ข่าว

สร้างรูปแบบกิจวัตรประจำวันให้เบบี๋

สร้างรูปแบบกิจวัตรประจำวันให้เบบี๋

02 ส.ค. 2559

ผ้าอ้อมเด็กฮักกี้ส์ อัลตร้า โกลด์ จัดแคมเปญ “Day91Hugs” ให้คำแนะนำคุณแม่ดูแลลูกน้อยอย่างเต็มที่ตลอดช่วงเวลาลาคลอด

 

สร้างรูปแบบกิจวัตรประจำวันให้เบบี๋

         ความรู้สึกในส่วนลึกของจิตใจคุณแม่ผู้หญิงทำงานคิดเห็นตรงกันว่า ช่วงเวลาที่ได้เลี้ยงลูกหลังคลอด เป็นช่วงที่มีความผูกพันระหว่างแม่ลูกกระชับกลมเกลียว และการได้ดูแลลูกอย่างเต็มที่ตลอดช่วงลาคลอด จะทำให้แม่ได้มอบสัมผัสอันอ่อนโยนผ่านอ้อมกอดแสนอบอุ่นให้ลูกได้ตลอดเวลา เหตุนี้ ผ้าอ้อมเด็กฮักกี้ส์ อัลตร้า โกลด์ จึงจัด แคมเปญ “Day91Hugs” ขึ้นมา ให้ความรู้เหล่าคุณแม่มือใหม่ใช้เวลาลาคลอด 90 วันตามกฏหมาย อยู่กับลูกอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพต่อการเติบโตของเด็กมากที่สุด   

สร้างรูปแบบกิจวัตรประจำวันให้เบบี๋

        การะเกด ภูริพัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมเด็กฮักกี้ส์ อัลตร้า โกลด์ ให้ข้อมูลว่า บทบาทของผลิตภัณฑ์ที่เป็นเสมือนตัวช่วยของคุณแม่ ช่วยอำนวยความสะดวกในการดูแลลูกเล็กได้อย่างไม่ต้องกังวล จึงเป็นที่มาของแคมเปญ Day91Hugs เพื่อสื่อสารตรงกับผู้บริโภคว่า เราเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้คุณแม่คลายความกังวล อย่างน้อยที่สุดก็ในเรื่องของการดูแลสุขอนามัยการขับถ่ายของลูก ถ้าแม่ไม่อยู่ แต่ยังมีตัวช่วยดูแลปกป้องลูกแห้งสบายได้ดี และตัวเลข 91 เป็นจำนวนที่ใช้ในการเปรียบเทียบกับความหมายที่ว่า เป็นวันแรกที่แม่ต้องห่างจากลูกเพื่อกลับไปทำงาน

       “แคมเปญนี้ต้องการสื่อสารให้แม่เข้าใจ โดยมี 2 เรื่องหลักๆ คือ 1.การเตรียมพร้อมการดูแลด้านกายภาพของลูก ทั้งการกิน นอน เล่น และขับถ่าย แม่ต้องเตรียมข้าวของเครื่องใช้ที่อำนวยความสะดวกให้พี่เลี้ยงหรือคนที่รับหน้าที่ดูแลลูกแทนแม่ และ 2. เตรียมใจคุณแม่ให้มีความอดทน ให้สามารถทำภารกิจการงานได้โดยไม่ต้องกังวล ที่สำคัญต้องปั้มน้ำนมแม่ในที่ทำงานไว้ด้วย เพื่อเก็บสต็อกน้ำนมให้ลูกกิน และทุกๆ วันเมื่อกลับจากที่ทำงาน สิ่งแรกที่ควรทำคือการกอด เล่น และพูดคุยกับลูก” นางการะเกดกล่าว

สร้างรูปแบบกิจวัตรประจำวันให้เบบี๋

 

        ก่อนจะเริ่มการสร้างรูปแบบกิจวัตรให้ลูก พ่อแม่ควรทำความรู้จักลูกให้ดีก่อน พ.ญ.เสาวภา พรจินดารักษ์ กุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรม โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช ศรีนครินทร์ ให้ข้อมูลว่า พื้นฐานอารมณ์ซึ่งติดตัวเด็กมาตั้งแต่เกิด มีอยู่ด้วยกัน 4 กลุ่ม พ่อแม่ต้องสังเกตลูก อ่านลูกให้ออกเพื่อจะได้เข้าใจว่าลูกเป็นเด็กที่มีพื้นฐานอารมณ์ในกลุ่มไหน เมื่อรู้แล้วจะได้เตรียมตัวเตรียมใจเตรียมหาข้อมูลและเตรียมพร้อมสำหรับการเลี้ยงดูที่เหมาะสม

      พร้อมจำแนกให้ฟังด้วยว่า พื้นฐานอารมณ์ 4 กลุ่มประกอบด้วย 1.เด็กเลี้ยงง่าย (Easy Child) เด็กกลุ่มนี้จะมีรูปแบบกิจวัตรชัดเจน กิน นอน ขับถ่ายเป็นเวลา อารมณ์ดี ยิ้มง่าย ปรับตัวง่าย 2.เด็กเลี้ยงยาก (Difficult Child) ตรงข้ามกับเด็กกลุ่มแรก ไม่มีรูปแบบกิจวัตรชัดเจน กิน นอน ขับถ่ายไม่เป็นเวลา ขี้หงุดหงิด เจ้าอารมณ์ ร้องงอแง 3.เด็กปรับตัวช้า (Slow to Warm Up) ส่วนใหญ่จะคล้ายกลุ่มแรก แต่ขี้อาย ขอเวลาในการปรับตัว ค่อยเป็นค่อยไป เช่น เวลาเจอสิ่งใหม่ไม่ว่าจะเป็นอาหาร คนแปลกหน้า ของเล่น จะสังเกตมองอยู่นานเพื่อตัดสินใจว่าจะเข้าหาดีหรือไม่ เด็กกลุ่มนี้ถ้าเจอคนเสียงดัง หรือมีคนเข้าหาในทันทีจะตื่นเต้นตกใจง่าย และ 4.เด็กที่มีพื้นอารมณ์แบบผสม (Mixed Type) จะมีลักษณะร่วมของทั้งสามกลุ่ม

สร้างรูปแบบกิจวัตรประจำวันให้เบบี๋

 

        “สำหรับคุณแม่ทำงานที่อยู่ในช่วงลาคลอดเพื่อเลี้ยงลูกเต็มเวลา อย่าพลาดที่จะใช้โอกาสงามในสามเดือนแรกของลูก สร้างรูปแบบกิจวัตรประจำวันให้ได้เพื่อเสริมสร้างพื้นฐานด้านอารมณ์และสังคมให้ลูก เพราะในวันที่ต้องห่างจากลูกกลับไปทำงาน คุณแม่จะวางใจได้ว่าสามารถเลี้ยงดูลูกน้อยในแบบที่ต้องการได้ เด็กทารกเกิดมาเพื่อทำความรู้จักทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ จึงเป็นหน้าที่สำคัญของพ่อแม่ในการดูแลและเลี้ยงดูลูกให้เติบโตโดยสมบูรณ์ งานสร้างคนที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ต้องใช้พลังและความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง” พ.ญ.เสาวภากล่าวทิ้งท้าย