ข่าว

คลังจ้องประเมินผลงานแบงก์รัฐตั้งกก.สรุปผลปลายปี-ทบทวนบทบาทปล่อยกู้

คลังจ้องประเมินผลงานแบงก์รัฐตั้งกก.สรุปผลปลายปี-ทบทวนบทบาทปล่อยกู้

09 ส.ค. 2552

"กรณ์" เอาจริงประเมินแบงก์รัฐปลายปีนี้ หลังผลงานไม่เข้าตา ระบุบางแห่งทำงานเกินหน้าที่ เน้นแข่งแบงก์พาณิชย์ ส่วนนโยบายปล่อยสินเชื่อเพิ่ม หลายแบงก์ไม่สนแบกบัญชีพีเอสเอ ร้องขอเพิ่มทุนอย่างเดียว ขณะที่คลังยันพิจารณาให้ตามผลงาน

นายตรัยรักษ์ เต็งไตรรัตน์ ที่ปรึกษา รมว.คลัง เปิดเผยว่า เพื่อวัดประสิทธิภาพการทำงานของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทั้งระบบ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาประเมินผลงานและหน้าที่โดยรวมของแบงก์รัฐว่าเป็นไปตามเป้าหมายตามที่จัดตั้งหรือไม่ ซึ่งการประเมินจะพิจารณาถึงการทำเกินหน้าที่ไปจนถึงการแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์ และการสนองนโยบายรัฐ กำหนดระยะเวลาประเมินภายในสิ้นปีนี้ก่อนเสนอรมว.คลังต่อไป

 ส่วนนโยบายให้แบงก์รัฐปล่อยสินเชื่อเพิ่มเติมอีก 8 แสนล้านบาทก่อนสิ้นปีนี้ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามการปล่อยสินเชื่อแบงก์รัฐเพิ่มเติม ได้เรียกแบงก์รัฐทั้ง 6 แห่งหารือแล้ว ผู้บริหารแต่ละแบงก์ยืนยันสามารถดำเนินการตามเป้าหมายใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มสินเชื่อบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ(พีเอสเอ) เพียงแต่ขอเร่งเพิ่มทุนตามที่อนุมัติไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อลดภาระการตั้งสำรองเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง อีกทั้งจะเร่งรัดปล่อยสินเชื่อเพิ่มเติมในโครงการที่ทำอยู่แล้ว พร้อมจะขอผ่อนเกณฑ์ระยะเวลาอนุมัติสินเชื่อในบางแบงก์ เช่น จากเดิม 45 วัน ก็จะเหลือ 30 วัน

 "ส่วนใหญ่ไม่น่าห่วง ยกเว้นเอสเอ็มอีแบงก์ที่ขณะนี้ยังไม่ส่งแผนสินเชื่อใหม่มา รวมถึงธสน.ที่ยังน่าเป็นห่วงบ้างแต่ไม่มาก" นายตรัยรักษ์ กล่าวและว่า การเพิ่มทุนนั้นกระทรวงการคลังจะค่อยๆ ทยอยเพิ่มให้โดยดูจากประสิทธิภาพการปล่อยกู้ด้วย

 นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการและรักษาการผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธ.ก.ส.ได้รับมอบให้ปล่อยสินเชื่อเพิ่ม 1.47 แสนล้านบาท จะเน้นปล่อยสินเชื่อในโครงการรับจำนำหรือประกันสินค้าเกษตร เพราะแนวทางดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน แต่คาดว่าการประกันราคาข้าวหอมมะลินำร่องนั้นจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปีนี้ โดย ธ.ก.ส.จะขอแยกบัญชีออกไปพีเอสเอ และอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดเพื่อขอชดเชย ส่วนสภาพคล่องไม่มีปัญหาและได้ขอมติบอร์ดเพื่อออกพันธบัตรไว้วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท

 นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) กล่าวว่า สินเชื่อตามนโยบายรัฐที่เพิ่มขึ้นจะใช้เฉพาะพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ คือ สินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการ 5 พันล้านบาท สินเชื่อเพื่อปรับเปลี่ยนยานพาหนะ 5 พันล้านบาท สินเชื่อคอนแทรกฟาร์มมิ่งไก่ฮาลาล 1,650 ล้านบาท สินเชื่อเพื่อรายย่อย 1,150 ล้านบาท โดยจะให้แก่อาชีพอิสระหากขอกู้ที่ 5,000-10,000 ล้านบาท ไม่ต้องค้ำประกัน ขณะที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) ไม่จำเป็นต้องแยกบัญชีพีเอสเอ มั่นใจว่าเป้าหมายที่เพิ่ม 3 หมื่นล้านบาทจะสามารถทำได้แน่นอนหากได้เงินเพิ่มทุน