ดันอนุกรรมการกฟก.จังหวัด ตัวจักรขับเคลื่อนแก้หนี้เกษตรกร
โดย - สุรัตน์ อัตตะ
ก้าวมาอีกขั้นสำหรับการสนองนโยบายรัฐบาลของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) หลังจากที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่มอบนโยบายคณะอนุกรรมการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร 20 จังหวัดภาคอีสาน หวังเร่งขับเคลื่อนภารกิจสู่องค์กรเกษตรกรครบวงจร พร้อมดึงทุกภาคส่วนมาร่วมแก้ปัญหาหนี้สินและพัฒนาอาชีพสู่ความยั่งยืน
นายอำนวย ปะติเส ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา โดยระบุว่าคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ ถือเป็นส่วนหนึ่งในการนำนโยบายการดำเนินงานไปสู่เป้าหมายช่วยเหลือเกษตรกรให้รอดพ้นจากปัญหาหนี้สินและเกิดกระบวนการเรียนรู้เพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพ สร้างภูมิคุ้มกันให้อาชีพของตนเองในระยะยาว เป็นกลไกที่มีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนงานทุกด้าน เนื่องจากอนุกรรมการทุกท่านที่อยู่ในพื้นที่จะรับทราบปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่นั้นๆ ได้เป็นอย่างดี หากทุกท่านเข้าใจบทบาทหน้าที่การปฏิบัติงานจะมีความราบรื่นเกิดการกระจายอำนาจการบริหารตามเจตนารมณ์ของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรอย่างแท้จริง
“รัฐบาลนี้มีนโยบายชัดเจน ข้อบังคับอนุกรรมการ 10 ข้อ ต้องทำให้ได้ แต่ละจังหวัดจะต้องจัดทำแผนแก้หนี้ในทุกขั้นตอนตั้งแต่หนี้เกิดจนถึงหนี้ตาย หนี้เกิดเริ่มตั้งแต่เกษตรกรเริ่มเป็นหนี้นั่นแหละ ส่วนหนี้ตายก็คือโดนยึดที่ทำกินโดยการบังคับคดี เราก็ต้องพยายามไปซื้อกลับคืนมา บางครั้งหนี้ตายก็สามารถแก้ไขได้ ตอนนี้รัฐบาลใช้ระบบประชารัฐในการขับเคลื่อนภาคเกษตรแบบครบวงจร” ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ กล่าวย้ำ
ขณะที่ นายวัชระพันธ์ จันทรขจร เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) กล่าวเสริมว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการระดับจังหวัดได้รับทราบบทบาทหน้าที่ตามพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ.2542 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2544 และระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่เกี่ยวข้อง อาทิ การกระจายอำนาจการบริหาร การฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร การจัดการหนี้ของเกษตรกร การขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกร รวมทั้งประกาศคณะกรรมการการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรและประกาศคณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร
นายวัชระพันธ์เปิดเผยต่อว่า สำหรับคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดมีจำนวน 17 คน ประกอบด้วย ผู้แทนส่วนราชการ 4 คน ผู้แทนภาคเอกชน 4 คน ผู้แทนองค์กรเกษตรกร 4 คน และหัวหน้าสำนักงานสาขาจังหวัด 1 คน ทำหน้าที่เลขานุการคณะ สำหรับผู้เข้าร่วมการสัมมนาครั้งนี้ ประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประธานกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร ผู้แทนเกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเนือ คณะอนุกรรมการกองทุนระดับจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด และพนักงานเจ้าหน้าที่กองทุนฟื้นฟูฯ รวมกว่า 400 คน
“ต่อไปนโยบายต่างๆ ที่ออกมาจะไม่ได้เป็นความคิดของผู้บริหารแต่ฝ่ายเดียว เพราะคณะอนุกรรมการจังหวัดทุกจังหวัดก็คือผู้ประสานงานที่จะนำความจริงให้ปรากฏ การสัมมนาวันนี้เราจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ขณะเดียวกันก็เปิดให้มีการซักถามของคณะอนุกรรมการจังหวัดจะสามารถเข้าใจร่วมกันได้ และการดำเนินการสัมมนาครั้งนี้จะเป็นต้นแบบให้จังหวัดอื่นต่อไปในทุกภูมิภาค ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ จะได้รับทราบปัญหาและแก้ไขร่วมกันทั้งประเทศ”
เลขาธิการ กฟก.ย้ำด้วยว่า การจัดสัมมนาครั้งนี้ เพื่อให้คณะอนุกรรมการระดับจังหวัดมีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนตามระเบียบประกาศและคำสั่งที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้ รวมถึงเข้าใจในขั้นตอน วิธีการดำเนินงานด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรและด้านการจัดการหนี้ของเกษตรกรทุกสถาบันการเงินเจ้าหนี้ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนให้การดำเนินงานของกองทุนฟื้นฟูฯ เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป อย่างไรก็ตามการจัดสัมมนาครั้งต่อไปจะมีขึ้นที่ภาคกลาง จ.นครนายกระหว่างวันที่ 9-11 สิงหาคม และภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม หลังจัดสัมมนาในภาคอีสานและภาคเหนือประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี



