ข่าว

อภิสิทธิ์ขอวุฒิไฟเขียวพรบ.กู้เงินฯชี้มีอะไรขอไปเพิ่มเติมในกมธ.

อภิสิทธิ์ขอวุฒิไฟเขียวพรบ.กู้เงินฯชี้มีอะไรขอไปเพิ่มเติมในกมธ.

09 ส.ค. 2552

"นายกฯ"วอนส.ว.ไฟเขียวพ.ร.บ.กู้เงิน ลั่นหากมีอะไรขอให้ไปเพิ่มเติมในชั้นกมธ. จี้รมต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจงคลายข้อสงสัยให้กระจ่างทุกประเด็น ระบุเคลียร์คิวได้พร้อมเข้าแจงด้วยตนเอง ส.ว.สรรหา ยืนยันจุดยืนเดิมค้าน อดีตสนช.แนะ รบ.ควรยอมให้ ส.ว.แปรญัตติแก้

( 9ส.ค.)  ที่สถานีโทรทัศน์ กรมประชาสัมพันธ์(NBT) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ส.ว. 50 คน ออกมาพูดในลักษณะว่า จะไม่สนับสนุนร่างพ.ร.บ.กู้เงิน ว่า  พ.ร.บ.ฉบับนี้มีสาระคล้ายกับพ.ร.ก. เมื่อตอนพ.ร.ก.ก็มี ส.ว.ที่ไม่เห็นด้วยเยอะอยู่เหมือนกัน คงจำได้ ผ่านไปก็ด้วยคะแนนมากกว่าการประมาณ 10 - 20 คะแนนเท่านั้น เพราะฉะนั้น ได้กำชับรัฐมนตรีแล้วว่า ต้องไปชี้แจงให้ละเอียด ตนก็จะพยายามจะไปร่วมประชุม แต่บังเอิญว่าวันพรุ่งนี้(10 ส.ค.) ต้องรับเสด็จนายกรัฐมนตรีบาห์เรน และก็มีงานที่ต้องรับเสด็จด้วยในช่วงเย็น แต่ช่วงอื่นๆ ตนก็พร้อมจะที่จะไปให้เวลากับวุฒิสภาอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยชี้แจงทำความเข้าใจ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เกรงหรือไม่ว่าจะเกิดปัญหา เช่นเดียวกับพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราก็อยากให้ผ่าน เพราะว่าขณะนี้ที่ประชาชนต้องการคือความมั่นใจในเรื่องการสร้างงานในช่วง 2 - 3 ปีที่เราจะต้องช่วยกันทำให้เศรษฐกิจฟื้นขึ้นมา และสร้างโอกาส สร้างรายได้ให้ประชาชน แต่ถ้าหากมาสะดุดตรงนี้ มันก็จะกระทบกับความมั่นใจ จิตวิทยา กระบวนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจด้วย ข้อห่วงใยอะไรก็ตาม ตนก็อยากให้ไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการ เพราะว่าเป็นพ.ร.บ.ไม่ได้เป็นพ.ร.ก.อยู่แล้ว แต่ถ้ากระบวนการสะดุดลง มันจะไม่เป็นผลดี และจะทำให้เกิดการชะลอ และชะงักตัวทางเศรษฐกิจยืดเยื้อออกไป ขณะนี้คนมีความเดือดร้อน ทั้งเรื่องของแพง การว่างงาน เพราะฉะนั้นก็อยากจะขอความสนับสนุนตรงนี้ และก็พร้อมที่จะรับฟัง และปรับปรุงแก้ไข ในสิ่งที่เป็นข้อห่วงใย
 
 เมื่อถามว่า  ได้เตรียมาตรการไว้รองรับหรือไม่  ถ้าไม่เป็นไปอย่างที่คิด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีกระบวนการตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ก็เหมือนกับกฎหมายภาษีสรรพสามิต เมื่อไม่ผ่านก็กลับไปสู่สภาผู้แทนราษฎร แต่ใจตนอยากให้ไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการ เพราะถ้าไม่ผ่านในชั้นวุฒิสภา ก็กลับไปให้สภาผู้แทนฯยืนยันได้ แต่ตนอยากให้เป็นเรื่องของกรรมาธิการมากกว่า

