
"โดนัลด์ ทรัมป์"เจอท้าเปิดรายการยื่นภาษี
วอร์เรน บัฟเฟตต์ ท้า โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดรายละเอียดยื่นภาษีรายได้โชว์ชาวอเมริกัน อย่ามาอ้างว่าต้องรอสรรพากรตรวจก่อน
นายวอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีนักลงทุนคนดังของสหรัฐ ปราศรัยต่อหน้าฝูงชนราว 3,100 คน ที่โรงเรียนมัธยมปลายแห่งหนึ่งในเมืองโอมาฮา บ้านเกิดของเขาในรัฐเนบราสกา ในการรณรงค์หาเสียงช่วยนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต โดยกล่าวท้านาย โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้เป็นความหวังครองเก้าอี้ทำเนียบขาวของพรรครีพับลิกัน ให้แสดงแบบรายการภาษีรายได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ผู้สมัครประธานาธิบดีพึงกระทำ แต่นายทรัมป์ มหาเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ ยืนกรานตลอดมาว่ายังเปิดไม่ได้จนกว่าสำนักงานสรรพากรจะตรวจสอบแล้วเสร็จ
แต่บัฟเฟตต์ กล่าวว่า เขาเองก็กำลังอยู่ระหว่างสรรพากรตรวจบัญชีเหมือนกัน และพร้อมจะพบกับทรัมป์ได้ทุกที่ทุกเวลาก่อนวันเลือกตั้ง
"ผมจะนำแบบยื่นภาษีของผมไป เขาก็นำแบบยื่นภาษีของเขามา และให้คนซักถามพวกเราว่ามีรายการอะไรบ้างอยู่ในนั้น " บัฟเฟตต์กล่าว ทั้งเย้ยว่า สิ่งที่ทรัมป์กลัว ไม่ใช่สรรพากร แต่เป็นชาวอเมริกันผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งต่างหาก
มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยอันดับ 4 ของโลก ยังตั้งคำถามทรัมป์ ยังมีมโนธรรมอยู่บ้างหรือไม่ หลังจากที่ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ช่อง เอบีซี เมื่อสุดสัปดาห์ ตอบโต้นายคิซร์ และนางกาซาลา ข่าน บิดามารดาของพ.อ.ฮูมายุน ข่าน แห่งกองทัพบก ที่เสียชีวิตในสงครามอิรักเมื่อ 12 ปีก่อน
สัปดาห์แล้ว สองสามีภรรยา ขึ้นเวทีประชุมใหญ่พรรคเดโมแครต และนายข่าน ซึ่งเป็นชาวปากีสถานที่ได้สัญชาติอเมริกันและเป็นมุสลิม โจมตีทรัมป์ที่ชูนโยบายห้ามมุสลิมเข้าประเทศเพื่อป้องกันภัยก่อการร้ายว่า ไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญและไม่เคยเสียสละเพื่อชาติ
แต่ทรัมป์ตอบโต้ด้วยการตั้งคำถามไปที่นางข่าน ว่าได้แต่ยืนนิ่งข้างสามีเป็นเพราะไม่ได้รับอนุญาตให้พูด ทั้งยืนยันว่า ตนเองก็เสียสละอย่างมากมายเพื่อประเทศนี้ ด้วยการทำงานหนักมากและสร้างงานหลายแสนตำแหน่ง .
บัฟเฟตต์ กล่าวว่า นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างทรัมป์กล้าตอบโต้พ่อแม่ที่สูญเสียลูกชายและพูดเรื่องการเสียสละ เพราะกำลังสร้างตึกอยู่ได้อย่างไร ทั้งกล่าวด้วยว่า ไม่มีใครในตระกูลบัฟเฟตต์ถูกส่งไปสนามรบในอิรักและอัฟกานิสถาน เหมือนกับคนครอบครัวทรัมป์ ครอบครัวของเราทั้งสองสุขสบายดีในช่วงเวลานั้น และไม่ได้เสียสละอะไร
เรื่องที่ทรัมป์ตอบโต้บิดาที่สูญเสียลูกชายในสงครามขณะอายุเพียง 27 ปี เป็นปรากฎการณ์ที่แทบไม่เคยมีในการเมืองอเมริกัน และเรียกเสียงวิจารณ์ขรมแม้แต่จากแกนนำพรรครีพับลิกันเอง
ผลหยั่งเสียงล่าสุดโดย ซีบีเอส นิวส์ ปรากฎว่า คะแนนนิยม คลินตัน กระเตื้องขึ้นอีก 4 จุด และขึ้นนำทรัมป์ที่ 46 ต่อ 39 %



