
“รมว.ยธ.”จวก“ทนายสมเด็จช่วง”หัดอ่านคำแจง“ดีเอสไอ”บ้าง
“รัฐมนตรียุติธรรม” จวก “ทนายสมเด็จช่วง"หัดอ่านคำชี้แจง “ดีเอสไอ”บ้าง ติงอย่ามั่วแต่ดูข่าวตามสื่ออย่างเดียว พร้อมป้อง“พนง.สอบสวน”ชี้แจงได้เพียงบางเรื่อง
- 3 ส.ค. 59 - พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่นายสมศักดิ์ โตรักษา ทนายความวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ แถลงข่าวระบุว่าการแจ้ง 2 ข้อกล่าวหาของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำให้กระทบต่อสิทธิสมเด็จช่วงและกระทบต่อการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช จึงเตรียมรวบรวมเอกสารชี้แจงถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่า สำนวนสอบสวนบางเรื่องพนักงานให้ไม่ได้ เพราะอยู่ในสำนวนสอบสวน คนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม ย่อมต้องหาความเป็นธรรม
รมว.ยุติธรรม กล่าวอีกว่า ฉะนั้นจะเป็นทนายความของใครก็ตาม ก็ต้องหาความเป็นธรรมให้กับลูกความของตัวเอง เราก็ควรยินดีที่เขาเดินมาตามกระบวนการยุติธรรม ตนอยากให้ทุกคนเดินตามกระบวนการยุติธรรม อะไรที่เห็นว่าพนักงานสอบสวนทำไม่ถูกก็ฟ้องร้อง แต่ถ้าฟังในเรื่องที่ทนายชี้แจงเป็นเรื่องที่ทนายทำหน้าที่ของตนเอง แต่ก็อาจจะสร้างความสับสนได้เหมือนกัน ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่มีโอกาสชี้แจง เพราะบางเรื่องพนักงานสอบสวนชี้แจงไม่ได้ เพราะอยู่ในสำนวน จะผิดกฎหมายและถูกฟ้องร้อง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทนายความระบุว่ายังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อสมเด็จช่วง แต่กลับมีการระบุว่าครอบครองรถผิดกฎหมาย พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องว่าพนักงานสอบสวนใช้กฎเกณฑ์อะไรในการดำเนินการ ตนไม่ทราบว่าทนายนำข้อมูลมาจากไหน แต่พนักงานสอบสวนได้ชี้แจงผ่านทางเอกสารไปแล้ว ดังนั้นทนายต้องไปอ่านเอกสารหน้าที่พนักงานสอบสวนชี้แจง แล้วตีความตามนั้น ไม่ใช่อ่านตามสื่อ ซึ่งเรื่องดังกล่าวตนได้สอบถามอธิบดีดีเอสไอแล้วว่า บางเรื่องไม่ใช่เรื่องที่พนักงานสอบสวนชี้แจงไปตามเอกสารที่แจก อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่ได้รับรายงานจากกรมสรรพสามิตเรื่องการประเมินรถยนต์โบราณของสมเด็จช่วง



