
รถบรรทุกปูนเสียหลักอัดตอม่อโทลเวย์ดับ1เจ็บ1
รถบรรทุกปูนเสียหลักปีนแบริเออร์อัดตอม่อโทลเวย์ดับ 1 เจ็บ 1 คาดคนขับหลับใน การจราจรวิภาวดีขาเข้าตึดหนึบ
วันที่ 2 สิงหาคม 2559 เมื่อเวลา 05.20 น. พ.ต.ท.ฉัตรชัย เอี่ยมอ่อง รองผกก.(สอบสวน) สน.วิภาวดี รับแจ้งเหตุรถบรรทุกปูนสำเร็จรูปเสียหลักชนตอม่อทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ ถนนวิภาวดีรังสิต ด้านขาเข้า ใกล้เคียงรพ.วิภาวดี มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตติดอยู่ภายในรถ จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.ท.กัมพล รัตนประทีป รอง ผกก.หัวหน้าสถานี สน.วิภาวดี และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุบนถนนวิภาวดีด้านขาเข้าเลย โรงพยาบาลวิภาวดี ประมาณ 700 เมตร ซึ่งเป็นทางเบี่ยงเข้าช่องทางด่วน พบรถบรรทุก 6 ล้อ สีขาว หมายเลขทะเบียน 70-7534 สมุทรปราการ ของบริษัท กัปตัน อินเตอร์เทรด จำกัด เสยขึ้นไปเกยกับแบริเออร์แบ่งช่องทาง ก่อนจะไปชนอัดก็อปปี้เข้ากับตอม่อทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ ทำให้หน้ารถยุบพังยับเยินจนถึงท้ายบรรทุก อีกทั้งยังทำให้ถุงปูนสำเร็จรูปที่บรรทุกมาด้วยหล่นแตกกระจายเต็มพื้นถนน จากการตรวจสอบภายในรถยังพบร่าง นายวัลลภ ทองเจริญ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31/6 หมู่ 13 ต.ห้วยขมิ้น อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ถูกอัดก็อปปี้เสียชีวิตคาที่อยู่เบาะที่นั่งคนขับ และพบผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 รายทราบชื่อ น.ส.กนกวรรณ สุริวงษ์ อายุ 29 ปี ถูกอัดก็อปปี้ติดอยู่กับคอนโซลหน้ารถตำแหน่งที่นั่งข้างคนขับ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงนำเครื่องตัดถ่างมาทำการช่วยเหลือใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาได้สำเร็จ หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลวิภาวดี เป็นการด่วน
พ.ต.ท.ฉัตรชัย เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบในจุดเกิดเหตุไม่พบร่องรอยการเบรกของรถแต่อย่างใด ซึ่งคาดว่าคนขับรถดังกล่าวน่าจะหลับใน ทำให้รถพุ่งเสยเข้าแบริเออร์ที่ใช้แบ่งช่องทาง ก่อนจะพุ่งขึ้นไปชนอัดก็อปปี้กับตอม่อจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว อย่างไรก็ตามคงต้องรอให้ผู้ได้รับบาดเจ็บอาการดีขึ้นก่อน หลังจากนั้นจะเรียกมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงในการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากอุบัติเหตุดังกล่าวส่งผลให้ต้องปิดการจราจรช่องทางที่เกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และเคลียร์พื้นผิวการจราจรที่มีถุงปูนสำเร็จรูปตกเกลื่อนถนน ส่งผลให้การจราจรถนนวิภาวดีรังสิต ฝั่งขาเข้าติดขัดอย่างหนัก แม้ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่จะเคลียร์พื้นที่ เคลื่อนย้ายรถที่ประสบอุบัติเหตุแล้ว และเปิดการจราจรตามปกติ แต่ด้วยความที่รถติดสะสมเป็นจำนวนมากจึงยังทำให้การจราจรชะลอตัว ประกอบกับช่วงเช้าเป็นช่วงที่การจราจรคับขัน มีรถสัญจรเพื่อเข้ามาทำงานในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจใช้เวลาพักใหญ่การจราจรจึงจะดีขึ้น ขระที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรก็เร่งอำนวยความสะดวกระบายรถที่ติดชะลอตัวอย่างเต็มที่



