
อภิสิทธิ์รอ"กอร์ปศักดิ์"สรุปข้อมูลทุจริตชุมชนพอเพียง
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. ตรวจสอบโครงการชุมนพอเพียง ชี้ ปชป. ตั้งกก.ตรวจสอบ หลังเพื่อไทยแฉข้อมูลทุจริต แค่ตบตาหาแพะรับบาป ระบุ วันนี้ บ่ายโมง เพื่อไทยพร้อมพาชุมชนบางกะปิ แจ้งความทุจริต สน.ลาดพร้าว
ที่สถานีโทรทัศน์ กรมประชาสัมพันธ์ (NBT) วันที่ 9 ส.ค.-- นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการทุจิริตโครงการชุมชนพอเพียงว่า ตนกำลังจะให้รายงานตัวเลขทั้งหมดเข้ามา แต่เบื้องต้นเท่าที่ทราบโครงการนี้ มีการอนุมัติเงินไปแล้วประมาณ 5.3 พันล้านบาท แต่โครงการที่มีปัญหาที่มีการตรวจสอบและวิพากวิจารณ์กันอยู่นี้ อยู่ในวงเงินประมาณ 50 ล้านบาท คิดเป็นประมาณร้อยละ 1
"ปัญหาตรงนี้ที่เกิดขึ้น ก็เกิดจากการที่ ไปซื้อของ ซึ่งอาจจะเป็นของใหม่ แล้วก็ที่มีการตรวจสอบ ก็เหมือนกับว่า มีคนเข้าไปเกี่ยวข้องในการที่จะให้ซื้อของพวกนี้ แพงมากน้อยแค่ไหน กำลังตรวจสอบ แต่ว่าถ้าไม่เป็นไปตาม เจตนารมย์ของโครงการคือไม่ได้เป็นไปตาม ความต้องการของชุมชน หรือมีความไม่โปรงใส ใดๆ เราก็ไม่ยอมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น โครงการประเภทเดียวกันที่รอการอนุมัติอยู่ ก็มีการระงับไปหมดแล้ว นอกจากนั้น ในการตรวจสอบเบื้องต้นของรัฐบาลก็ได้พบว่า มีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องก็มีการแจ้งความและจะแจ้ง ป.ป.ช."
ส่วนที่มีข่าวว่า มีคนไปตรวจสอบแล้วถูกพักงานนั้น นายกฯ กล่าวว่า ถ้าระบุชื่อมาได้ก็จะดี แต่เท่าที่ตรวจสอบยังไม่พบ มีแต่กรณีของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเคยเข้ามาช่วยงานในโครงการและเป็นผู้ถูกร้องเรียน จึงถูกให้หยุดปฏิบัติงานตรงนั้นไป และตนยินดีที่จะรับข้อมูลจากทุกฝ่าย ถ้าเอารายละเอียดมา ตนจะดูแลให้โปรงใสที่สุด
"ขอเรียนว่า ในส่วนการทุจริตนั้น มันแยก 2 ส่วน ถ้าไปสรุปก็จะหาว่าไปโยนเรื่องนั้นเรื่องนี้ คือในฝ่ายการเมืองในชั้นนี้ มันมีกระบวนการของท้องถิ่น นักการเมืองท้องถิ่นที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการส่งโครงการขึ้นมาอนุมัติ บวกกับ คนในสำนักงาน ซึ่งในขณะนี้ที่มีการแจ้งความไป ซึ่งคนในสำนักงานนี้ เข้าใจว่ามีปัญหามาตั้งแต่ โครงการ เอสเอ็มแอล เพราะจะเป็นเจ้าหน้าที่ ที่ทำงานชุดเดียวกันมาก่อน ส่วนระดับการเมืองอื่น ๆ ถ้ามีอะไรที่บ่งบอก ก็ต้องดำเนินการ เพราะกติกา ที่เรียกว่า กฎเหล็ก 9 ข้อ ยังอยู่ทุกประการ เพราะฉะนั้น ก็จะติดตาม จะให้นายกอร์ปศักดิ์ รองนายกฯ สรุปมาให้ดู ก่อน แล้วจะเอาข้อมูล ของฝ่ายค้านที่บอกว่า ยื่นแล้ว แต่ผมยังไม่ได้เห็นมาดูพร้อม ๆ กันไป"
เมื่อถามว่า ตอนนี้ทิศทางของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาดูเหมือนจะปกป้องนายกอร์ปศักดิ์ ไปแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่พบอะไร คือตนฟังรายงานของนายกอร์ปศักดิ์ มาโดยตลอด ในเรื่องโครงการนี้ และตนเห็นว่า ชัดเจนว่า นายกอร์ปศักดิ์ มีความระมัดระวัง ที่จริงถูกต่อว่า มาตลอด ว่า อนุมัติช้า ซึ่งนายกอร์ปศักดิ์ ก็บอกว่า เป็นห่วง ดังนั้น จึงค่อนข้างที่จะระมัดระวังเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้ามีข้อมูลอะไร ตนก็ต้องดู ซึ่งนายกอร์ปศักดิ์ ก็เข้าใจดีว่า ตนจะต้องดูทุกอย่างบนข้อเท็จจริง และความเป็นธรรม
เมื่อถามว่า โครงการต่างๆ การจัดซื้อจะต้องผ่านนายประโภช สภาวสุ น้องชาย นายกอร์ปศักดิ์ ที่จะเป็นคนอนุมัติ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนให้ส่งโครงสร้างมาให้ดู เท่าที่ตนตรวจสอบไมได้เป็นอย่างนั้น แต่ถ้าพบว่าเป็นเรื่องอย่างนั้นจริง และมีปัญหา ก็ต้องว่ากันตรงไปตรงมา
เพื่อไทยชี้ ปชป. ตั้งกก.ตรวจสอบ แค่ตบตาหาแพะรับบาป
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ซึ่งตรวจสอบกรณีทุจริตโครงการชุมชนพอเพียง กล่าวว่า จาการตรวจสอบโครงการชุมชนพอเพียงเริ่มพบประเด็นการดำเนินการที่เป็นการทุจริตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยบางชุมรู้สึกว่ากำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำทุจริตจึงได้ส่งเอกสารและหลักฐานการทุจริตมาให้ที่พรรค ซึ่งพรรคได้รวบรวมข้อมูลในส่วนของต่างจังหวัดเสร็จแล้วและในวันที่ 11 ส.ค.นี้ พรรคจะมีการประชุม ส.ส.และมอบข้อมูลในพื้นที่ ให้ส.ส.นำกลับไปตรวจสอบเชิงลึกในพื้นที่เพื่อนำความจริงกลับมาที่พรรค
