ข่าว

จ่อหมายจับเพิ่มอีก 1 คดีบิดเบือนร่างรธน.

จ่อหมายจับเพิ่มอีก 1 คดีบิดเบือนร่างรธน.

03 ส.ค. 2559

ผบช.ภ.5 คาดส่งตัว 11 ผู้ต้องหา คดีบิดเบือนร่างรธน.ไปศาลทหารเชียงใหม่พรุ่งนี้ เล็งออกหมายจับเพิ่มอีก 1 คน

 

          3 ส.ค.59 พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 เปิดเผยความคืบหน้ากรณีสอบสวน 11 ผู้ต้องหาที่ความเกี่ยวโยงการกระทำความผิดเผยแพร่จดหมายทางไปรษณีย์ในหลายพื้นที่ภาคเหนือที่มีเนื้อหาต้านร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ทางตำรวจภูธรภาค 5 ยังคงปฏิบัติหน้าที่กันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อช่วงวานที่ผ่านมา จากเดิมทั้ง 11 รายเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย ปัจจุบันสถานะของทั้ง 11 คนเปลี่ยนเป็นผู้ต้องหา ฉะนั้นกระบวนการตรวจสอบก็เปลี่ยนไป มีความเข้มข้นมากขึ้น

          ทั้งนี้ เมื่อช่วงวานที่ผ่านมาได้มีการสอบสวนทุกคนต่อหน้าทนายความ และในระหว่างนี้ก็อยู่ในช่วงรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อนจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป คือ การนำส่งศาลทหาร จ.เชียงใหม่ โดยในส่วนของผู้ต้องหาที่อยู่ในความดูแลของตำรวจภูธรภาค 5 ตอนนี้มีทั้งหมด 11 คน คือ 1.นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกอบจ.เชียงใหม่ 2.นายไพรัช ใหม่ชมพู รองนายก อบจ.เชียงใหม่ 3.น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย 4.นายคเชน เจียกขจร นายกเทศมนตรีตำบลช้างเผือก 5.นายอติพงษ์ คำมูล เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลช้างเผือก 6.นายกฤตกร โพทะยา 7.น.ส.เอมอร ดับโศรก 8.นางสุภาวดี งามเมือง 9.นางกอบกาญจน์ สุคีตา 10.น.ส.ธารทิพย์ บูรณุปกรณ์ และ11.นายวิศรุต คณะนิติสาร

          ผบช.ภ.5 กล่าวว่า จากรายงานของพนักงานสอบสวนทราบมาว่าตอนนี้อยู่ในการหลบหนี 1 คน ซึ่งอยู่ในระหว่างการติดตามตัว และคาดว่าจะมีการออกหมายจับเพิ่มอีก 1 คน รวมที่อยู่ในความดูแลของตำรวจภูธรภาค 5 ตอนนี้ทั้งหมด 13 คน ส่วนหมายจับนั้นคงหนีไม่พ้นการจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ

          สำหรับอำนาจการควบคุมตัวของตำรวจภูธรภาค 5 คือ 48 ชั่วโมง และผู้ต้องหาทั้งหมดให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องการคัดค้านการประกันตัวนั้นอยู่ในดุลยพินิจของทางพนักงานสอบสวนที่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกระบวนการและความเหมาะสมของรูปคดี

          เมื่อถามถึงความเรียบร้อยก่อนการลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค.59 พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ กล่าวว่า ขณะได้สั่งการให้ทุกจังหวัด ทั้งกองสืบสวนสอบสวน หรือแม้แต่ศูนย์ฝึกต่างๆ หรือการประสานความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทหาร ฝ่ายกกต. และฝ่ายปกครอง ที่ดูแลในหน่วยเลือกตั้ง รวมถึงการจัดกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วกรณีที่ต้องแก้ไขปัญหารูปแบบต่างๆ ประกอบการจัดตั้งศูนย์อำนวยการเต็มรูปแบบเพื่ออำนวยความเรียบร้อยและความสงบ

          ขณะที่สถานการณ์ส่อความรุนแรงก่อนการลงประชามติ ยังไม่มีรายงานเข้ามา ทุกอย่างยังคงเรียบร้อยดี แม้ว่าจะมีข่าวโคมลอยถึงการปลุกระดมและปั่นกระแสของบางฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการลงประชามติ แต่ยืนยันว่าทุกอย่างไม่มีปัญหา เพราะทุกคนต่างเป็นผู้ใหญ่ด้วยกัน และแม้จะมีความเห็นต่างแต่เชื่อมั่นว่าแต่ละคนรู้หน้าที่ว่ากำลังทำอะไรอยู่