โร่แจ้งปอศ.ถูกหลอกซื้อทอง1แถม1
กลุ่มผู้เสียหายโร่แจ้งความ ปอศ. หลังถูกหลอกซื้อทองโปรโมชั่น 1แถม1 หลงเชื่อโอนเงินไปถูกเชิดหนี
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 สิงหาคม 2559 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้มีผู้เสียหายจำนวน 3 ราย เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.พุฑฒิพงศ์ มุสิกูล รองผบก.ปอศ. พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผกก.5 บก.ปอศ. หลังตกเป็นเหยื่อโดยการเชิญชวนผ่านเฟซบุ๊ก “ดลพร อ่อนมิ” และแฟนเพจ “คลังมือถือสภาพนางฟ้า” โพสต์ขายทองคำโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 โดยผู้ที่ใช้เฟซบุ๊กชื่อดังกล่าว ได้มีการฉ้อโกงเงินของผู้เสียหายทั้ง 3 รายไปก่อนที่จะไม่สามารถติดต่อได้
น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี อาชีพผู้ช่วยทันตแพทย์คลีนิคแห่งหนึ่งย่านสะพานใหม่ หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อประมาณ กลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มเพื่อนๆมาชักชวนให้ซื้อทองคำโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 โดยผ่านเฟซบุ๊ก “ดลพร อ่อนมิ” และแฟนเพจ “คลังมือถือสภาพนางฟ้า” ตนจึงได้เข้าไปเป็นสมาชิกในเพจดังกล่าว เพื่อที่จะลงทุน และมีกลุ่มแฟนเพจที่ลงทุน ได้มีการโพสต์รูปทองคำโชว์ เพื่อแสดงว่าได้ทองจริงหลังจากที่ได้ลงทุนไปแล้ว เช่น ซื้อ 1 เส้นแถม 1 เส้น โดยมีการเริ่มต้น ตั้งแต่ซื้อทองคำ หนัก 1 กรัม ก็จะได้เพิ่มอีก 1 กรัม ซื้อ 1 สลึง จะได้ทองเพิ่มอีก 1 สลึง และสูงสุดสามารถซื้อน้ำหนักได้ไม่เกิน 6 บาท
ทั้งนี้ น.ส.เอ (นามสมมุติ) กล่าวต่อว่า โดยคนที่ต้องการจะซื้อทองคำ ตัองโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกสิกรไทย ซึ่งตนเองได้หลงเชื่อและได้โอนเงินเข้าไป จำนวน 9,880 บาท แต่หลังจากที่โอนเงินเข้าไปแล้ว 2 เดือน ก็ไม่ได้รับการติดต่อกลับมาแต่อย่างใด จึงคิดว่าตน โดน น.ส.ดลพร หลอกพร้อมกับเชิดเงินหนีไปแล้ว จึงมีการรวมตัวกันก่อนเดินทางเข้าแจ้งความ โดยก่อนหน้านี้ทราบว่า ทางน.ส ดลพร มีการชักชวนซื้อโทรศัพท์แบบ 1 แถม 1 แต่ไม่ประสบความสำเร็จจึงเปลี่ยนมาเป็นการจัดการขายทองคำโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 และมีแฟนเพจได้เข้าร่วมทุนเยอะมาก ตนในฐานะผู้ที่เสียหายเกรงว่าจะสูญเสียเงินไปเกือบ 10,000 บาท และน่าเชื่อว่ามีการทำเป็นขบวนการจึงได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บก.ปอศ เพื่อให้ดำเนินการติดตามตัว น.ส.ดลพร มาดำเนินคดี โดยส่วนตัวตนคาดว่าขณะนี้อาจจะมีผู้เสียหายรายอื่นกำลังเตรียมตัวเดินทางเข้าแจ้งความอีกกว่า 30 ราย มูลค่าความเสียหายจำนวนกว่าล้านบาท
ด้าน พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้เสียหายพบว่าเป็นการเข้าข่ายการกระทำความผิด ตามพรก.การกู้ยืมเงิน อันเป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 โดยหลังจากนี้จะประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินของ น.ส.ดลพร ว่าเข้าข่ายการฟอกเงินหรือไม่ หากพบว่าเข้าข่ายการฟอกเงินก็จะส่งมอบหลักฐานต่างๆให้กับทาง ปปง.ในการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



