ข่าว

โลกการค้าที่ไร้รอยต่อ

โลกการค้าที่ไร้รอยต่อ

03 ส.ค. 2559

ธุรกิจค้าปลีกหลายแห่งหันมาใช้ช่องทางออนไลน์ต่อยอดธุรกิจ เชื่อมโลกการค้าระบบออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ทำให้บริษัทเดินหน้าต่อไปได้อย่างไม่สะดุด


               พฤติกรรมนักช็อปที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เป็นความท้าทายของผู้ประกอบการ พ่อค้า แม่ขายในยุคปัจจุบันอย่างยิ่ง เพราะต้องยอมรับว่า วินาทีนี้หากยืนอยู่เฉยๆ ก็เท่ากับเดินถอยหลัง

               ถ้าติดตามข่าวจะเห็นว่านับตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจค้าปลีกหลายแห่งทั้งเล็กและใหญ่ ต่างหันมาใช้ช่องทางออนไลน์ต่อยอดธุรกิจ และพยายามพัฒนาไปสู่การให้บริการผู้บริโภคที่อยู่ทั่วโลก เพื่อเชื่อมโลกการค้าในระบบออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ทำให้บริษัทเดินหน้าต่อไปได้อย่างไม่สะดุด

               เพราะวันนี้ชัดเจนมากว่า โลกออนไลน์มีอิทธิพลต่อการซื้อของผู้บริโภคจริงๆ ดูจากผลสำรวจของ ไพร์ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ หรือ PwC ล่าสุดเรื่อง PwC’s Total Retail 2016 ว่าด้วยพฤติกรรมนักช็อปออนไลน์ 2.3 หมื่นราย ใน 25 ประเทศทั่วโลก ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสะกดรอยตามผู้บริโภคผ่านช่องทางค้าปลีก รวมถึงการซื้อสินค้าผ่านทางมือถือและโซเชียลมีเดียด้วย ผลปรากฏว่านักช็อปจากประเทศไทย คว้าแชมป์ประเทศที่มีนักช็อปออนไลน์ซื้อสินค้าโดยตรงผ่านทางโซเชียลมีเดียมากที่สุดในโลกถึง 51% ปัจจัยหลักที่นักช็อปไทยฝังรากลึกอยู่ในโลกออนไลน์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความสะดวกสบาย แต่อีกส่วนหนึ่งบอกราคาไม่แพง

               ที่น่าสนใจนักช็อปชาวไทยถึง 53% ให้ข้อมูลว่า ใช้โซเชียลมีเดียในการรีวิวและเช็กความคิดเห็นของลูกค้ารายอื่น จะเห็นว่าโลกออนไลน์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของลูกค้าในปัจจุบันมาก ขณะที่ 48% ใช้โทรศัพท์มือถือในการเปรียบเทียบราคาสินค้าขณะที่อยู่ในร้านค้า และ 56% พร้อมที่จะซื้อสินค้าจากร้านค้าปลีกออนไลน์ในต่างประเทศหากราคาถูกกว่าด้วย

               ซึ่งสอดคล้องผลสำรวจผู้บริโภคของมาร์เก็ตบัซซ ในหัวข้อ “คุณทำอะไรกับมือถือขณะที่ช็อปปิ้ง ในร้านค้า” โดยสุ่มถามผู้ใช้สมาร์ทโฟน 1,000 คน ในประเทศไทยในช่วงเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา พบว่ามีถึง 99% ที่ใช้มือถือขณะช็อปปิ้งในร้านค้าเป็นตัวช่วยค้นหาข้อมูลสินค้าที่ต้องการซื้อ

               โดย 56% ใช้เพื่อเปรียบเทียบราคา อีก 47% ส่งรูปภาพสินค้าที่คิดว่าจะซื้อให้เพื่อนดู 47% ติดต่อร้านค้าหรือแบรนด์สินค้าผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก

               จากผลสำรวจชี้ให้เห็นชัดเจนว่า นักช็อปใช้ประโยชน์ของโลกออนไลน์ที่เป็นเสมือนบิ๊กดาต้าในการช็อปปิ้ง ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ประกอบการหลายรายที่ประสบความสำเร็จในการเชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับแก่ลูกค้าผ่านโลกออนไลน์แล้วดึงดูดให้ลูกค้ามาช็อปปิ้งที่ร้าน

               ความสะดวก ความรวดเร็วของโลกออนไลน์บนมือถือนำไปสู่การปิดการขายอย่างน่าสนใจ เป็นวิถีการค้าขายรูปแบบใหม่ ที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องเรียนรู้ และเร่งปรับตัว ปรับรูปแบบการค้าให้ทันยุค ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เพราะนี่คือโอกาสในการขยายตลาดการค้า สร้างรายได้ เพราะหากดูตัวเลขมูลค่าตลาดค้าปลีกออนไลน์ในอาเซียนปัจจุบันอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในประเทศไทยอยู่ที่ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นอันดับ 4 รองจากสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ดังนั้นตลาดออนไลน์ในประเทศไทยยังเติบโตได้อีกเยอะ

 

------------------------

(เล่าสู่กันฟัง : โลกการค้าที่ไร้รอยต่อ : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์)