ข่าว

หนุนตั้งกองทุนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเคเบิลปิดตัว

หนุนตั้งกองทุนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเคเบิลปิดตัว

03 ส.ค. 2559

เปิดเวทีวางแนวทางเยียวยาผู้บริโภค รับความเสียหายจากเคเบิลทีวีปิดตัว หนุนตั้งกองทุนเยียวยาหวังลดขั้นตอนฟ้องร้อง ชี้ กสทช.ต้องลงดาบหนักให้เห็นเป็นตัวอย่าง

               เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม สำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดเสวนา NBTC Public Forum เรื่อง “การเยียวยาความเสียหายของผู้บริโภค:กรณีผู้ประกอบการยกเลิกการให้บริการช่องรายการทีวีดาวเทียมและเคเบิล” หลังจากเกิดกรณีการประกาศยกเลิกบริการเคเบิลทีวี หรือเพย์ทีวี ของกลุ่มบริษัทซีทีเอช จำกัด (มหาชน) ในวันที่ 1 กันยายน 2559 โดยมีตัวแทนผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และสำนักงาน กสทช. ร่วมกันเสนอแนวทางปฏิบัติด้านการเยียวยาความเสียหายผู้บริโภค ด้วยการตั้งกองทุนเยียวยาผู้บริโภค

               น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการตั้งกองทุนเยียวยาผู้บริโภค ที่มาจากเงินของภาคเอกชนหรือผู้ประกอบการ และหากเอกชนยุติประกอบกิจการ จะต้องนำเงินมาใช้เยียวยาผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบ สำหรับส่วนขั้นตอนการตั้งกองทุน เบื้องต้นอาจต้องแก้กฎหมาย เพื่อเพิ่มมาตรการแก้ปัญหาให้ผู้บริโภค โดยเฉพาะส่วนการยกเลิกกิจการ เพื่อลดขั้นตอนการฟ้องร้อง

               ด้านนายวชิร พฤกษ์ไพบูลย์ ทนายความมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า การจัดตั้งกองทุนเยียวยาผู้บริโภค เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคและไม่เสียเวลาการฟ้องร้อง เพราะโดยทั่วไปผู้ประกอบการวางกลไกทางธุรกิจด้วยจัดตั้งนิติบุคคลขึ้นมาเพื่อรับผิดชอบในขั้นตอนการถูกฟ้องร้องจากผู้บริโภคอยู่แล้ว และเมื่อมีการดำเนินการทางศาล ผู้บริโภคควรได้รับการชดเชยหรือค่าเสียหายอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้หน่วยงานรัฐที่ให้ใบอนุญาตผู้ประกอบการใช้คลื่นความถี่ประกอบกิจการ ควรวางหลักการคุ้มผู้บริโภคไว้ด้วยเช่นกัน

               ขณะที่นางสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า สิ่งที่ กสทช.ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ มีหลายแนวทาง เช่น กรณีของซีทีเอช อาจเรียกผู้ประกอบการรายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาหารือแนวทางรับผิดชอบลูกค้า โดยต้องแยกระหว่างการเยียวยาทางแพ่ง และการเยียวยาในกรณีการเลิกกิจการ ซึ่งกสทช.มีหน้าที่และสิทธิพิจารณาความเสียหายจากแผนการเลิกกิจการ แต่จะต้องไม่เป็นการตัดสิทธิผู้บริโภคด้วย หากการเยียวยาของทาง กสทช.ไม่เป็นที่พอใจ เพราะผู้บริโภคสามารถฟ้องทางแพ่งต่อไปได้

               “กสทช.ไม่ใช่แค่รับทราบ แต่ต้องมีแผนและขั้นตอนต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค กรณีผู้ประกอบการเลิกกิจการและส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค ขอให้ใช้กฎหมายสูงสุดเข้ามาจัดการ เพื่อแสดงให้ผู้บริโภคเห็นว่า กสทช.ดำเนินการลงโทษแล้ว ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่รับทราบเรื่องแผนเยียวยาที่ผู้ประกอบการยังไม่ปรับปรุง" นางสารีกล่าว