 เมื่อถามต่อว่า  จะขอความร่วมมือและทำความเข้าใจกับส.ส. เพิ่มเติมอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทำเต็มที่ และอยากจะย้ำว่างานนี้เป็นงานที่สร้างความมั่นคง  ให้กับแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้ประชาชน โครงการทั้งหลาย ก็มีเหตุผลรองรับ มีกรอบชัดเจน และก็จะทำให้โปร่งใสที่สุด ก็อยากให้ ส.ว.สนับสนุน เพราะต้องมีการตั้ง กรรมาธิการอยู่แล้ว รายละเอียดต่าง ๆก็ไปว่ากัน ในชั้นกรรมาธิการได้

เพื่อไทยวอนส.ว. ขัดขารัฐบาสกัด พ.ร.บ.เงินกู้อีก 4 แสนล้าน

 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า  นี้การออก พ.ร.บ.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทนั้น อยากเรียกร้องให้ ส.ว.พิจารณาเรื่องนี้ให้เหมือนกับกรณีภาษีน้ำมัน เพื่อกระตุกรัฐบาลให้ดีก่อนที่คิดจะเป็นหนี้ เนื่องจากหากกู้เงินมาแล้วจะขาดการตรวจสอบ เหมือนกรณีที่ออก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทมาแล้วนำไปใช้ในโครงการชุมชนพอเพียง ที่กลายเป็นชุมชนโคตรแพง

 “ การจะมีพ.ร.บ.กู้เงินอีก 4 แสนล้านบาท ทั้งที่มีพ.ร.ก.กู้เงินออกมาแล้วและมีโครงการทุจริตหลายโครงการทั้งชุมชนพอเพียงและโครงการต้นกล้าอาชีพซึ่งเมื่อพรรคได้ข้อมูลมาครบแล้วจะแถลงกับสื่อมวลชนต่อไป” นายพร้อมพงศ์  กล่าว

"คำนูณ" แนะ รบ.ยอม.ส.ว.แปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติม
 
นายคำนูญ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวในรายการสภาท่าพระอาทิตย์ ทางสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีว่า ตนยังยืนยันในจุดยืนเดิม คือค้านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว แต่ ส.ว.ก็ควรจะรับร่างไว้พิจารณาในวาระแรก จากนั้นก็จะเสนอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมในวาระ 2 ของ ชั้นกรรมาธิการ ซึ่งตรงนี้ต้องดูว่ารัฐบาลจะยอมได้แค่ไหน อย่างไรก็ตามการพิจารณาร่างดังกล่าว ส.ว.ทั้ง 150 คน คงมีความเห็นที่แตกต่างกันออกไปคือทั้งคัดค้านไม่รับร่างให้ร่างตกไปเลย ซึ่งตรงนี้สภาผู้แทนฯ สามารถนำกลับมาพิจารณายืนยันร่างเดิมได้ภายใน 15 วัน กฎหมายผ่านออกมาใช้ได้

 ด้านนายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวว่า ตนเห็นว่า ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 4 แสนล้าน มาถึงวันนี้ไม่จำเป็นแล้ว เพราะเงินกู้ 4 แสนล้าน นำไปใช้ในงบประมาณปี 53-54 -55 ซึ่งสามารถเข้าสู่การพิจารณางบประมาณได้ ซึ่งรัฐบาลก็บอกเองว่าขณะนี้วิกฤติเศรษฐกิจคลี่คลายแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้เร่งด่วน ตนเห็นด้วยกับ ส.ว.ควรหยุดยั้งร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ โดยการรับร่างไว้ก่อนแล้วมาเสนอแปรญัตติเข้าสู่ระบบงบประมาณตามปกติ ซึ่งสามารถทำได้ เพราะไม่ได้ใช้ทันที ยังมีเวลาเพียงพอ ทำไม่ต้องอย่างทำเร่งด้วย จึงไม่มีเหตุผลที่รัฐบาลจะดึงดันร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เพราะหากดึงดันไปรัฐบาลอาจจะไม่มีความชอบธรรม เป็นการฉวยโอกาส