ข่าว

กนง.คงดอกเบี้ยนโยบาย 1.5% สู้เศรษฐกิจโลกเสี่ยง

กนง.คงดอกเบี้ยนโยบาย 1.5% สู้เศรษฐกิจโลกเสี่ยง

03 ส.ค. 2559

กนง.เก็บกระสุนคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% มองเศรษฐกิจโลกเปราะบางยังเป็นความเสี่ยง จับตาเงินบาทแข็งพรวด ด้าน “สมคิด” หารือคลังงัดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

               นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี เนื่องจากประเมินว่าเศรษฐกิจยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ในระยะข้างหน้าจะมีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นจากการประชุมครั้งก่อน เนื่องจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เงินเฟ้ออาจกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายช้ากว่าที่เคยประเมินไว้เล็กน้อย เพราะแรงกดดันจากราคาพลังงานที่อาจต่ำกว่าคาด ส่วนภาวะการเงินในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ผ่อนคลาย และเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

               “กนง.มองว่าเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการใช้จ่ายภาครัฐที่ทำได้ต่อเนื่องตามคาด และภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวดี ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้ตามรายได้และความเชื่อมั่นของครัวเรือนในภาคเกษตรที่ปรับดีขึ้น แต่การลงทุนภาคเอกชนยังอยู่ในระดับต่ำ และการส่งออกสินค้ายังหดตัวตามเศรษฐกิจเอเชียที่ชะลอลงมากกว่าคาด” นายจาตุรงค์ กล่าว

               ทั้งนี้ ในภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ แต่มีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการประชุมครั้งก่อน เช่น ความไม่แน่นอนภายหลังการลงประชามติในสหราชอาณาจักร (เบร็กซิท) ปัญหาภาคการเงินในยุโรป และพัฒนาการทางการเมืองในต่างประเทศ ซึ่งอาจะกระทบต่อความเชื่อมั่นและแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าในระยะต่อไป ในขณะที่ความเสี่ยงในภาคการเงินจีนยังมีอยู่

               อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทในช่วงที่ผ่านมามีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักบางสกุล เนื่องจากมีกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลเข้าประเทศไทยต่อเนื่อง และอาจไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยเฉพาะการส่งออกสินค้า ซึ่งที่ประชุมได้หารือกันว่าสาเหตุที่เงินทุนไหลเข้ามาจากมุมมองของต่างชาติที่เห็นว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไทยมีความแข็งแกร่ง นอกจากนี้ กนง.เห็นว่ายังคงต้องติดตามความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงิน รวมทั้งพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากการที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน

               “ยอมรับว่าบางช่วงเงินบาทแข็งค่าเร็วเกินไป ก็อาจจะไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ แต่ ธปท.ก็มีเครื่องมือในการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนหลายเครื่องมือ ไม่ใช่เฉพาะอัตราดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว ซึ่งในระยะข้างหน้าอัตราแลกเปลี่ยนและการเคลื่อนย้ายเงินทุนมีความผันผวนสูง” นายจาตุรงค์ กล่าว

               นายจาตุรงค์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมรอบนี้มีการพูดถึงผลกระทบจากการลงประชามติเรื่องการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ด้วย โดยมองว่าผลกระทบระยะสั้นคงไม่มี ซึ่งต้องรอดูผลของประชามติที่ออกมาก่อน แต่สุดท้ายเชื่อว่าผลกระทบคงไม่มาก

               ด้าน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2559 ได้หารือกับนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้บริหารกระทรวงการคลัง เพื่อเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนมาตรการเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง มั่นใจว่าเศรษฐกิจดีขึ้นตามลำดับ และเป็นช่วงที่จะผลักดันโครงการใหญ่ๆ ออกมาหลายโครงการ ทั้งโครงการร่วมลงทุนของรัฐและเอกชน หรือพีพีพี และการตั้งกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ จะออกมาในช่วงปลายไตรมาส 3 หรือต้นไตรมาส 4 นี้

               “ในไม่ช้านี้จะมีมาตรการช่วยเหลือคนที่ยากไร้จริงๆ ออกมา ซึ่งให้ไปคิดอยู่ว่าจะช่วยเหลืออย่างไร จึงอยากให้รีบไปลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย เพื่อรับสวัสดิการส่วนนี้ หากไม่ลงทะเบียนก็อด รายงานล่าสุดมีคนลงทะเบียนแล้ว 2 ล้านราย” นายสมคิด กล่าว