
ฮ.ชมวิวชนเครื่องบินเล็กเหนือแม่น้ำฮัดสันคาดดับหมด9คน
เฮลิคอปเตอร์ชมวิวชนกับเครื่องบินเล็กก่อนตกลงในแม่น้ำฮัดสันของนิวยอร์ค คาดเสียชีวิตทั้งหมด 9 คน
นายไมเคิล บลูมเบิร์ก นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์คของสหรัฐฯ แถลงคาดการณ์เมื่อวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่นว่า"ไม่น่าจะมีผู้รอดชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์เที่ยวชมทิวทัศน์ที่นอกจากนักบิน ยังมีนักท่องเที่ยวชาวอิตาลี 5 คน ได้เกิดชนกับเครื่องบินเล็กอีกลำหนึ่ง ที่มีนักบินและผู้โดยสารรวม 3 คน ซึ่งรวมทั้งเด็ก 1 คน เหนือแม่น้ำฮัดสันของนครนิวยอร์คเมื่อช่วงหลังเที่ยงวันของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้เศษซากจากการชนกันร่วงลงแม่น้ำ
เหตุร้ายครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสายตาของผู้คนหลายร้อยหรืออาจหลายพันคน ที่กำลังชื่นชมท้องฟ้าโปร่งใสของฤดูร้อน ผู้ประสบเหตุคนหนึ่งเล่าว่า เห็นบางสิ่งร่วงลงน้ำ ตามมาด้วยเครื่องบินเล็กไร้ปีก เพราะปีกหักจากการปะทะ เมื่อตกถึงพื้นน้ำเครื่องบินได้จมหายไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน มีศพลอยขึ้นมาแล้ว 2 ศพ ศพหนึ่งขึ้นมาเดี่ยวๆ แต่อีกศพลอยขึ้นพร้อมซากเครื่องบิน และสามารถมองเห็นหลายศพในซากเครื่องบินที่จมอยู่ใต้น้ำ
นายบลูมเบิร์กกล่าวว่าปฏิบัติการกู้ภัยได้เปลี่ยนเป็นปฏิบัติค้นหาศพแล้ว ประดาน้ำกำลังทำงานในกระแสน้ำสีขุ่นมัวลึก 10 เมตร ของแม่น้ำฮัดสันที่เชี่ยวกรากเพื่อค้นหาศพเพิ่มเติมขณะเดียวกัน ก็ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่กิจการชุมชนพิเศษไปช่วยเหลือครอบครัวของนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีที่เสียชีวิต เพราะพวกเขาไม่รู้ภาษาอังกฤษ และคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ NTSB กำลังตรวจสอบสาเหตุของการชนกันกลางอากาศครั้งนี้อยู่
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า เฮลิคอปเตอร์เป็นของบริษัท" ลิเบอร์ตี้ ทัวร์ส" และบินขึ้นจากลานเฮลิคอปเตอร์บนถนนสายที่ 30 ประมาณเที่ยงวันเพื่อพาผู้โดยสารชมทิวทัศน์ ส่วนเครื่องบินเล็กเครื่องยนต์เดียว "ไพเพอร์" เป็นเครื่องบินรุ่นปี 2519 บินขึ้นจากท่าอากาศยานเทเทอร์โบโร่ นอกนครนิวยอร์ค มุ่งหน้าลงใต้ไปเมืองริมทะเล"โอเชี่ยน ซิตี้" ของรัฐนิวเจอร์ซี่
นายบลูมเบิร์กตั้งข้อสังเกตว่า เครื่องบินทั้งสองลำมีเส้นทางบินเหนือแม่น้ำฮัดสันและแม่น้ำอีสต์เช่นกัน และแม้จะไม่มีกฏข้อบังคับว่าจะต้องมีการติดต่อกันทางวิทยุ กับมีการใช้กฏการบินเรื่องการมองตรวจสอบด้วยสายตาอยู่แล้ว แต่ก็เป็นเรื่องปกติที่นักบินมักใช้คลื่นความถี่วิทยุ ระบุที่ตั้งของตนเองบนแผนที่เพื่อให้เครื่องบินลำอื่นทราบที่อยู่ของตน แต่ในกรณีนี้ไม่ทราบแน่ชัดว่ามีการติดต่อกันทางวิทยุหรือไม่
ปัจจุบันคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบสาเหตุของการชนกันกลางอากาศครั้งนี้อยู่



