ข่าว

แฉออสเตรเลียจงใจปล่อยสภาพศูนย์กักกันผู้ขอลี้ภัยเลวร้าย

แฉออสเตรเลียจงใจปล่อยสภาพศูนย์กักกันผู้ขอลี้ภัยเลวร้าย

03 ส.ค. 2559

สององค์กรสิทธิชั้นนำเผย ออสเตรเลียจงใจปล่อยเรื้อรังปัญหาละเมิดผู้ขอลี้ภัย ที่ส่งไปยังศูนย์กักกันนอกชายฝั่งบนเกาะนาอูรู ป้องปรามคนคิดจะมาใหม่

 

          นโยบายคนเข้าเมืองของออสเตรเลีย ที่มุ่งสกัดผู้ขอลี้ภัยทางเรือกลางทะเลไม่ให้ขึ้นฝั่ง และส่งไปกักกันที่ศูนย์ชั่วคราวบนเกาะนาอูรู หรือเกาะมานุส ของปาปัวนิวกินี ประเทศหมู่เกาะในแปซิฟิก หรือส่งกลับประเทศ โดยไม่รับเป็นผู้ลี้ภัยแทบทุกกรณี  เป็นประเด็นที่ถูกวิจารณ์มานาน ล่าสุด  องค์การฮิวแมน ไรทส์ วอทช์ และ แอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล ออกรายงานกล่าวหาว่า รัฐบาลออสเตรเลียเจตนาไม่แก้ไขปัญหาการล่วงละเมิด ที่รวมถึงความรุนแรงรายวัน ความพยายามฆ่าตัวตาย และการไม่รักษาพยายามอย่างเหมาะสม เพื่อใช้ป้องปรามผู้ที่คิดจะลงเรือมาขอลี้ภัยที่ออสเตรเลียเพิ่มอีก

          นายไมเคิล บอชเนค หนึ่งในสองนักวิจัยที่เดินทางไปเกาะนาอูรู โดยไม่ได้เปิดเผยวัตถุประสงคและไม่ได้แจ้งว่าทำงานให้กับองค์กรใด มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้ขอลี้ภัย 84 คนเมื่อเดือนที่แล้ว  กล่าวหาว่า การผลักดันผู้ขอลี้ภัยทั้งผู้ใหญ่และเด็กอยู่ในสภาพถูกละเมิดต่อเนื่องจนถึงจุดทนไม่ไหว เป็นหนึ่งในเป้าหมายของออสเตรเลียบนเกาะนาอูรู

         คนที่อยู่ในศูนย์กักกันบนเกาะนาอูรู ซึ่งมาจากอิหร่าน อิรัก โซมาเลียและอัฟกานิสถาน บรรยายว่าสภาพความเป็นอยู่ของพวกเขาเหมือนกับคุก หลายคนมีอาการวิตกจริตรุนแรง นอนไม่ได้ อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้าและสูญเสียความจำระยะสั้น บ่อยครั้งคุยกันเรื่องฆ่าตัวตาย จำนวนนี้มีเด็ก 10 ขวบรวมอยู่ด้วย

         ผู้หญิงคนหนึ่ง กล่าวว่า คนที่นี่ไม่ได้มีชีวิตอยู่จริง เราแค่มีชีวิต แต่เหมือนอยู่ในร่างที่ไร้วิญญาณ ไม่มีความหวังหรือแรงจูงใจใดๆ

          แม้ผู้ขอลี้ภัยบนเกาะนาอูรู มีอิสระไปไหนมาไหนได้ในประเทศเล็กจิ๋วแห่งนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ไม่ได้ถูกบังคับให้อยู่แต่ในศูนย์กักกันอีกต่อไป แต่นักวิจัยกล่าวว่า สภาพนอกเรือนก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน ผู้ขอลี้ภัยหลายคนถูกทำร้าย ปล้น และคุกคามจากคนในท้องถิ่น

          นายบอชเนคกล่าวกับซีเอ็นเอ็นด้วยว่า จากประสบการณ์ของเขา ไม่เคยพบประเทศพัฒนาแล้วที่ไหนที่ใช้วิธีการแบบนี้กับคนที่หนีภัยสงคราม การเข่นฆ่า และคนที่พยายามแสวงหาเสรีภาพ ที่ไม่เคยต้องข้อหาอาชญากรรม

          ขณะออสเตรเลีย ตอบโต้ว่า แอมเนสตี ไม่ได้สอบถามหารือกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นส่วนหนึ่งในการสอบสวนเรื่องนี้ และขอปฏิเสธข้อหาหลายข้อในรายงาน แต่ก็ไม่ได้ระบุชัดว่าข้อหาใดบ้าง

          ออสเตรเลียมักแซ่ซ้องความสำเร็จของนโยบายสกัดกั้นผู้ขอลี้ภัยทางเรือ โดยอ้างว่าทำเพื่อมนุษยธรรม เพราะช่วยลดจำนวนคนจมน้ำตายลงได้จำนวนมาก แต่กลุ่มสนับสนุนผู้อพยพและผู้สื่อข่าว วิจารณ์สภาพความเป็นอยู่ที่บีบคั้นของคนที่ถูกกักตัว รวมถึงการดำเนินการแบบปิดลับของศูนย์กักกันผู้ขอลี้ภัย หลายปีมานี้ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เข้าถึงค่ายเหล่านั้นได้

          ข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสิ้นสุด 30 มิถุนายนว่า นาอูรูกักกันผู้ขอลี้ภัยเข้าออสเตรเลีย 442 คน และอีก 854 คนอยู่บนเกาะมานุส ประเทศปาปัวนิวกินี

         แต่ปาปัว มีแผนจะต้องปิดศูนย์หลังศาลสูงมีคำสั่งว่าการกักกันคนในสภาพเช่นนั้น ขัดรัฐธรรมนูญและผิดกฎหมาย และต้องการให้รัฐบาลแคนเบอร์รา เสนอแผนตั้งถิ่นฐานให้กับผู้ขอลี้ภัยบนเกาะมานุส ภายในวันพฤหัสบดีนี้ รวมถึงทางเลือกว่าจะขยับขยายคนเหล่านั้นไปไหนหากไม่ต้องการอยู่ที่ปาปัว