีการเคลียร์ค่าใช้จ่ายกันอีกที ค่าดำเนินการบางอย่างต้องมีการจ่ายล่วงหน้า ดังนั้นใบเสร็จทั้งหมด เมื่อคอนเสิร์ตเสร็จแล้วถึงจะมาชี้แจงว่าจ่ายไปเท่าไหร่แล้ว” ศ.คลินิกเกียรติคุณ ทพ.นิติพันธ์ กล่าว

          นายประดิษฐ์ กล่าวว่า ตั้งใจจะบริจาคเงิน 7 แสนบาท ให้สมาคมช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก แต่เงินก้อนนี้หายไป มารู้ตอนที่มาขอใบอนุโมทนาบัตร แล้วทราบว่าเงินไม่ถึง หลังการแถลงข่าวชี้แจงครั้งที่แล้ว มีการเรียกคู่กรณีมาคุย 4 ครั้ง แต่ก็ไม่มีการเดินทางมา ตัวเองไม่ต้องการอะไรนอกจากให้เอาเงินมาคืนสมาคมให้เรียบร้อย ชี้แจงว่าใช้จ่ายเท่าไหร่ เหลือเงินเท่าไหร่ เอาไปบริจาคได้จริงเท่าไหร่ ไม่ได้อยากให้เงินตกเป็นผลประโยชน์ส่วนตัวของคนใดคนหนึ่ง

          จากนั้น นายประดิษฐ์ได้เปิดคลิปเสียงการสนทนากับคู่กรณี ก่อนที่จะจัดแถลงข่าว 3 สัปดาห์ แบ่งเป็นคลิปย่อย 4 คลิป รวมเวลา 10 นาที ตัดจากคลิปเสียงที่คุยกันทั้งหมด 30 นาที สรุปใจความได้ว่ามีการไล่สอบถามข้อเท็จจริงทั้งในเรื่องการออกใบอนุโมทนาบัตร ค่าศิลปิน ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมต่างๆ ที่เกินจริง โดยคู่กรณีบอกว่าต้องการให้ตัวเองยอมรับเงิน 7 แสนบาทเป็นค่าดำเนินการจัดคอนเสิร์ตไป เพื่อให้จบๆ เรื่อง แต่กลับให้ไปเก็บจากทางสมาคม ซึ่งตัวเองเห็นว่าไม่เหมาะสม มิเช่นนั้นจะเป็นการร่วมขบวนการด้วย

          “ผมตกลงกับเขา โดยมีเจ้าหน้าที่ของสมาคมที่ชื่อหน่องไปกับเขาตั้งแต่แรก ผมบอกว่าขอทำงานช่วยเหลือเป็นการกุศล โดยขอแค่ใบอนุโมทนาบัตรให้หลังจบงาน ในคลิปเขาพูดเองว่าจะเอาใบให้ผม แต่เมื่อขอกลับไม่ได้ ทางสมาคมยังไม่ได้จ่ายเงินเขา 8 แสนบาท และขอให้โอนมาให้ผม 7 แสนบาท แล้วให้จบๆ กันไป ในความเป็นจริงผมทำแบบนั้นได้หรือครับ คลิปยืนยันว่าไม่ได้มีความเข้าใจผิดแต่อย่างใด แล้วเงินที่เหลือคือเงินเขาหรือเงินสมาคมกันแน่”

          อย่างไรก็ตาม ในคลิปเสียงมีการขอให้คู่กรณีขอโทษ โดยทาง “พี่หญิง” กล่าวว่าไม่ได้คุยกับทางสมาคมและเจ้าหน้าที่ชื่อหน่องนานแล้ว และขอให้จบเรื่องหลายครั้ง นายประดิษฐ์ได้ขอให้กลับไปชี้แจงกับสมาคม เอาเงินมาคืน ขอโทษอย่างเป็นทางการ เพราะถ้าไม่คุยกันก็จะไม่สามารถเคลียร์ตัวเองได้ หรือถ้าไม่ผิดก็ต้องลุกขึ้นสู้

          นายประดิษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ทางบริษัทได้ยื่นฟ้องต่อศาลแขวงปทุมวันเอาผิดบุคคลทั้งสาม ได้แก่ ม.ล.อุบลวดี, นางอัญชลี เจ้าหน้าที่สมาคม และนายอนุชิต นักข่าวโทรทัศน์ช่องหนึ่ง เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 4 สิงหาคม 2559 ในข้อหาฉ้อโกง ส่วนตัวคงไม่มีการคุยกันนอกรอบแล้ว แต่คงจะไปคุยกันในศาล ส่วนทางสมาคมศิษย์เก่าทันตแพทยศาสตร์ ม.มหิดล จะยื่นฟ้องบุคคลทั้งสามในช่วงเช้าของวันที่ 5 สิงหาคม เช่นกัน ทั้งนี้ การฟ้องร้องดังกล่าวถือเป็นคดีที่ยอมความกันได้ แต่ต้องดูเจตนาอันบริสุทธิ์ของคู่กรณีด้วย เพราะหากยังแก้ตัวไม่แก้ไขยังมีการใส่ร้ายตน สมาคม หรือไปหมิ่นประมาททางเฟซบุ๊ก อาจจะแจ้งข้อหาที่ยอมความกันไม่ได้เพิ่ม ซึ่งทุกคนน่าจะเข้าใจดีว่าข้อหาอะไร