
ทำทีเป็นคนดีช่วยเด็กหญิง14ปีรถเสียฉุดหวังข่มขืน
เด็กหญิง14ปีหวิดตกเป็นเหยื่อคนทำทีเป็นพลเมืองดี ทำทีช่วยก่อนฉุดเข้าข้างทางหวังข่มขืน
เมื่อเวลา 09.00 น. ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุจากด.ญ.น้ำ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี 10 เดือน นักเรียนหญิงชั้น ม.1 พื้นที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทราว่าได้ถูกชายหนุ่มทำทีเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ระหว่างที่รถจักยานยนต์เสีย ขณะเดินทางเข้ามายังเส้นทางบริเวณทางเข้าหน้าวัดอุดมมงคล พื้นที่ ม.5 ต.ท่าไข่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนที่พยายามจะล่วงละเมิดทางเพศ
หลังรับแจ้งจึงได้ประสานแจ้งเหตุมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นเจ้าของท้องที่เกิดเหตุ หลังสายตรวจประจำตำบลเดินทางไปถึงทราบว่า ด.ญ.น้ำ ได้หลบหนีเข้าไปอยู่ยังภายในบริเวณวัดแล้ว พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ว่า ในวันนี้ได้นัดหมายกับเพื่อนๆ จำนวน 7 คน ซึ่งอยู่ในกลุ่มทำรายงานเกี่ยวกับวิชามัคคุเทศก์ ด้านการท่องเที่ยว ซึ่งอยู่ในหมวดของวิชาสังคม ว่าจะเดินทางมาถ่ายภาพทำรายงานยังที่วัดอุดมมงคล แห่งนี้
แต่ระหว่างการเดินทางมานั้นรถจักยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีแดง หมายเลขทะเบียน ขงก 934 ชุมพร ที่ขับมาเกิดโซ่ขาดเสียระหว่างทาง ก่อนที่จะถึงบริเวณด้านหน้าวัดพอดี จึงต้องหยุดรถ และได้โทรศัพท์ไปหาเพื่อนๆ ที่ได้นัดหมายกันเอาไว้แล้ว แต่ปรากฏว่าเพื่อนๆ นั้น ตื่นสาย จึงยังไม่มีใครเดินทางมาถึง ขณะเดียวกันได้มีชายหนุ่มที่ขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาพอดี ได้ขับเลยไปก่อนที่จะวนกลับมาทำทีให้การช่วยเหลือ
ระหว่างที่ตนเองกำลังเผลออยู่นั้น ชายหนุ่มที่เข้ามาให้การช่วยเหลือได้เปลี่ยนไปเป็นคนร้าย และอุ้มเอาตนเข้าไปยังในบริเวณป่าละเมาะข้างทางเพื่อหวังที่จะกระทำการล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งระหว่างเกิดเหตุตนได้พยายามที่จะดิ้นรนขัดขึ้น และได้หยิบเอาโทรศัพท์จากในกระเป๋าเอี้ยมที่อยู่ใต้หน้าอกออกมากดไปยังหมายเลข 191 พร้อมกับพูดขู่คนร้ายว่าได้แจ้งเหตุให้แก่ทางตำรวจทราบแล้ว
เมื่อคนร้ายเห็นว่าตนได้โทรหาตำรวจจริง จึงได้แย่งเอาโทรศัพท์ไปปาทิ้ง ก่อนที่จะรีบขับรถหลบหนีไป และหลังจากตนหลุดพ้นออกมาได้ จึงได้ไปเก็บเอาโทรศัพท์ที่ถูกขว้างทิ้งขึ้นมาโทรไปยังหมายเลข 191 อีกครั้ง เพื่อแจ้งรายละเอียดให้แก่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ ขณะเดียวกันคนร้ายยังได้ขับรถวนกลับมายังที่เกิดเหตุอีกครั้ง ตนจึงได้รีบหนีเข้าไปหลบอยู่ในบริเวณวัดอุดมมงคลดังกล่าว ซึ่งมีพระสงฆ์ ยืนมองดูอยู่จำนวน 2 รูป ก่อนที่ตำรวจจะเดินทางมาถึง
“สาเหตุที่ต้องนัดหมายกับเพื่อนๆ และพากันมายังที่วัดในเขต อ.เมืองฉะเชิงเทรา นั้น เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวภายในเขต อ.บางคล้า นั้น ได้มีเพื่อนๆ กลุ่มอื่นๆ ได้จองทำรายงานก่อนกันหมดแล้ว จึงต้องออกมาหาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่ยังไม่มีใครทำยังต่างอำเภอเพื่อทำรายงานส่งอาจารย์” ด.ญ.น้ำ กล่าว
อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุ เมื่อเวลา 12.00 น. ผู้ใหญ่บ้านท้องที่เกิดเหตุ ได้นำตัว นายไกรสร ศรีสัมฤทธิ์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 ม.5 ต.ท่าไข่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เดินทางเข้ามามอบตัวต่อ ร.ต.ท.วิลาสินีย์ จันทร์สว่าง พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ยังที่ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เพื่อให้ทำการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยเบื้องต้นผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพว่าได้พยายามที่จะก่อเหตุจริง ตามที่ผู้เสียหายชี้ตัวร้องทุกข์
พร้อมระบุว่า ปกติตนเองนั้นมีอาชีพรับจ้างฉีดยาในนาข้าว และใส่ปุ๋ย หลังจากว่างงานก็จะมารับจ้าง รับ-ส่ง พระสงฆ์ภายในวัด ในการเดินทางไปตามที่ได้รับกิจนิมนต์ต่างๆ ขณะเกิดเหตุนั้น เห็นผู้เสียหายรถเสียอยู่เพียงลำพัง จึงได้คิดที่จะลงมือก่อเหตุขึ้น
ด้าน พ.ต.ท.สุพรรณ พลภักดิ์ หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ขณะนี้ได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า “พรากผู้เยาว์เด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อกระทำการอนาจาร, กระทำอนาจารต่อเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพ” ส่วนผู้เสียหายนั้นต้องรอการนัดหมายกับทางผู้ปกครอง พร้อมด้วยพนักงานอัยการ และสหวิชาชีพเฉพาะทาง ในด้านที่เกี่ยวข้องมาทำการสอบสวนปากคำพร้อมกันต่อไป



