
ภาษีที่ดิน ฯ ใหม่กดดัน “แลนด์ลอร์ด” ขายหนีภาระภาษี
ภาษีที่ดิน ฯ ใหม่ จะเป็นปัจจัยเร่งให้ประชาชนผู้ถือครองที่ดินว่างเปล่าตัดสินใจขายที่ดินให้แก่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์
“คม ชัด ลึก” ได้สำรวจและสอบถามความคิดเห็นของผู้ประกอบการในแวดวงอสังหาริมทรัพย์เกี่ยวกับ พ.ร.บ. ภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ..... ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการไปแล้ว และคาดว่าน่าจะมีผลบังคับใช้ภายในปี 2560 โดยจากการสำรวจ พบว่า พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวจะเป็นปัจจัยเร่งให้ประชาชนผู้ถือครองที่ดินว่างเปล่าตัดสินใจขายที่ดินให้แก่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะส่งผลให้มีที่ดินหมุนเวียนซื้อขายเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยในอนาคตมากขึ้น
“ผมว่า ภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างจะเป็นอีกตัวเร่งให้ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีที่ดินรอการพัฒนาที่อยู่อาศัยเลือกพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆ เร็วขึ้น" นายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว
พร้อมกับระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มีมูลค่าการซื้อขายที่ดินผ่านบริษัทแล้วเกือบ 6,000 ล้านบาท จำนวน 5 แปลง ส่วนใหญ่จะเป็นในทำเล ซีบีดี และเหตุผลหนึ่งที่ตัดสินใจขายเพราะไม่ต้องการรับภาระค่าใช้จ่ายด้านภาษีเพิ่มขึ้น ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนภาพได้ว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลต่อการตัดสินใจซื้อขายที่ดิน ขณะเดียวกันยังบ่งชัดได้ถึงแนวโน้มราคาที่ดินในปี 2559 ว่ามีทิศทางปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทำเลที่เป็นย่านธุรกิจ (ซีบีดี) จะเห็นได้ว่าในปีนี้จะมีการขายที่ดินค่อนข้างคึกคัก
นายกิติศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันที่ดินในทำเลที่มีแนวโน้มของราคาปรับตัวสูง โดยเฉพาะตามแนวรถไฟฟ้า จะเห็นได้ว่าราคาที่ดินมีการปรับตัวค่อนข้างสูงถึงสูงมาก ซึ่งในปีที่ผ่านมาทำเลย่านชิดลม ได้มีการซื้อขายที่ดินในระดับราคาประมาณ 1.9 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นราคาที่ดินที่สูงสุด ในส่วนของปีนี้ ทำเลถนนสุขุมวิทยังคงมีปรับตัวเพิ่มขึ้นบริเวณต้นถนนสุขุมวิท ติดถนนจะมีราคาอยู่ที่อยู่ประมาณ 2 ล้านบาทต่อตารางวา และอาจเป็นไปได้ว่าปีนี้จะได้เห็นราคาที่ดินที่มีการนำเสนอขายแตะที่ระดับ 2-3 ล้านบาทต่อตารางวา ในทำเลถนนพระราม 4 อีกด้วย
“ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ก็คือมีเจ้าของที่ดินบางแปลงที่อยู่ตามแนวรถไฟฟ้าใจกลางเมืองได้ประกาศขายที่ดินในราคาสูง บางแปลงสูงถึง 2.5 ล้านบาทต่อตารางวา และมีบางแปลงตั้งราคาแล้วพอมีคนสนใจก็ไม่ขาย ซึ่งน่าจะเป็นลักษณะตั้งราคาขายเพื่อทดลองตลาด" นายกิติศักดิ์ กล่าว
ด้านนายสัญชัย คูเอกชัย รองกรรมการผู้จัดการ คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) กล่าวถึงภาพรวมตลาดอสังหาฯ ครึ่งปีหลัง 2559 ว่า จะมีดีลร่วมทุนระหว่างผู้ประกอบการชาวไทยและต่างชาติมากขึ้น เพราะมีความกังวลถึงปัญหาการถือครองที่ดิน อันเป็นผลมาจากการที่ภาครัฐจะประกาศใช้ พ.ร.บ. ภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ทำให้ปัจจุบันเจ้าของแลนด์ลอร์ดรายใหญ่ได้นำเอาที่ดินออกมาพัฒนาในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น ในขณะเดียวกันกลุ่มคนที่เป็นเจ้าของที่ดินรายกลางและรายเล็กก็ได้มีการระบุระยะเวลาในการขายที่ดิน ในกรณีที่ต้องการขายผ่านโบรกเกอร์ จากเดิมจะไม่มีการกำหนดเวลาในการขาย
สาเหตุที่มีการกำหนดเวลาในการขาย ส่วนหนึ่งเพราะไม่ต้องการมีภาระ เนื่องจากคาดการณ์กันว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวจะประกาศใช้ในปีหน้า
สำหรับบรรยากาศในการลงทุนนั้น นายสัญชัยกล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาบรรยากาศการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทยยังทรงตัวต่อเนื่อง บริษัทยังมีจำนวนของนักลงทุนต่างชาติที่สนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอยู่มากพอสมควร อีกทั้งนักลงทุนกลุ่มนี้ มีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ไม่มีความกังวลใจเรื่องการลงทุน เนื่องจากมีการศึกษาสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยอยู่ตลอด ทำให้เข้าใจและสามารถปรับตัวต่อบรรยากาศการลงทุนได้ดี โดยเฉพาะนักลงทุนจีนที่เน้นการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยในรูปแบบของการร่วมทุน
ส่วนนักลงทุนญี่ปุ่น เป็นทุนจากต่างชาติที่น่าจับตามองมาก โดยหลังจากการเข้ามาของนักลงทุนรายใหญ่ในปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดการผลักดันจากรัฐบาลญี่ปุ่น กระตุ้นให้เกิดการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยมากขึ้น ทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม พื้นที่ค้าปลีก และสำนักงานให้เช่า ที่คาดว่าจะเกิดบรรยากาศการลงทุนที่ดีในอนาคต
พร้อมกันนี้ นายสัญชัยเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันผลตอบแทนทางด้านการลงทุนยังสามารถดึงดูดนักลงทุนได้พอสมควร เนื่องจากผลตอบแทนการฝากธนาคารต่ำ นักลงทุนจึงต้องหาช่องทางการลงทุนเพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มของเงิน ทั้งนี้ นักลงทุนหลายรายโดยเฉพาะนักลงทุนระดับบน ยังคงมองหาช่องทางใหม่ๆ เพื่อกระจายการลงทุนมากขึ้น อาทิ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ ทั้งในอังกฤษ ยุโรป ที่มีผลตอบแทนค่อนข้างสูง



