ข่าว

นศ.มาเลเซียปลุกชุมนุมใหญ่ 27 ส.ค กดดันคดีกองทุนฉาว

นศ.มาเลเซียปลุกชุมนุมใหญ่ 27 ส.ค กดดันคดีกองทุนฉาว

02 ส.ค. 2559

กฎหมายความมั่นคงมาเลเซียฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ ขณะนักศึกษานัดชุมนุมใหญ่กดดันจับ”เจ้าหน้าที่มาเลเซียคนที่ 1”ที่สหรัฐพาดพิงในคำฟ้องยึดทรัพย์เอี่ยวกองทุนฉาว

 

         แนวร่วมกลุ่มนักศึกษาและยุวชนในมาเลเซีย เปิดแถลงข่าวเมื่อวานนี้ ( 1 ส.ค.) นัดเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ภายใต้ชื่อ  #TangkapMalaysianOfficial1 หรือ  #จับเจ้าหน้าที่มาเลเซียคนที่ 1” คำที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐพาดพิงถึง 34 ครั้งในคำฟ้องอายัดทรัพย์สินบุคคลที่เชื่อว่าได้มาจากการยักยอก “วันเอ็มดีบี”กองทุนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติมาเลเซีย  

          โดยในคำฟ้องความยาว 136 หน้าไม่ได้เอ่ยว่าเป็นใคร  แต่ระบุว่าเป็นผู้กำกับดูแลกองทุน และได้รับโอนเงิน 681 ล้านดอลลาร์จากการขายหุ้นกู้เมื่อปี 2556

 

นศ.มาเลเซียปลุกชุมนุมใหญ่ 27 ส.ค กดดันคดีกองทุนฉาว

( อ่านต่อ สหรัฐฟ้องยึดทรัพย์"ลูกเลี้ยงนาจิบ"เอี่ยวกองทุนฉาว )

 

          น.ส. อานิส ซยาเรียห์ โมห์ ยูซุฟ โฆษกของแนวร่วม แถลงว่า ทางกลุ่มตั้งเป้าระดมพล 1 หมื่นคน ชุมนุมในวันที่ 27 สิงหาคม ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยเปิดกว้างสำหรับทุกคนไม่ว่าจะมีอุดมการณ์ทางการเมืองอย่างไร  เรื่องอื้อฉาววันเอ็มดีบี ไม่ใช่แค่เรื่องภายในประเทศ แต่กลายเป็นข่าวใหญ่ทั่วโลกแล้ว  และเยาวชนคนรุ่นใหม่ไม่อาจยอมให้มาเลเซียเป็นตัวตลกในสายตาประชาคมโลกอีกต่อไป

 

นศ.มาเลเซียปลุกชุมนุมใหญ่ 27 ส.ค กดดันคดีกองทุนฉาว

 

          การประกาศเคลื่อนไหวของนักศึกษา มีขึ้นในวันเดียวกับที่กฎหมายสภาความมั่นคงฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ ท่ามกลางการจับตาใกล้ชิดว่า จะถูกนำมาใช้เพื่อรับมือกับกระแสต่อต้านและท้าทายทางกฎหมายต่อ นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัก ที่ผจญข้อกล่าวหาพัวพันทุจริตเรื่องอื้อฉาวกองทุนวันเอ็มดีบี และเสียงเรียกร้องให้ลาออก มานานกว่าหนึ่งปีหรือไม่

          กฎหมายใหม่ที่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาเมื่อธันวาคมปีที่แล้ว เปิดทางให้สภาความมั่นคงแห่งชาติที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ออกประกาศระงับเสรีภาพพลเรือนในบางพื้นที่ที่ลงความเห็นว่า มีภัยคุกคามด้านความมั่นคง และให้อำนาจเจ้าหน้าที่ความมั่นคงตรวจค้น ยึดและจับกุมได้ในพื้นที่ประกาศ ซึ่งถูกมองว่าใกล้เคียงกับกฎอัยการศึก

          ผู้นำมาเลเซียปกป้องการผ่านกฎหมายว่า มีความจำเป็นเพื่อต่อสู้กับการก่อการร้าย แต่ วัน ไซฟุน วาน จาน ประธานสถาบันประชาธิปไตยและเศรษฐกิจในมาเลเซีย กล่าวว่า  จังหวะเวลาของการผ่านกฎหมายให้อำนาจล้นฟ้าแก่เจ้าหน้าที่รัฐคือนาจิบต้องการรักษาเก้าอี้ไว้ต่อไป และทำให้ประชาชนไม่กล้าออกมาชุมนุมบนท้องถนน