ข่าว

พัชรวาทบินกลับก่อนกำหนดอภิสิทธิ์ยันพักยาวถึง14ส.ค.

พัชรวาทบินกลับก่อนกำหนดอภิสิทธิ์ยันพักยาวถึง14ส.ค.

09 ส.ค. 2552

นายกฯ เคลียร์แล้ว ยัน "พัชรวาท" พักยาวถึง 14 ส.ค. ไม่กลับมาล้วงโผแน่ ปชป.ผนึกพรรคร่วมขึ้น "บัญชีดำ" ตร.สายแม้ว พร้อมจัดโผรับเลือกตั้ง ส่วน ผบ.ตร.ใหม่ " มพล" ชิงดำ "ปทีป" ด้าน "ธานี" เข้าพบนายกฯ ระบุหลัง 3 สิงหาคดีคืบหน้าเร็วมาก ด้านเอแบคโพลล์เผยประชาชนยัง

 แม้การประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงบัญชีรายชื่อโยกย้าย 152 นายพล ตามที่ได้คาดการณ์กันไว้ แต่ก็ต้องจับตาว่าการประชุม ก.ตร.ครั้งต่อไปที่จะมีการพิจารณาบัญชีรายชื่อระดับรองผู้บังคับการลงมา จะออกมาอย่างไร และพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ซึ่งลาพักร้อนไปต่างประเทศ จะกลับมาทำหน้าที่ในการพิจารณาดังกล่าวหรือไม่ อีกทั้งยังมีประเด็นที่น่าสนใจอย่างมากกว่าใครคือผู้ที่จะได้รับแต่งตั้งเป็น ผบ.ตร.คนต่อไป

14ส.ค.โผรองผบก.เสร็จแน่

 เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พล.ต.อ.วิโรจน์ พหลเวชช์ รอง ผบ.ตร.กล่าวถึงการประชุม ก.ตร.เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยความราบรื่นไม่มีปัญหาอะไร มีการหารือถกเถียงกันบ้างในบางเรื่อง แต่ทุกอย่างก็เรียบร้อยเป็นปกติ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่โผรายชื่อนายพล 152 ตำแหน่ง ไม่มีการรื้อใหม่ เพราะมีการตกลงบางอย่างกันไว้หรือไม่ พล.ต.อ.วิโรจน์กล่าวว่า ไม่มีการตกลงอะไร แต่ก็มีการหารือกันบ้าง เป็นเรื่องปกติ ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รายละเอียดต่างๆ เป็นอย่างที่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ โฆษกตำรวจแถลงข่าวไปแล้ว

 ส่วนเรื่องบัญชีรายชื่อโยกย้ายรองผู้บังคับการลงมาจะมีการหารือในการประชุม ก.ตร.วันที่ 14สิงหาคมหรือไม่ พล.ต.อ.วิโรจน์กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน และพิจารณากันอย่างรอบคอบ ซึ่งในการประชุมครั้งหน้าคงเรียบร้อย ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะทุกอย่างต้องเสร็จให้ทันภายในวันที่ 16 สิงหาคม

เผยข้อตกลงพัชรวาท-นายกฯ

 แหล่งข่าวระดับสูงจากทำเนียบรัฐบาลกล่าวว่า พล.ต.อ.พัชรวาทที่จะเดินทางกลับจากการปฏิบัติราชการที่ประเทศจีน ในวันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคมนี้ จะไม่เข้ามารายงานตัวต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง ผบ.ตร. อย่างที่มีกระแสข่าวออกมา

 "ก่อนเดินทางไปจีน ทุกอย่างเคลียร์หมดแล้ว ใบลาพักของพล.ต.อ.พัชรวาท ระบุวันที่ถึงวันที่ 14 สิงหาคม นอกจากนี้ พล.ต.อ.พัชรวาทยังได้บอกนายกรัฐมนตรีว่าจะกลับมาในวันที่ 11 สิงหาคม เพื่อเข้าถวายพระพรสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในวันที่ 12 สิงหาคม ตรงนี้ชัดเจน และถือเป็นสัญญาสุภาพบุรุษที่ ผบ.ตร.จะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายในระดับรอง ผบก.ลงไป โดยจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ พล.ต.อ.วิเชียร เป็นผู้พิจารณา" แหล่งข่าวระบุ

