ข่าว

“บินเล็ก”ตกย่านหนองจอกไม่มีกล่องดำ-พร้อมเยียวยา

“บินเล็ก”ตกย่านหนองจอกไม่มีกล่องดำ-พร้อมเยียวยา

02 ส.ค. 2559

กรรมการสอบสวนอุบัติเหตุทางอากาศตรวจเครื่องบินเล็กตกย่านหนอกจอก ระบุไม่มีกล่องดำ ยันผู้โดยสารเป็นพนักงานบริษัทไม่ใช่เช่าเหมาลำ พร้อมเยียวยาทุกด้าน


          วันที่ 2 สิงหาคม 2559 เมื่อเวลา 09.00น.  ที่วัดลำพะอง แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กทม. พ.ต.อ.กิจภัท เพ้งรุ่น รอง ผบก.น.3 พร้อมด้วย น.ส.วีณา นุสดิน หัวหน้ากลุ่มคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุของอากาศยาน ในราชอาณาจักร กรมการบินพลเรือน และ ตัวแทนจากบริษัทแรบบิท วิงส์ แอร์เวย์ เข้าตรวจสอบเครื่องบินเล็กแบบเหมาลำ ชื่อไพเพอร์ ชิพเท่น( Piper Chieftain ) รุ่น HS-FGB ของบริษัทแรบบิท วิงส์ แอร์เวย์ ที่ประสบอุบัติตกลงในคลองหลังวัดลำพะอง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการวัดระยะความสูงของต้นไม้ที่ถูกปีกของเครื่องบินชนหัก วัดระยะที่พื้นร่วมถึงการรื้อเครื่องด้านในออกมาตรวจสอบ เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุที่เครื่องบินตกดังกล่าว

 

“บินเล็ก”ตกย่านหนองจอกไม่มีกล่องดำ-พร้อมเยียวยา


          พ.ต.อ.กิจภัท กล่าวว่า ในวันนี้ (2 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาตรวจสอบซากของเครื่องบินที่เกิดอุบัติเหตุตกลงเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม  เบื้องต้นยังไม่ได้ข้อสรุปสาเหตุเนื่องจากเจ้าหน้าที่จะต้องนำผลที่ได้ในวันนี้เข้าไปตรวจวิเคราะห์ก่อน ส่วนเรื่องคดีนั้นยังไม่ได้ตั้งข้อหา เพราะต้องรอสอบสวนพยาน และนักบินผู้ช่วยว่าเกิดเหตุได้อย่างไร ซึ่งต้องดูว่าพยานพร้อมให้การหรือไม่ เนื่องจากยังรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลเสรีรักษ์ และจากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเครื่องประสบอุบัติเหตุตกนั้นทางนักบินได้แจ้งขอลงฉุกเฉิน แต่ไม่ได้แจ้งถึงสาเหตุขอลงฉุกเฉินในครั้งนี้ ในส่วนเรื่องการเยียวยาผู้ประสบเหตุนั้นทราบว่าทาง บริษัทฯมีประกันเครื่อง ทั้งนี้ก็ต้องให้ประกันเป็นผู้ดำเนินการต่อไป


“บินเล็ก”ตกย่านหนองจอกไม่มีกล่องดำ-พร้อมเยียวยา

          ด้านตัวแทนจากบริษัทแรบบิท วิงส์ แอร์เวย์ เปิดเผยว่า ผู้โดยสารที่อยู่ในเครื่องนั้นเป็นพนักงานของบริษัททั้งหมด ประกอบไปด้วย นักบิน 1 คน นักบินผู้ช่วย 1 คน ช่างเครื่อง 1 คน และพนักงานอีก 1 คน ไม่ได้เป็นการเช่าเพื่อส่งผู้โดยสารแต่อย่างใด สำหรับเครื่องบินลำดังกล่าวถูกใช้งานมากกว่า 10 ปี ไม่เคยมีปัญหามากก่อน อย่างไรก็ตามทางบริษัทฯจะมาร่วมตรวจสอบกับทางราชการ คือ กรมการบินพลเรือน ซึ่งต้องรอคำสั่งของทางกรมการบินพลเรือนว่า จะให้ขนย้ายเครื่องบินออกไปได้เมื่อไหร่ ทั้งนี้การดูแลพนักงานบริษัทนั้นจะดำเนินการเคลื่อนย้านศพนักบินผู้เสียชีวิตไปยังบ้านเกิดจังหวัดเชียงราย ส่วนคนเจ็บทั้งพนักงานของบริษัทฯ และประชาชน ทางบริษัทฯจะดูแล เพราะมีประกันภัยควบคุมอยู่แล้ว

          ขณะที่ น.ส.วีณา กล่าวว่า วันนี้ได้เข้ามาตรวจสอบบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุ เพื่อจะนำไปทำภาพจำลองสถานที่ รวมไปถึงการคำนวณความเร็ว การลดระดับการบิน และระยะทาง ที่มีความสัมพันธ์กัน สำหรับหาความพกพร่องของเครื่องบิน แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากต้องรอการวิเคราะห์ให้รอบด้านก่อน อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่า เครื่องบินลำดังกล่าวเป็นเครื่องบินขนาดเล็ก จึงไม่มีกล่องดำในการจำภาพและรายละเอียดขณะเกิดเหตุ

          ขณะเดียวกัน นางพรทิพย์ ทองดี อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/3 ถนนฉลองกรุง ผู้เห็นเหตุการณ์ใกล้กับที่เกิดเหตุ บอกว่า ขณะนั้นตนนั่งเล่นอยู่ในบ้านได้ยินเสียงเครื่องบินดังมาก เมื่อหันมองไปยังต้นเสียงก็เห็นเครื่องบินตกลงคลอง ทำให้น้ำพุ่งกระจายจนผักตบชวากระเด็นขึ้นไปบนหลังคาบ้าน เมื่อเสียงสงบได้มีคนร้องขอความช่วยเหลือ ซึ่งชาวบ้านระแวกใกล้เคียงต่างพากันไปช่วยคนในเครื่องออกมา โดยมีอยู่ 1 คนที่โดยสารมากับเครื่องบินสามารถเดินไปมาได้อย่างปกติ ระหว่างนั้นก็ยังลังเลว่าจะมีเหตุระเบิดตามมาหรือไม่ เพราะมีกลิ่นน้ำมันแรงมาก แต่โชคดีที่ไม่มีการระเบิดขึ้น ตอนนี้ตนยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่หาย ส่วนศาลาปฏิบัติธรรมที่เครื่องบินเฉียดไปนิดเดียวนั้น เชื่อว่าคงมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง จึงทำให้รอดปลอดภัย

 

“บินเล็ก”ตกย่านหนองจอกไม่มีกล่องดำ-พร้อมเยียวยา

 

          สำหรับ นางประพิน เปรมปรี อายุ 49 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนนั่งล้างจานอยู่บริเวณเชิงสะพาน จากนั้นเห็นเครื่องบินดังกล่าวอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร บินชนกับต้นไม้ เครื่องบินต่ำลงและหัวเครื่องบินมุ่งหน้ามายังบริเวณที่ตนอยู่ ตนจึงรีบลุกขึ้นวิ่งไปและได้ล้มลง ขณะเดียวกันเครื่องบินได้ตกลงในคลองทำให้น้ำมันเครื่องบิน น้ำในคลองและผักตบชวาที่อยู่ภายในคลองถาโถมเข้ามายังตน เป็นเหตุให้เกิดอาการหูดับ และได้รับบาดเจ็บบริเวณขาด้านซ้าย แผลลึกลงไปเกือบถึงกระดูก ต้องเย็บทั้งหมด 6 เข็ม อย่างไรก็ตามภายหลังจากตนหาหมอเสร็จก็ได้มีการพูดคุยกับชาวบ้านอีกฝั่งหนึ่ง ที่กำลังทำนาอยู่ทราบว่า เครื่องบินดังกล่าวได้เสียหลักมาจากบริเวณอีกฝั่ง ซึ่งปีกเครื่องบินก็หล่นอยู่บริเวณนั้น ก่อนที่เครื่องบินจะมาตกบริเวณที่ตนอยู่

          นางประพิน กล่าวต่อว่า เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้มีทนายความของบริษัทของเครื่องบินลำเกิดเหตุได้เข้ามาพูดคุยแล้ว พร้อมที่จะชดใช้ค่าเสียหายและค่าดูแลเยียวยาให้ทั้งหมด ทั้งนี้จากการพูดคุยทนายเล่าให้ตนฟังว่า เหตุที่นำเครื่องลงเพราะเครื่องหมดแรง แต่ตนไม่ทราบว่าเครื่องหมดแรงในความหมายนั้นคืออะไร

          ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวเดินไปตรวจสอบบริเวณหลังศาลาพบว่า ต้นเหลืองหลวง จำนวน 3 ต้น และต้นมะฮอกกานี จำนวน 2 ต้น ถูกปีกเครื่องบินตัดกิ่งขาด แต่ที่ขอบอาคารศาลาปฏิบัติธรรมที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต (จำลอง) พระหลวงพ่อโสธร (จำลอง) พระพุทธชินราช (จำลอง) ที่อยู่ติดกันไม่โดนอะไรเลย จนเป็นที่ล่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง สำหรับศาลาดังกล่าวเพิ่งสร้างมาได้ประมาณ 1 ปี



 

ญาติรับศพนักบิน-แพทย์นิติเวช ระบุ กระดูกซี่โครงหักเกือบทั้งหมด ตับ หัวใจ ฉีกขาด

          ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อเวลา 11.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครอบครัวของ นายศิราวุฒิ เตียวประเสริฐ นักบินที่เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินเล็ก ไพเพอร์ ชิพเท่น (Piper Chieftain) รุ่นHS-FGB ของบริษัทแรบบิท วิงส์ แอร์เวย์ ประสบอุบัติเหตุตกในคลองหลังวัดลำพะอง แขวงลำผักชี เขตหนองจอก เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม  ได้เดินทางมาติดต่อขอรับศพ นายศิราวุฒิ เพื่อนำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาคริสต์ ใน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยทางครอบครัวนายศิราวุฒิ ได้ขอความร่วมมือกับสื่อมวลชนที่จะไม่เปิดเผยข้อมูล เพียงแต่ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน แต่ยอมรับว่าผู้เสียชีวิตมีอุปนิสัยเป็นคนร่าเริงจิตใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น มีความภูมิใจในอาชีพนักบินอย่างมาก โดยหลังจากนี้จะนำศพนายศิราวุฒิไปประกอบพิธีที่บ้านเกิดใน จ.เชียงใหม่ ในช่วงบ่ายนี้ต่อไป

          ด้าน พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า ขณะนี้ทีมแพทย์ได้ชันสูตรพลิกศพ นายศิราวุฒิ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตนั้นเกิดจากแรงกระแทก ทำให้กระดูกซี่โครงหักเกือบทั้งหมด หัวใจ ตับ เส้นเลือดแดงใหญ่ในหน้าอกฉีกขาด