
เผยโทษวินัย หมอเปรม พ้นจากตำแหน่ง
5 นักข่าวพบปลัดจังหวัด ให้ข้อมูล หมอเปรม ถอดกางเกงผู้สื่อข่าว เร่งสอบปากคำให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า ก่อนเสนอผู้ว่าฯ หากผิดจริงโทษสถานเดียว พ้นจากตำแหน่ง
3 ส.ค. 59 เมื่อเวลา 11.30 น. ที่หน้าห้องกลุ่มงานกฎหมาย กลุ่มงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จ.ขอนแก่น ได้มีกลุ่มผู้สื่อข่าวที่แจ้งความเอาผิด หมอเปรม ดร.นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านไผ่ ในข้อหา หน่วงเหนี่ยวกักขัง ข่มขืนใจ เพื่อให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ นายกำธร ถาวรสถิต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น แต่งตั้งขึ้น โดยมีนายสุรชัย วัฒนาอุดมชัย ปลัด จ.ขอนแก่น เป็นประธาน ซึ่งประกอบด้วย นายก่อสิทธิ์ กองโฉม ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ , นายปราโมทย์ ศรีบุระ ผู้สื่อข่าวช่อง 3 , นายสุพล บุญชื่นชม ผู้สื่อข่าวข่าวสด มติชน , นายปรัชญา เทพสกุล ผู้สื่อข่าว เคเบิ้ลทีวี (KKC TV) ขอนแก่น และนางจิตติมา จันพรม ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี จ.ขอนแก่น
นายสุรชัย กล่าวก่อนทำการสอบข้อเท็จจริงว่า คณะกรรมการฯ จะรวบรวมข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น คงใช้เวลาไม่นาน เดิมจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันศุกร์ที่ 5 ส.ค.นี้ โดยในวันนี้เป็นการให้ถ้อยคำของผู้สื่อข่าว วันพรุ่งนี้ (4 ส.ค.) เป็นพนักงานเทศบาลเมืองบ้านไผ่ และวันศุกร์ (5 ส.ค.) เป็นคิวของ หมอเปรม ซึ่งได้ทำหนังสือเชิญไปแล้วเมื่อ 2 - 3 วัน ที่ผ่านมา การทำงานอาจมีการขยายวันออกไปบ้าง แต่จะให้เสร็จภายในสัปดาห์หน้าแน่นอน เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก โดยผู้ว่าฯ ได้กำชับให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ซึ่งหลังจากขั้นตอนการรวบรมข้อเท็จจริงแล้วกระบวนการต่อไปก็เป็นเรื่องของวินัย ตาม พ.ร.บ.เทศบาล 2496 ที่ว่าด้วยผู้บริหารท้องถิ่นและพนักงานท้องถิ่น ซึ่ง ผู้ว่าฯ กำกับดูแลอยู่แล้ว หากผิดจริงมีโทษระดับเดียว คือ ให้พ้นจากตำแหน่งเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้มีเด็กเข้ามาเกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไร นายสุรชัย กล่าวว่า การสอบปากคำจะมีสหวิชาชีพเข้ามาร่วมด้วย ส่วนภาพเด็กที่ปรากฏตามสื่อ นสพ.และโลกโซเชียลนั้นอาจไม่ใช่การแต่งงาน อาจเป็นการผูกข้อมือก็ได้ จึงต้องหาข้อเท็จจริงต่อไป
ด้านนายปราโมทย์ กล่าวว่า เพื่อให้การต่อสู้คดีเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ได้มีทนายความอิสระให้ความสนใจเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องตลกและเราเป็นผู้ถูกกระทำ ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบ้านไผ่ มีคนเป็น 100 เรามีแค่ 5 คน จะคุกคามเขาได้อย่างไร เรามีความมั่นใจในความตรงไปตรงมาของคณะกรรมการฯ เพราะเรื่องนี้มีความเป็นมาตามที่ได้แจ้งความไว้
