ข่าว

สารพัดช่างไล่ล่ารุมทำร้ายเด็กเทคนิคปากน้ำน่วม

สารพัดช่างไล่ล่ารุมทำร้ายเด็กเทคนิคปากน้ำน่วม

02 ส.ค. 2559

นักเรียนสารพัดช่างใช้จักรยานยนต์ไล่ล่ารุมทำร้ายนักเรียนเทคนิคปากน้ำน่วมคาถนน

           เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 2 สิงหาคม 2559 ร.ต.อ.ชนินทร์ เพชรคำ ร้อยเวร สภ.เมือง สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเด็กนักเรียนถูกรุมทำร้ายได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหน้าศูนย์เด็กเล็ก ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมือง สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพเทศบาลนคร เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ

           ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนพุทธรักษา มุ่งหน้าคลองเก้า ที่บริเวณหน้าศูนย์เด็กเล็กดังกล่าว พบร่างของนายพันธดนย์ มีวงษ์ อายุ 18 ปี นักเรียนวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ สาขาช่างเชื่อม ปวช. ปี 3 และนายรุจิกร สีทิ อายุ 17 ปี นักเรียนวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ สาขาช่างเชื่อม ปวช. ปี 2 มีบาดแผลถลอกตามร่างกายหลายแห่งเนื่องจากรถจักรยานยนต์ล้ม ใกล้กันได้พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟไอ 125 สีแดง-ดำ ทะเบียน 1 กฉ 495 พระนครศรีอยุธยา ล้มคว่ำอยู่กับพื้นถนน เจ้าหน้าที่หน่วยกูชีพได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

           จากการสอบถามนายพันธดนย์ หนึ่งในผู้บาดเจ็บได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุหลังจากโรงเรียนเลิกตนและพวกได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มากับเพื่อนประมาณ 8 คน ใช้รถจักรยานยนต์จำนวน 4 คน โดยก่อนที่ตนจะกลลับบ่นตนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งเพื่อนที่ตลาดปากน้ำก่อนที่จะพากันขับขี่รถจักรยานยนต์มาเพื่อนจะกลับบ้านพักที่อยู่ภายในซอยมังกรนาคดี ระหว่างทางได้พบเห็นกลุ่มนักเรียนโรงเรียนสารพัดช่างประมาณ 10 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์กันมาประมาณ 7 คัน 

           เมื่อกลุ่มนักเรียนดังกล่าวเห็นพวกตน จึงได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่กวดพวกตนมาอย่างกระชั้นชิด ตนและเพื่อนจึงได้แยกย้ายกันหลบหนี ตนและนายรุจิกร ได้ขับขี่หลบหนีเข้ามาในถนนพุทธรักษา มาถึงที่เกิดเหตุ ได้ถูกกลุ่มนักเรียนดังกล่าวใช้เท้าถีบรถของตนจนล้มก่อนที่จะกรูลงมาใช้ไม้ และ เข็มขัด ทำร้ายร่างกายตนจนหมอบอยู่กับพื้นถนน และเข้าไปทุบรถจักรยานยนต์ของตนและดึงเอาลูกกุญแจออกก่อนที่จะพากันขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ขณะที่เพื่อนของผู้บาดเจ็บที่อยู่ในเหตุการณ์จำรถของของผู้ก่อเหตุ เป็นรถจักรยานยนต์แบบผู้ชาย ยี่ห้อ ฮอนด้า ซีบีอาร์ 150 สีดำ-แดง ทะเบียน 3 กด 7024 กรุงเทพมหานคร

             เบื้องต้นหลังจากเจ้าหน้าที่รับทราบข้อมูลได้แจ้งวิทยุเพื่อสกัดจับกุมแต่ก็ยังไร้วี่แวว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป