
เยี่ยม"ฟาร์มตัวอย่าง"ที่อ่างทองดูวิถีพอเพียงตามแนวพระราชดำริ
ในช่วงฤดูน้ำหลากเกือบทุกปีในพื้นที่ภาคกลางมักจะเกิดน้ำท่วม โดยเฉพาะ จ.อ่างทอง จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด พื้นที่น้ำท่วมครอบคลุมเกือบทั้งจังหวัด ส่งผลให้เรือกสวนไร่นาได้รับความเสียหาย ประชาชนไร้ซึ่งที่อยู่อาศัย จนต้องอพยพขึ้นมาอยู่บนท้องถนน
ด้วยเหตุนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ มีพระราชดำรัสให้สมุหราชองครักษ์ พล.อ.ณพล บุญทับ และรองราชเลขานุการในพระองค์ นายสหัส บุญญาวิวัฒน์ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ของหน่วยราชการต่างๆ จัดหาและดำเนินการ พื้นที่ทำ "ฟาร์มตัวอย่าง" ให้ชาวบ้านได้พักอาศัยขณะน้ำท่วม มีอาหาร มีรายได้ พร้อมยกระดับให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วย
เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม 2552 ทีมงาน "ท่องโลกเกษตร" จึงได้ตามคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) นำโดย นายสายเมือง วิรยศิริ รองเลขาธิการ กปร. เยี่ยมชมความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,005 ไร่ 2 งาน 68 ตารางวา ในท้องที่บ้านยางกลาง ต.สีบัวทอง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง ตามโครงการเฉลิมพระเกียรติ "วิถีพอเพียงตามแนวพระราชดำริ"
สหัส บุญญาวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักพระราชวัง ย้อนอดีตของฟาร์มตัวอย่างแห่งนี้ว่าเกิดขึ้นจากการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยพสกนิกรใน จ.อ่างทอง ที่ถูกน้ำท่วมเกือบทั้งจังหวัด ทำให้ประชาชนเกิดความยากลำบาก พื้นที่ทำมาหากินเสียหาย มีพระราชดำรัสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำฟาร์มตัวอย่างเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงปฏิบัติด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมครัวเรือนของราษฎรได้อย่างถูกหลักวิชาการและปลอดภัยต่อสุขภาพและเป็นแหล่งจ้างงานของราษฎรที่ประสบอุทกภัย รวมถึงราษฎรในบริเวณใกล้เคียง
นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและเป็นศูนย์เรียนรู้ "ฟาร์มตัวอย่างของภาคกลาง" และเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านการเกษตร โดยฟาร์มแห่งนี้ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคม 2550 เป็นต้นมา ซึ่งนับเป็นโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริลำดับที่ 46 ของประเทศ
"ที่นี่เป็นแห่งแรกที่ใช้เวลาทำน้อยที่สุดเพียง 1 เดือน พระองค์ก็รับสั่งว่าให้รีบทำอีก 1 เดือนฉันจะมาเยี่ยม จากนั้นผมก็รีบดำเนินการประสานกับหน่วยงานต่างๆ ทันที ต้องขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาช่วยกันอย่างเต็มที่ เป้าหมายสูงสุดคือช่วยให้คนมีงานทำ มีรายได้ ปัจจุบันมีคนงานเกือบ 400 คน ค่าใช้จ่ายเดือนละ 1 ล้านกว่าบาท ผลผลิตที่ขายได้เพียง 4-5 แสนบาทต่อเดือน ส่วนที่เหลือมูลนิธิศิลปาชีพเป็นคนออกให้" ที่ปรึกษาสำนักพระราชวังเล่าพร้อมชี้ให้เห็นว่า
แนวพระราชดำริในการสร้างฟาร์มตัวอย่างนั้นอย่าได้นำเรื่องขาดทุน กำไรมาเป็นตัวชี้วัดการเติบโตของฟาร์ม แต่ควรคำนึงถึงการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้มากที่สุด แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายมากก็ตาม สำหรับพระองค์แล้วไม่เคยคิดถึงเรื่องกำไรขาดทุนในการช่วยเหลือพสกนิกรที่ได้รับความเดือดร้อนและทุกครั้งที่มีผู้ถามถึงการลดค่าใช้จ่ายด้วยการลดการจ้างแรงงานในฟาร์ม พระองค์ก็จะมีพระราชดำรัสทุกครั้งเหมือนกันว่า "ขาดทุนของฉันคือกำไรของแผ่นดิน"
ด้าน อดิเรก เนี๊ยอั๋น ผู้จัดการฟาร์มแจงรายละเอียดการดำเนินงานภายในฟาร์มว่า ฟาร์มแห่งนี้มีเนื้อที่ทั้งหมด 1,005 ไร่ 2 งาน 68 ตารางวา ในการนี้ได้จัดสรรพื้นที่ให้ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลเขต 1 (สถานีอ้อย) และราษฎรเช่าบางส่วน คงเหลือพื้นที่จัดทำฟาร์มตัวอย่างประมาณ 721 ไร่ 28 ตารางวา จากผลการดำเนินงานจนถึงปัจจุบันปรากฏว่าสามารถจ้างแรงงานทำงานในฟาร์ม รวมทั้งสิ้น 395 คน มีทั้งแรงงานในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย
นอกจากนั้นแล้วฟาร์มแหล่งนี้ยังเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัย มีทั้งนาข้าว พืชผัก ผลไม้ชนิดต่างๆ ด้านปศุสัตว์มีการเลี้ยงสุกรจินหัวและแพะ ซึ่งรัฐบาลจีนได้น้อมเกล้าฯ ถวาย จำนวน 20 ตัวและหมูลูกผสมอีก 150 ตัว และแพะนมจำนวน 250 ตัว ส่วนด้านการประมงมีการเลี้ยงปลานิลจิตรลดา เลี้ยงกุ้งก้ามกราม รวมทั้งเป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ธนาคารข้าว ธนาคารอาหารชุมชน ประชาชนสามารถเลือกหาซื้อผลิตผลจากฟาร์มได้ในราคาถูก
"ผลผลิตจากฟาร์มเริ่มเก็บเกี่ยวได้เมื่อปีที่แล้ว ทุกวันนี้ก็มีไม่พอขาย เรามุ่งเน้นขายให้แก่คนในฟาร์มและประชาชนในละแวกใกล้เคียงเป็นหลัก นอกจากนี้ก็ยังมีพ่อค้าจากตลาดแสวงหา จากสิงห์บุรี สุพรรณบุรีเข้ามารับซื้อถึงฟาร์ม แล้วก็ส่งให้ร้านของมูลนิธิศิลปาชีพที่ตลาด อ.ต.ก. กรุงเทพฯด้วย" ผู้จัดการฟาร์มคนเดิมเผย
ฟาร์มตัวอย่างแห่งนี้ ปัจจุบันมีการแบ่งพื้นที่ดำเนินกิจกรรมทางการเกษตร ประกอบด้วยแปลงพืชปุ๋ยสด ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอกและโรงเรือนต่างๆ 17 ไร่ แปลงปลูกผักปลอดสารพิษ (สำนักพระราชวัง) 17 ไร่ โรงงานทำเซรามิก 8 ไร่ ที่ทำการฟาร์ม 5 ไร่ ธนาคารข้าว 4 หลัง พลับพลาที่ประทับ 1 หลัง สระน้ำพัฒนาที่ดิน 15 ไร่ แปลงไม้ผล 14 ไร่ แปลงปลูกผัก (สำนักงานเกษตรจังหวัด) 17.5 ไร่ โรงเรือนเพาะเห็ด 52 โรง 12 ไร่ แปลงสวนป่า 10 ไร่ แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ปลูกไม้ผลและสวนป่าระยะ 2 จำนวน 263 ไร่ แปลงเลี้ยงสัตว์ 54 ไร่ แปลงปลูกหม่อนเลี้ยงไหม 15 ไร่ แปลงเลี้ยงสัตว์น้ำ 44 ไร่ แปลงปลูกข้าว 70 ไร่ สถานีอ้อย 307 ไร่ และจัดสรรให้ราษฎรเช่า 17 ราย ประมาณ 85 ไร่
ฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ จ.อ่างทอง นับเป็นตัวอย่างความสำเร็จในการพัฒนาพื้นที่ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้ประชาชนได้นำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตให้บังเกิดความมั่นคงและยั่งยืนสืบไป
สุรัตน์ อัตตะ



