ข่าว

 "จุดเด่น-ด้อย“ นายกฯคนนอก-เลือกตั้งใบเดียว-รัฐบาลผสม

 "จุดเด่น-ด้อย“ นายกฯคนนอก-เลือกตั้งใบเดียว-รัฐบาลผสม

02 ส.ค. 2559

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติ มีประเด็นที่พูดถึงกันมาก ก็คือ นายกฯคนนอก -เลือกตั้งใบเดียว-รัฐบาลผสม

 

        เหลือเพียง 5 วัน ก็จะถึงวันลงประชามติ 7 สิงหาคมนี้แล้ว

         เมื่อวาน( 1 ส.ค) ได้เขียนถึง “อำนาจรัฐสภา” ซึ่งมี ส.ว. เป็นตัวจักรสำคัญไปแล้ว

         วันนี้ จึงจะมาพูดถึง ประเด็นสำคัญ ที่ประชาชนควรรู้อีก 3 ประเด็น ตามร่างรัฐธรรมนูญ

         คือ 1. ที่มาของนายกรัฐมนตรี 2.ระบบการเลือกตั้ง 3.รัฐบาลในระบบ”จัดสรรปันส่วนผสม

        ประเด็นแรก ที่มานายกรัฐมนตรี ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติ มาตรา 158 วรรคสอง บัญญัติ ว่า นายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ (แต่ไม่ได้กำหนดว่า นายกฯต้องมาจาก ส.ส. )

         และมาตรา 159 บัญญัติว่า ให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี จากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เฉพาะจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีสมาชิกได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร

         อธิบายง่ายๆว่า ผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรี สภาผู้แทนฯจะเลือกจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง ซึ่งคนในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองจะเป็น ส.ส. หรือ ไม่ก็ได้ จึงมีการมองว่า เปิดทางให้ “คนนอก” มาเป็นนายกรัฐมนตรีได้

         ที่ผ่านมาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ พยายามชี้แจงในเรื่อง”นายกฯคนนอก”ว่า บัญชีรายชื่อพรรคการเมือง มีทั้งที่เป็น ส.สและไม่เป็น ส.ส ดังนั้น หากพรคการเมืองใดได้เสียงข้างมากในสภาหลังการเลือกตั้ง ก็ย่อมจะเลือกคนที่เป็น ส.ส. ของพรรคการเมืองนั้น ขึ้นเป็นนายกฯ มากกว่าที่จะเลือก “คนนอก”

          ประเด็นที่สอง ระบบการเลือกตั้ง ตามร่างรัฐธรรมนูญ ใช้บัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียว ไม่ได้มีบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง 2 ใบ สำหรับผู้สมัคร ส.ส.เขต และผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ เหมือนที่ผ่านมา แต่นำมาคำนวณหาจำนวน ส.ส. เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญอ้างว่า เป็นระบบที่ทำให้ทุกคะแนนมีความหมาย เพราะถูกนำมาคำนวณหา ส.ส. ทั้งหมด ไม่มีคะแนนสูญเปล่า

          แต่มีข้อโต้แย้งจากผู้ไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า เป็นการตัดสิทธิประชาชนในเลือกผู้สมัคร ส.ส. โดยเลือกได้เฉพาะ ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งเท่านั้น จากเดิมที่สามารถเลือกได้ทั้งผู้สมัคร ส.ส. เขต และ ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ และไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของผู้เลือก เพราะ ส.ส.เขต และ ส.ส. บัญชีรายชื่อ มีลักษณะที่แตกต่างกัน

           ประเด็นที่สาม รัฐบาลในระบบ “จัดสรรปันส่วนผสม” สืบเนื่องมาจากระบบเลือกตั้ง ที่เรียกว่า “จัดสรรปันส่วนผสม” ทำให้ถูกมองว่า เป็นการ”ตบรางวัล” ให้กับพรรคขนาดกลางซึ่งจะมีอำนาจต่อรองสูงมากในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะหากปราศจากความร่วมมือจากพรรคการเมืองขนาดกลาง ลำพังพรรคการเมืองใหญ่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จึงเกิด”รัฐบาลผสม” หลายพรรค พรรคขนาดกลางมีอำนาจต่อรองสูงซึ่งส่งผลให้ “รัฐบาลผสม”อ่อนแอ ไร้เสถียรภาพ

           แต่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ อธิบายว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด”เผด็จการรัฐสภา” จากพรรคการเมืองใหญ่เพียงพรรคการเมืองเดียว อย่างในอดีต

            ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อมูลบางส่วน เพื่อใช้ประกอบในการตัดสินใจลงประชามติ 7 สิงหาคมนี้