ด้าน น.ส.วรพรรณ เบญจวรกุล ทนายความอิสระ จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ตนมีความสนิทสนมกับกลุ่มนักข่าวประจำ จ.ขอนแก่น ซึ่งมีความน่ารักทุกสำนัก พอมีปัญหาทุกคนก็คิดถึงตนเพื่อเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมาย ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ข้อเท็จจริง มันไม่น่าจะบานปลายถึงขนาดนี้ หมอเปรม น่าจะให้คำตอบกับสังคม แต่ หมอเปรม กลับสร้างประเด็นขึ้นมาใหม่ เสียดายที่ท่านเป็นนักการเมืองมานานจนมีชื่อเสียง แปลกใจเหมือนกันว่ามันบานปลายมาถึงขนาดนี้ได้อย่างไร ส่วนการช่วยเหลือกลุ่มนักข่าวนั้นเราไม่มีปัญหามีอะไรในพื้นที่เราช่วยเหลือกัน
สำหรับความเคลื่อนไหวที่โรงเรียนบ้านไผ่ (ข.ก.5) อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น อาจารย์ในโรงเรียนคนหนึ่ง ได้เปิดเผยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับนักเรียนว่า หลังเกิดเรื่อง 1 วัน ทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยบอร์ดบริหารโรงเรียนได้เรียกประชุมทันที ซึ่งบอร์ดบริหารโรงเรียนที่นี่มีความเข้มแข็ง และเรื่องจริยธรรมต้องมาอันดับ 1 เราต้องรักษาองค์กร หลังประชุมเสร็จได้แจ้งมติบอร์ดบริหารโรงเรียนไปให้ หมอเปรม ทราบโดยผ่านเลขาฯ เพื่อให้ หมอเปรม ได้พิจารณาตนเอง จากนั้นมาก็ไม่พบ หมอเปรม เข้ามาโรงเรียนอีกเลย แต่ก็มีพนักงานเทศบาลเข้ามาประสานงานกับทางโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง เพราะอยู่ตรงข้ามกัน จากนั้นทางโรงเรียนได้ส่งมติที่ประชุมไปที่ สพม.25 เพื่อทราบและพิจารณา ส่วน สพม.25 จะส่งต่อให้ สศจ.ขอนแก่น จะช้าหรือเร็วก็เป็นเรื่องของ สพม.25 ถือว่าเราได้ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้องแล้ว
อาจารย์คนเดียวกัน กล่าวอีกว่า หลังจากเสร็จขั้นตอนการรายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมแจ้งมติบอร์ดบริหารให้สายบังคับบัญชาทราบแล้ว สิ่งที่ทางโรงเรียนได้ทำในทันทีคือ การดูแลลูกศิษย์ ที่ถือว่าเป็นลูกของเรา เขาคือลูกของเรา จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรเขาคือลูกของเราที่พ่อแม่ต้องให้ความอบอุ่น โดยได้พูดคุยกับผู้ปกครอง จัดแม่ครู และนักจิตวิทยาเข้ามาช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยกันดูแลสภาพจิตใจของเขาให้มั่นคง อย่างน้อยให้เขาเรียนจบที่นี่ หรือถ้าไม่จบที่นี่ จะไปจบที่อื่น ก็สามารถหาที่เรียนใหม่ให้เขาได้ และยืนยันว่าปัจจุบันยังมาเรียนตามปกติ เข้ากับเพื่อนพ้องได้ปกติ ส่วนที่ไม่ได้มาเรียนขณะนี้เนื่องจากต้องหยุดเพื่อฝึกนักศึกษาวิชาทหาร (รด.) 11 วัน ระหว่างวันที่ 1 - 11 ส.ค.เท่านั้นเอง ซึ่งหลังปิดการฝึก รด.เสร็จ ก็เปิดเรียนปกติ และเขาก็มาเรียนเป็นปกติไม่มีปัญหาอะไร
“ยอมรับว่าแม้ว่าเราอยู่ใกล้กัน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน จะดีขนาดไหน แต่เมื่อมาเสียในเรื่องนี้ มันรับไม่ได้ โรงเรียนรับไม่ได้ และบอร์ดบริหารโรงเรียนรับไม่ได้”
ส่วนเรื่องการปลดป้ายห้องเรียนพี่ หมอเปรม นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ เนื่องจากอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของหน่วยบังคับบัญชา จึงยังไม่สามารถดำเนินอย่างไรได้ จนกว่าจะทราบผลการพิจารณาเป็นที่ชัดเจนแล้ว