พัชรวาทบินกลับก่อนกำหนด

 รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า พล.ต.อ.พัชรวาทเดินทางกลับจากประเทศจีนถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยเที่ยวบินทีจี 662 เมื่อเวลา 20.50 น. วันที่ 8 สิงหาคม ทั้งที่ตามกำหนดเดิมจะกลับในวันที่ 11 สิงหาคม โดยเมื่อลงจากเครื่องก็ได้รีบเดินทางเข้าบ้านพักทันที

 รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ขณะนี้ต้องจับตาว่าพล.ต.อ.พัชรวาทจะเข้ารายงานตัวต่อนายกฯ เพื่อทำหน้าที่ ผบ.ตร.ต่อเลยหรือไม่ เพราะหากเข้ารายงานตัวแล้วก็จะสามารถทำงานได้ โดยไม่ต้องรอให้หมดกำหนดในใบลาที่ระบุไว้ถึงวันที่ 14 สิงหาคม แต่อย่างใด แต่หากไม่รายงานตัว พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ก็จะรักษาการไปจนถึงวันที่ 14 สิงหาคม

จัดโผรองผบก.รองรับเลือกตั้ง

 แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลยอมรับว่า สำหรับโผโยกย้ายในระดับรอง ผบก.นั้น จะเป็นการตั้งเพื่อรองรับการเลือกตั้ง ที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้เสมอ โดยตำแหน่งในจังหวัดสำคัญๆ นั้น มีการขึ้น "บัญชีดำ" นายตำรวจที่อยู่ขั้ว พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว โดยมีการเคลียร์กับพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลในระดับหนึ่ง

 แหล่งข่าวคนเดียวกันบอกด้วยว่า สาเหตุที่ประชุม ก.ตร. มีมติยืนยันโผโยกย้าย 152 นายพลตามเดิม เนื่องจากมีการข้อเสนอระหว่างคนในรัฐบาลกับพล.ต.อ.พัชรวาท ว่าจะไม่ปรับโผ 152 นายพลแต่อย่างใด นอกจากนั้น ในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ นายกรัฐมนตรีจะเชิญคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ประชุมเพื่อคัดสรรบุคคลที่เหมาะสมเป็น ผบ.ตร.คนต่อไป  

จุมพล-ปทีปชิงดำผบ.ตร.

 ส่วนตำแหน่ง ผบ.ตร.คนต่อไปนั้น แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลกล่าวว่า แคนดิเดตตอนนี้เหลืออยู่ 2 คน คือ 1.พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ หรือ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย  รอง ผบ.ตร. ส่วน พล.ต.อ.วิเชียร นั้น นายกรัฐมนตรีบอกชัดในระหว่างที่เชิญมารับตำแหน่งรักษาการ ผบ.ตร. ว่าจะให้ทำงานเฉพาะภารกิจนี้เท่านั้น

 "พล.ต.อ.ปทีปจะมีจุดบอดที่ในสมัยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ตั้งให้เป็นรักษาการ ผบ.ตร. ซึ่งอาจจะมองได้ว่ายังมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับขั้วการเมืองนี้อยู่ นอกจากนี้ พล.ต.อ.ปทีปยังมีความสนิทสนมกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง จากพรรคเพื่อไทย เช่นกัน ในขณะที่ พล.ต.อ.จุมพล แม้ก่อนหน้านี้จะเคยถูกมองว่าเป็นคนของพ.ต.ท.ทักษิณ แต่เมื่อไม่ได้ถูกเสนอให้เป็นรักษาการผบ.ตร.ในสมัย นายสมชายอาจจะเป็นจุดที่ชี้ได้ว่า พล.ต.อ.จุมพลห่างจากขั้วการเมืองนี้พอควร" แหล่งข่าวกล่าว

 ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่า การจัดทำบัญชีโยกย้ายระดับรอง ผบก.ลงมา พล.ต.อ.วิเชียรได้หารือกับพล.ต.อ.ปทีป ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าสอดคล้องกับที่นายกฯ เคยบอกว่าจะให้ ผบ.ตร.คนใหม่ร่วมจัดทำบัญชีรายชื่อ

 แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก พล.ต.อ.พัชรวาท เรื่องที่จะกลับมาทำหน้าที่ ผบ.ตร.ต่อในวันไหน จึงไม่ทราบว่าในการประชุม ก.ตร.วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม เพื่อพิจารณาแต่งตั้งนายตำรวจระดับ รอง ผบก.ลงมานั้น พล.ต.อ.พัชรวาทจะเข้ามาเป็นประธานการประชุมหรือไม่

โพลล์ชี้ชาวบ้านยังเชื่อมือตำรวจ

  ด้านสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยถึงผลวิจัย “เอแบคเรียลไทม์โพลล์” ที่เป็นการสำรวจความคิดเห็นประชาชน อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัด ทั่วทุกภาคของประเทศ จำนวน 1,441 ครัวเรือน วันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา เรื่อง “จุดยืนทางความคิดของสาธารณชนต่อความขัดแย้งระหว่างฝ่ายการเมืองกับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ในบทบาทการทำงานและการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ” พบว่า ประชาชนร้อยละ 91.2 เชื่อว่ายังมีตำรวจฝีมือดี ทำงานจริงจัง เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

 อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 76.7 เชื่อว่า การเมืองกดดันให้ตำรวจเลือกปฏิบัติ ในการทำคดีต่อกลุ่มการเมืองที่อยู่คนละขั้ว ขณะที่ร้อยละ 70.8 เชื่อว่ามีตำรวจบางนายเลือกปฏิบัติทำคดีต่อกลุ่มการเมืองที่อยู่คนละขั้วเพื่อเอาใจฝ่ายการเมือง

เชื่อมีการซื้อขายตำแหน่ง

 นอกจากนี้ ร้อยละ 74.9 เชื่อว่า มีขบวนการทำลายล้างแก้แค้นกันในวงการตำรวจด้วยกันเอง ร้อยละ 72.9 เชื่อว่า มีการซื้อขายตำแหน่งในการโยกย้ายตำรวจผ่านคนในรัฐบาล ร้อยละ 68.5 เชื่อว่ามีการซื้อขายตำแหน่งในการโยกย้ายตำรวจ ผ่านนายตำรวจระดับสูง และมีเพียงร้อยละ 38.3 ที่เชื่อว่า การไปต่างประเทศของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะช่วยลดปัญหาขัดแย้งระหว่างฝ่ายการเมืองกับตำรวจลงได้

 ผลสำรวจดังกล่าวยังพบว่า จากคะแนนเต็ม 10 ประชาชนให้คะแนน 7.23 กับการที่ พล.ต.อ.พัชรวาท อดทนต่อแรงกดดันจากฝ่ายการเมืองในทุกรัฐบาลที่ผ่านมา รองลงมาคือเรื่อง ประนีประนอม ลดความขัดแย้งในสังคม การดูแลควบคุมการชุมนุมประท้วง ความเห็นใจต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และการดูแลให้ผู้ใต้บังคับบัญชาสร้างผลงานติดตามจับกุมคนร้าย ตามลำดับ 

ชี้นักการเมืองได้ผลประโยชน์

 ขณะที่ประชาชน ร้อยละ 77.4  ระบุว่า นักการเมืองคือผู้ที่ได้รับประโยชน์ในการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ร้อยละ 76.4 ระบุ ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้ประโยชน์มากกว่าตำรวจชั้นผู้น้อยและประชาชน จะได้รับประโยชน์จากการโยกย้าย

