ข่าว

เท็กซัสไฟเขียวพกปืนเข้าห้องเรียน วันเดียวกับรำลึกสังหารหมู่

เท็กซัสไฟเขียวพกปืนเข้าห้องเรียน วันเดียวกับรำลึกสังหารหมู่

02 ส.ค. 2559

กฎหมายรัฐเท็กซัสที่อนุญาตพกปืนเข้าห้องเรียนมหาวิทยาลัยได้ มีผลแล้ว ในวันเดียวกับการรำลึก 50 ปีกราดยิง 17 ศพ

 

          รัฐ เท็กซัส กลายเป็นรัฐที่ 8 ในสหรัฐอเมริกาที่อนุญาตให้พกปืนแบบปกปิดเข้าไปในอาคารมหาวิทยาลัยได้ ตามกฎหมายที่สภาของรัฐซึ่งพรรครีพับลิกันคุมเสียงข้างมาก ผ่านความเห็นชอบเมื่อปีที่แล้ว

         แต่ในวันเดียวกับที่กฎหมายที่จุดประเด็นถกเถียงอย่างหนัก  มีผลบังคับใช้ 1 สิงหาคม มหาวิทยาลัยยูที ออสตินที่อยู่ไม่ไกลจากอาคารสภา ทำพิธีรำลึกผู้เสียชีวิต 17 รายโดยน้ำมือของ ชาร์ลส์ วิทแมน อดีตนาวิกโยธินที่กราดยิง 14 ศพในมหาวิทยาลัยยูที ออสติน หลังจากสังหารมารดาและภรรยาก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน จากนั้นมีเหยื่อที่ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนเสียชีวิตอีกหนึ่งคน

          วิทแมน ปีนขึ้นไปบนหออาคารนาฬิกาของมหาวิทยาลัยพร้อมปืนหลายกระบอก และซุ่มยิงเหยื่อ 40 คน จากใต้หลังคาลงมานานกว่า 90 นาที ก่อนถูกตำรวจวิสามัญ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2503

 

ภาพ AFP

 

          ในวันครบรอบ 50 ปีของโศกนาฏกรรมที่ถือว่าเป็นการสังหารหมู่ครั้งแรกๆในสหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยยูที ออสติน เปิดตัวอนุสรณ์แท่งหินแกรนิตสลักชื่อเหยื่อสังหารหมู่ ลดธงลงครึ่งเสา และหยุดเข็มนาฬิกาที่หอนาฬิกากลางมหาวิทยาลัยเป็นเวลา 24 ชม.

          ลอยด์ ดอกเกตต์ สมาชิกสภาเท็กซัส ซึ่งเมื่อ 50 ปีที่แล้วเป็นนักศึกษาที่ยูที ออสติน กล่าวว่า เหตุการณ์วันนั้น เกิดก่อนจะมีศัพท์บัญญัติ กราดยิงหมู่ ( mass shooting ) แต่ทุกวันนี้ เหตุรุนแรงจากปืนกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปเสียแล้ว

          ยังไม่แน่ชัดว่ากฎหมายใหม่จะมีผลมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากรัฐเท็กซัสอนุญาตให้พกปืนแบบปกปิดเข้ามหาวิทยาลัยได้มาตั้งแต่ปี 2538 แต่ที่เพิ่มเข้ามาคืออนุญาตให้นำเข้าไปภายในอาคารเรียนได้ด้วย และบุคคลที่ขอใบอนุญาตพกปืนแบบปกปิดได้ ต้องอายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป ซึ่งก็จำกัดจำนวนนักศึกษาที่มีคุณสมบัติพกปืน

          แต่ฝ่ายไม่เห็นด้วยการกฎหมายใหม่ รวมถึงอาจารย์มหาวิทยาลัย ยูที ออสติน 3 คนที่ยื่นฟ้องศาล ด้วยเหตุผลว่าเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของพวกเขาจะถูกละเมิด การให้นักศึกษามีปืนเข้าเรียน จะก่อบรรยากาศความหวาดกลัวและปิดกั้นการแสดงออกทางความคิดอย่างเปิดเผย

          ซีมา ยัสมิน อาจารย์มหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่งในเมืองดัลลัส เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ ดัลลัส มอร์นิง นิวส์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระบุว่าเธอไม่ได้กลัวปืน แต่กลัว ความเครียดจากการสอบ อาการป่วยจิตที่ไม่มีใครรู้ และความสามารถในการพกปืนเข้าอาคารมหาวิทยาลัย มาบรรจบกัน

          ขณะฝ่ายสนับสนุนยืนยันตรงข้ามว่า การยอมให้พกปืนแบบปกปิดเข้ามหาวิทยาลัยได้ต่างหากที่จะทำให้ทั้งอาจารย์และลูกศิษย์ปลอดภัยกว่าเดิม เพราะพลเมืองดีที่มีปืนจะหยุดการยิงโจมตีได้เร็วขึ้น