“วันนี้จากการเปิดเผยข้อมูลของชุมชนบางกะปิ ปรากฏว่ามีการล็อบบี้ข่มขู่ชุมชน พรรคในฐานะตัวแทนประชาชนได้รับรองความปลอดภัยให้ชุมชนจะไปเป็นผู้อำนวยความสะดวก ในการลงบันทึกประจำวัน ที่ สน.ลาดพร้าว วันนื้ เวลา 13.00 น. จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบโครงการที่อนุมัติงบปะมาณไปแล้ว กว่า 30,000 ชุมชน รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ” นอ.อนุดิษฐ์ กล่าวย้ำ
ขณะที่เอแบคโพลล์ เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชน พบว่าประชาชนส่วนใหญ่เกรงว่าปัญหาการทุจริตจะกระทบต่อแนวคิดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และต้องการให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อปัญหานี้ หาคนผิดมาลงโทษ และให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลาออกทั้งคณะ
ปชป.ยันเอากม.จัดการคนผิดโครงการชุมชนพอเพียง
นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ และในฐานะกรรมการบริหารพรรค กล่าวว่า ต้องขอบคุณพรรคฝ่ายค้านและสื่อมวลชนที่คอยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และเข้าใจความเป็นพรรคฝ่ายค้านดี เพราะว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็เคยเป็นฝ่ายค้าน แต่การกระทำต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงไม่ใช่ความรู้สึกส่วนตัวหรือเป้าหมายทางการเมือง และตามข้อมูลที่ได้รวบรวมโดยพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังไม่พบข้อมูลที่มีความเกี่ยวโยงกับนายกอร์ปศักดิ์แต่อย่างใด แต่พรรคก็จะดำเนินการเพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริงต่อไป และโครงการนี้หลักใหญ่ก็อยู่ที่ชุมชน และที่ผ่านมา 80-90 เปอร์เซ็นต์ ก็ประสบความสำเร็จมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่มีปัญหา
นายสาธิต กล่าวว่า พรรคได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าว เมื่อผลการสอบสวนออกมาเป็นอย่างไรจะมีการเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ หากสอบสวนพบว่ามีการซัดทอดหรือพาดพิงถึงบุคคลใดในพรรคก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนการที่พรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ แสดงสปิริตด้วยการลาออกนั้น ตนเห็นว่าเรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้แสดงสปิริตมาตลอด ตั้งแต่กรณีของนายวิทูรย์ นามบุตร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกทม.ที่แสดงสปิริตโดยการลาออก อยากให้พรรคเพื่อไทยย้อนกลับไปดูว่าพรรคเพื่อไทยแสดงความมีสปิริตแค่ไหน คนที่ออกมาเรียกร้องให้นายกอร์ปศักดิ์ลาออกคือนายการุณ โหสกุล ที่มีคดีทำร้ายร่างกายนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ก็ยังไม่ออกมาแสดงสปิริตแต่อย่างใด
เทพไท "ซัด “ทักษิณ" ช้ไม้เดิมโฟนอินร้องขอความเห็นใจ
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ จ. นครราชสีมา ว่า เป็นเรื่องเดิมๆที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตานายกรัฐมนตรี เคยใช้โฟนอินมายังกลุ่มคนเสื้อแดงทุกครั้ง เพื่อเป็นการต่อรองขอความเห็นใจและให้ความหวัง โดยเฉพาะที่พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวกับพี่น้องประชาชว่า “พี่น้องช่วยเอาผมกลับบ้าน และผมจะช่วยพี่น้องพ้นความยากจน หมดหนี้หมดสิน มีสตางค์ใช้ทุกคน” ซึ่งล้วนแต่เป็นการสร้างความหวังแบบลมๆแล้งๆ เพื่อให้กลุ่มคนเสื้อแดงเกิดความกระหาย ที่จะให้ตนเองกลับมาประเทศไทย และรวมไปถึงการพูดว่าตนเองกำลังฟิตร่างกายเพื่อกลับมาแก้ปัญหาให้ประเทศชาติ ซึ่งก่อนที่จะกลับมาแก้ปัญหาให้ประเทศชาติ พ.ต.ท.ทักษิณต้องกลับมาเผชิญกับการดำเนินคดีที่รอยู่หลาย 10 คดี รวมถึงการเดินเข้าคุกเพื่อชดใช้กรรมจากคำพิพากษาของศาลเสียก่อน