 ทั้งนี้ ประชาชนร้อยละ 82.8 แสดงจุดยืนทางความคิด ต้องการให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เร่งสร้างระบบคุณธรรม แก้ปัญหาตำรวจ ร้อยละ 82.1 ต้องการให้ลดปัญหาขัดแย้ง ให้ทุกฝ่ายพอใจ เพื่อให้ปัญหาจบลงด้วยดี ร้อยละ 74.4 จัดตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นปฏิรูประบบงานตำรวจครั้งใหญ่ และร้อยละ 63.2 ต้องการให้ร่วมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.พัชรวาทเร่งสร้างผลงานในเวลาที่เหลืออยู่

 อย่างไรก็ตาม ประชาชนร้อยละ 69.6 แสดงความกังวลว่านายกรัฐมนตรีอาจพลาดพลั้งในการตัดสินใจ เพราะคนใกล้ชิดรอบข้าง ขณะที่ร้อยละ 73.3 ยังคงให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาสำคัญของประเทศต่อไป

 พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รักษาราชการแทน ผบ.ตร. กล่าวว่า ชีวิตไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร ต้องทำใจ เมื่อถามว่า ภารกิจที่ได้รับมีแรงกดดันมากหรือไม่ ยังยิ้มออกหรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียรกล่าวว่า พอสมควรงานตำรวจมันเป็นแบบนี้

ธานีพบนายกฯรายงานคดียิงสนธิ

 เมื่อเวลา 10.45 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. หัวหน้าทีมสืบสวนสอบสวนคดียิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เดินทางเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.ธานีกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ”นายกฯ เรียกมาพบ แต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร”

 จากนั้นเวลา 11.45 น. หลังเข้าพบนายกฯ แล้ว พล.ต.อ.ธานีกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีการออกหมายจับเพิ่ม แต่นายกฯ ได้สอบถามถึงการทำงาน ก็บอกไปว่าทุกคนตั้งใจทำงานเต็มที่ การสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานก็รวดเร็วและคืบหน้าไปมาก ส่วนคดีจะเหลืออีกกี่เปอร์เซ็นต์ยังไม่รู้

 เมื่อถามว่า ประมาณความคืบหน้าของคดีนี้ไปถึง 60-70 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ก็คอยดู และเมื่อซักว่าพอใจกับความคืบหน้าของคดีหรือไม่ พล.ต.อ.ธานีกล่าวว่า มันไปได้ ทำงานได้เร็วดี ทุกคนตั้งใจทำงาน เมื่อก่อนโหรงเหรง แต่เดี๋ยวนี้คึกคัก

 ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า นายกฯ พอใจหรือไม่ พล.ต.อ.ธานีกล่าวว่า มันทำงานไปได้ มีความคืบหน้า นายกฯ ก็ต้องพอใจ และควรไปถามนายกฯ ว่าพอใจหรือไม่

 "ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม ที่ผ่านมา การสืบสวนดำเนินคดี คืบหน้าและทำได้รวดเร็ว" พล.ต.อ.ธานีกล่าว

เตรียมออกหมายจับเพิ่ม

 ผู้สื่อข่าวยังถามถึงเรื่องการออกหมายจับเพิ่มที่มีข่าวออกมาแล้วกลับเงียบหายไปอีก พล.ต.อ.ธานี หัวเราะ ก่อนกล่าวว่า คอยดูไปสิ วันนี้ที่มารายงานนายกฯ มารายงานความคืบหน้าในการทำงานเท่านั้น

 เมื่อถามว่า หลังจาก พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี มารักษาการแทน ผบ.ตร.ทำให้มั่นใจในการทำงานเพิ่มขึ้นหรือไม่ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า พล.ต.อ.วิเชียรบอกว่าจะให้ช่วยหรือสนับสนุนอย่างไรก็ยินดี

 พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.ประจำสำนักงาน และพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีลอบยิงนายสนธิว่า จนถึงขณะนี้คณะพนักงานสอบสวนก็ทำงานทุกวัน และกำลังรวบรวมหลักฐานชิ้นสำคัญให้รัดกุมเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา คาดว่าสัปดาห์หน้าน่าจะอนุมัติออกหมายจับ แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่ากี่คน พล.ต.อ.ธานีได้กำชับการให้ข่าวเพราะอาจทำให้ผู้ที่ถูกออกหมายจับหรือผู้ต้องสงสัยโต้แย้งได้