ข่าว

ซื้อขายตำแหน่ง เพิ่งมีแค่กรณี ร.ต.อ.

ซื้อขายตำแหน่ง เพิ่งมีแค่กรณี ร.ต.อ.

02 ส.ค. 2559

ผบ.ตร.ลั่น ซื้อขายตำแหน่ง เพิ่งเกิดขึ้นแค่กรณี ร.ต.อ. ย้ำ หลักฐานชัดดำเนินการเด็ดขาด ชี้ ปฏิรูป 10 ด้าน ช่วยปิดช่องโหว่ ยัน สั่งเฝ้าระวังดูแลช่วงประชามติเต็มที่

 

               2 ส.ค. 59  เมื่อเวลา 10.40 น. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)  พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงมาตรการป้องกันการวิ่งเต้น ซื้อขายตำแหน่ง ในช่วงที่จะมีการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจตามวาระต่างๆ ว่า เรื่องดังกล่าวตนได้มีการกำชับมาโดยตลอด โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ จเรตำรวจ ซึ่งรับผิดชอบเรื่องนี้อยู่กำกับดูแล ส่วนแนวทางที่ป้องกันอย่างเป็นรูปธรรมก็มีอยู่แล้ว เว้นแต่จะไปงุบงิบทำกันเองเหมือนกับกรณีของ ร.ต.อ.ที่ใช้เงิน 7 แสนบาท ซื้อขายตำแหน่ง สารวัตร สุดท้ายก็ไม่ได้ตำแหน่ง ส่วนการคาดโทษนั้นทุกคนรู้อยู่แล้วว่าถ้าทำต้องถูกลงโทษอย่างไร หากปรากฏหลักฐานว่ามีการกระทำความผิดจริงต้องดำเนินการเด็ดขาด ส่วนความคืบหน้าการปฏิรูปตำรวจ 10 ด้าน ที่มอบหมายให้ผู้ช่วย ผบ.ตร.ทั้ง 10 คน รายงานผลการดำเนินทุก 15 วันนั้น ยังไม่ได้รายงานความคืบหน้าเข้ามา เนื่องจากยังไม่ครบระยะเวลา ซึ่งผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้ลงพื้นที่หมดแล้ว และใน 10 ข้อนี้มีส่วนที่ปิดช่องโหว่การทุจริตหรือการ ซื้อขายตำแหน่ง ด้วย แต่ตนจำไม่ได้ว่าอยู่ในข้อไหน

               เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการป้องกัน ป้องปรามการ ซื้อขายตำแหน่ง อย่างไร เพราะดูเหมือนจะมีข่าวลักษณะแบบนี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ตอบว่า ที่ผ่านมามีข่าวลักษณะแบบนี้เพียงแค่กรณีเดียวเท่านั้นคือ กรณีของ ร.ต.อ.สน.นิมิตรใหม่ จ่ายเงิน 7 แสนบาทให้กับ ร.ต.อ.สน.บางรัก เพื่อวิ่งเต้น ซื้อขายตำแหน่ง แต่ถ้ามีการ ซื้อขายตำแหน่ง จริง ก็มีแต่นักฟุตบอล อย่างเมสซี่เจ 10 กว่าล้านบาท อันนั้น ซื้อขายตำแหน่ง จริง ทำไมสื่อชอบถามแต่เรื่อง ซื้อขายตำแหน่ง ยืนยันว่าการแต่งตั้งนั้นแต่งตั้งตามความสามารถ ตามความเหมาะสม ไม่สามารถมาจ่ายเงินเพื่อวิ่งเต้น ซื้อขายตำแหน่ง ได้ อย่างที่บอกที่ผ่านมายังไม่มี เพิ่งเกิดขึ้นแค่กรณีของ ร.ต.อ.ที่มีการแจ้งความกันที่ สน.บางซื่อ

 

