ข่าว

เรียก 7 หน่วยงาน ถกรถจดประกอบเลี่ยงภาษี

เรียก 7 หน่วยงาน ถกรถจดประกอบเลี่ยงภาษี

03 ส.ค. 2559

"บิ๊กต๊อก" เรียกประชุมคดีรถจดประกอบเลี่ยงภาษี จวกศุลกากรอ้างติดขัดข้อกฎหมายขอขยายเวลาประเมินภาษีอีก 3 เดือน ส่วนคดีรถ "สมเด็จช่วง" อยู่ระหว่างดำเนินคดี

          วันที่ 3 ส.ค. 59 - พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยภายหลังประชุมร่วม 7 หน่วยงาน เพื่อแก้ปัญหารถจดประกอบหลีกเลี่ยงภาษีจำนวน 7,123 คัน ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ก่อนหน้านี้ว่า หลังดำเนินการตามแผนงานมาระยะหนึ่ง พบว่ามีปัญหาติดขัดในประเด็นข้อกฎหมายของกรมศุลกากรเกี่ยวกับกรณีผู้ร้องให้ตรวจสอบจึงจะสามารถดำเนินการได้ ทำให้ล่าสุดต้องขยายระยะเวลาการตรวจสอบอีก 3 เดือน เพื่อเร่งเรียกคืนภาษีในส่วนที่ขาด โดยหลังจากนี้จะมีการทยอยส่งข้อมูลให้ดีเอสไอดำเนินการตามขั้นตอน เนื่องจากเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจและรอคำตอบ หากล่าช้าหรือไม่ดำเนินการให้เสร็จสิ้นก็จะมีข้อสงสัยการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนการตรวจสอบรถเบนซ์ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ที่กรมสรรพสามิตประเมินภาษีที่จ่ายไม่ครบและค่าปรับกลับมาให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แล้วนั้น ขั้นตอนจากนี้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนเป็นผู้พิจารณาว่าจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป              
          พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวถึงกรณีที่มีการออกมาให้ความเห็นตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของพนักงานสอบสวนว่า เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ต้องชี้แจงว่าตามกฎหมายบางเรื่องเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เป็นข้อมูลในสำนวน การที่ผู้ถูกกล่าวหาจะเข้าเรียกร้องความเป็นธรรมเป็นเรื่องดี แต่ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วย ไม่ว่าคดีใดก็ควรเข้ามาต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ต่อสู้ภายนอกด้วยการตอบโต้ผ่านสื่อ เพราะคดียังมีกระบวนการของศาลด้วย ส่วนกรณีที่ทนายความวัดปากน้ำภาษีเจริญ ระบุจะยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือดังกล่าว แต่หากคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ก็สามารถมาพบได้ หลายกรณีก็เข้ามาหาตน                   
          "ความเข้าใจของผู้ถูกกล่าวหากับพนักงานสอบสวนที่เป็นผู้กล่าวหาอาจไม่ใช่ทางเดียวกัน แต่ควรเข้ามาอยู่ในกระบวนการยุติธรรมก่อน เพื่อต่อสู้คดีและนำความเห็นแย้งมาพูดกัน หากใช้แต่เวทีข้างนอกพูดเพื่อสร้างความรับรู้กับสังคมถูกบ้างผิดบ้าง คดีก็คงไม่จบและไม่เกิดประโยชน์ และคงไม่มีทนายความคนใดออกมาบอกว่าลูกความของตัวเองผิดแน่ๆ" รมว.ยุติธรรม กล่าว                  
          พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวถึงกรณีที่มีความพยายามนำคดีของพระพุทธะอิสระไปเทียบเคียงกับพระธัมมชโย ทุกเสียงท้วงติงตนนำไปตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกเรื่อง ซึ่งในส่วนนี้ตนก็ตรวจสอบแล้วพบว่าต่างกัน เพราะพระพุทธอิสระเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วยการมอบตัวสู้คดีทุกคดี ขณะที่พระธัมมชโยไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มีแต่ทนายเป็นผู้ให้สัมภาษณ์ สร้างการรับรู้แบบผิดบ้างถูกบ้าง ขอแนะนำว่าทนายควรเป็นผู้นำลูกความเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก่อน อย่าสร้างภาพว่ามีการเลือกปฏิบัติ เพราะไม่ใช่เรื่องจริง สิ่งนี้คือความแตกต่าง คดีของพระพุทธอิสระอยู่ในชั้นอัยการและศาล หลายคดี  ซึ่งการมอบตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทำให้ขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมเดินต่อไปได้.