เหตุ 3 จว.ชายแดนใต้โยงการเมืองท้องถิ่น-ก่อความไม่สงบกลุ่มเดิม

               พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวยอมรับว่า ช่วงก่อนการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 และตลอดเดือนสิงหาคมนี้ การข่าวพบว่ามีการเตรียมก่อเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง และสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เนื่องจากเป็นเดือนที่แกนนำคนสำคัญในการก่อเหตุการณ์ความไม่สงบหายไป โดยเป้าหมายยังเป็นเจ้าหน้าที่ และมีรูปแบบการก่อเหตุที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งคนร้ายรู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ ทำให้ยากต่อการป้องกันเหตุ โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตำรวจทราบเบาะแสของคนร้ายแล้ว และเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นมีทั้ง 2 ส่วน ทั้งเรื่องการเมืองท้องถิ่น และกลุ่มก่อความไม่สงบเดิม

               พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวต่อว่า สำหรับการดูแลความสงบเรียบร้อยช่วงการออกเสียงประชามติ ซึ่งพบมีผู้ไม่หวังดีนำสเปรย์ไปพ่นไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ และกรณีมีคลิปเสียงปรากฏเนื้อหาบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ ก็ได้กำชับให้มีการตรวจสอบแล้ว โดยยอมรับว่าโยงกับกลุ่มการเมืองท้องถิ่น พร้อมยอมรับว่าการดูแลเรื่องดังกล่าวมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เนื่องจากกำลังเจ้าหน้าที่ต้องคอยดูแลเรื่องเหตุการณ์ความไม่สงบด้วย ทำให้กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญออกมาก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว แต่ยืนยันว่าตำรวจมีการเฝ้าระวังและดูแลเรื่องนี้อย่างเต็มที่

 

กำชับทุกพื้นที่เฝ้าระวังคนร้ายโจรกรรมทรัพย์สิน

               พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ในส่วนของมาตรการป้องกันคนร้ายก่อเหตุโจรกรรมทรัพย์สินได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงศ์เจริญ รอง ผบ.ตร.กำกับดูแลเรื่องนี้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว ส่วนกรณีเหตุคนร้ายปล้นรถขนเงินและอาจมีคนในรู้เห็นเป็นใจในการก่อเหตุนั้น จำเป็นต้องเพิ่มความเข้มในการตรวจสอบประวัติก่อนรับบุคคลมาทำงาน พร้อมประสานขอความร่วมมือกับทางบริษัทหรือธนาคารที่ขนเงิน แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อจัดกำลังไปดูแลป้องกันการก่อเหตุ แต่ยอมรับว่าที่ผ่านมายังไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร เพราะส่วนใหญ่จะคิดว่ามีประกันแล้วทำให้นิ่งนอนใจ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคในการทำงาน แต่ก็ยืนยันว่าได้พยายามชี้แจงให้เอกชนเข้าใจถึงปัญหาและให้ความร่วมมือ ส่วนแนวทางป้องกันอาชญากรรมต่างๆ โดยเฉพาะการชิงทรัพย์ตามร้านสะดวกซื้อ โรงรับจำนำ สั่งการให้ตำรวจทุกพื้นที่เฝ้าระวังเพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่กำหนดอย่างเข้มงวด

               นอกจากนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยังกล่าวถึงกรณีบริษัท ซิก ซาวเออร์ ซึ่งเป็นบริษัทจำหน่ายปืน ตามโครงการจัดหาอาวุธปืนพกประจำการกาย ซิก ซาวเออร์ โมเดล เพื่อเป็นสวัสดิการให้กับข้าราชการตำรวจ แจ้งว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเวลาการส่งมอบปืนสวัสดิการออกไปก่อน เนื่องมาจากมีเหตุกราดยิงบ่อยครั้งในต่างประเทศ ทางการสหรัฐอเมริกาจึงให้ชะลอการจำหน่ายอาวุธปืนทั่วโลก ว่า กรณีดังกล่าวนั้นไม่ส่งผลกับอาวุธปืนสวัสดิการที่สั่งซื้อ เนื่องจากเป็นอาวุธปืนคนละชนิดกัน และการขยายเวลาส่งมอบออกไปก็ไม่ส่งผลกระทบกับผู้สั่งซื้อ แต่หากมีเปลี่ยนแปลงไม่เป็นไปตามข้อตกลงก็มีขั้นตอนของการจัดซื้ออยู่แล้ว ขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องส่งหนังสือไปทวงถาม พร้อมยืนยันว่า ข้าราชการที่สั่งซื้อไม่ต้องวิตกกังวล