
สอบ'หมอเปรมศักดิ์'5ชม.ประกาศ'ไม่มีวันแพ้'
ตำรวจภูธรบ้านไผ่สอบ“หมอเปรมศักดิ์”5ชม.ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาแถมฟ้องกลับสื่อ ได้รับการปล่อยตัวกลับประกาศ'ไม่มีวันแพ้'
ความคืบหน้าคดีผู้สื่อข่าวแจ้งความ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีต ส.ส.ขอนแก่น ปัจจุบันเป็นนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวและบังคับขืนใจ ปิดล็อกห้องและจับผู้สื่อข่าวถอดกางเกง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จากกรณีกลุ่มผู้สื่อข่าวไปขอสัมภาษณ์ข้อเท็จจริงของภาพที่แชร์กันว่อนโลกออนไลน์เป็นภาพ นพ.เปรมศักดิ์นั่งคู่กับสาว ม.5 ในพิธีมงคลคล้ายงานหมั้นหรือพิธีแต่งงานตามที่เสนอข่าวนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม เวลา 13.00 น. นพ.เปรมศักดิ์พร้อมทนายความเดินทางโดยรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน กท6458 ขอนแก่น ซึ่งเป็นรถของสำนักงานเทศบาลเมืองบ้านไผ่ ไปยังศูนย์ปฏิบัติการและเทคโนโลยี (ศปก) สภ.บ้านไผ่ เพื่อเข้ารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวน หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจขอหมายศาลเพื่อออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาและให้ปากคำในวันนี้ (1 ส.ค.) โดยเมื่อลงจากรถยนต์ได้ทักทายกับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวว่า “รับประทานข้าวเที่ยงแล้วหรือยัง” พร้อมทั้งยกมือไหว้ไปตลอดทาง
ทั้งนี้ พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.จำรัส จันแดง ผกก.สภ.บ้านไผ่ และพนักงานสอบสวน ได้รออยู่ภายในห้อง โดย นพ.เปรมศักดิ์ให้ทนายความนำเอกสารหลักฐานเข้ามอบเป็นหลักฐานและเข้าให้ปากคำโดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพและรับฟังการสอบปากคำแต่อย่างใด
ต่อมา พล.ต.ต.จิตรจรูญให้สัมภาษณ์ภายหลังสอบปากคำกว่า 2 ชั่วโมงว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น นพ.เปรมศักดิ์ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และการที่ นพ.เปรมศักดิ์เข้ามามอบตัวพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจที่จะควบคุมตัวไว้ได้ เบื้องต้นต้องปล่อยตัวไว้ก่อน หากพร้อมเมื่อไหร่ก็จะนัดมาอีกที โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา หลังจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานและพยานในที่เกิดเหตุและสอบสวนพยานบุคคลเพิ่มเติม โดยสอบไปแล้ว 3 ปาก ส่วนที่เหลืออีก 4 คน ตำรวจจะเรียกตัวมาสอบสวนอีกครั้ง
นอกจากพยานหลักฐานบุคคลแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด โดยได้ตรวจยึดมาแล้ว และจะส่งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจเช็คอีกครั้งว่าในวีดีโอมีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง โดยจะตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
พล.ต.ต.จิตรจรูญกล่าวอีกว่า นพ.เปรมศักดิ์ได้แจ้งความนักข่าว 5 คน ในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว หลังจากที่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.บ้านไผ่ ส่วนข้อหาบุกรุกอยู่ในระหว่างการสอบสวน การแจ้งความกลับในครั้งนี้ถือเป็นสิทธิของ นพ.เปรมศักดิ์ ซึ่งตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐานอีกครั้ง
ด้าน นพ.เปรมศักดิ์ออกมาจากห้องสอบสวนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม กล่าวว่า “ได้แจ้งข้อกล่าวหานักข่าว 5 คน ตามที่นักข่าวแจ้งความมาก่อน” นอกจากนี้ นพ.เปรมศักดิ์ยังกล่าวอย่างมั่นใจว่า “คดีนี้ไม่มีแพ้และไม่มีวันแพ้”
ด้าน พ.ต.อ.จำรัสเปิดเผยว่า ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายแจ้งความดำเนินคดีกันและกันใน 3 ข้อหา คือ กักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขืนใจให้กระทำหรือไม่กระทำการใด และทำให้ตกใจกลัว ซึ่งต้องใช้เวลาในการสอบสวนระยะหนึ่ง ส่วนหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดแจ้งกลับมาว่าอุปกรณ์ไม่เพียงพอ ไม่สามารถตรวจสอบได้ ต้องส่งไปตรวจที่ กทม.เท่านั้น
ขณะที่ นายวัฒนาวุฒิ หอวิจิตร ส.ท.บ้านไผ่ เขต 1 เปิดเผยว่า ในอดีตเคยเป็นคนหนึ่งที่ช่วย นพ.เปรมศักดิ์หาเสียง เพราะเป็นเพื่อนสนิทของรองนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ แต่มาในระยะหลังที่ได้เข้าไปคลุกคลีกันแล้ว พบว่า นพ.เปรมศักดิ์มีนิสัยส่วนตัวบางประการเกี่ยวกับเด็กนักเรียน แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือความปลอดภัยของบุคคลที่ออกมาให้ข่าวและเปิดเผยข้อเท็จจริง โดยเฉพาะมี ร.ต.นายหนึ่ง ที่เป็นเลขาฯและเป็นอดีตข้าราชการทหาร ทราบว่าเป็นคนที่จะทำทุกอย่างให้ได้แบบถวายชีวิต จึงทำให้ชาวบ้านรู้สึกกลัว เพราะใครๆ ก็รู้ว่า ร.ต.นายนี้พกปืนเป็นประจำ ปัญหานี้เชื่อว่าภายใต้การนำของรัฐบาล คสช.คงจะแก้ไขและไม่ควรที่จะปล่อยให้เรื่องนี้บานปลาย และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหลีกเลี่ยงความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้
วันเดียวกัน เวลา 09.30 น. ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายเดชคำรณ สิงคลีบุตร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น (ส.อบจ.ขอนแก่น) เขตบ้านไผ่ ในฐานะตัวแทนคณะกรรมการสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านไผ่ (ขก.5) พร้อมด้วย ส.อบจ.อีกหลายคน ได้ยื่นหนังสือ 3 ประเด็นหลัก คือ 1.สอบถามพร้อมทั้งติดตามผลที่ให้ผู้รับผิดชอบทบทวนหรือระงับบทบาทการเป็นประธานกรรมการศึกษาโรงเรียนของ นพ.เปรมศักดิ์ 2.ขอให้จังหวัดได้มีคำสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ ตรวจสอบและเอาผิดเจ้าหน้าที่ของรัฐ และ 3.ปัญหาการปลดพนักงานเทศบาลเมืองบ้านไผ่ที่ไม่เป็นธรรม
วันเดียวกัน ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยและคณะ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ออกคำสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ของ นพ.เปรมศักดิ์ ในระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริงและดำเนินคดีจากการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและวินัยอย่างร้ายแรง
“จากการไปตรวจสอบสมาคมพบว่าเด็กสาวคนดังกล่าวได้ย้ายหนีไปแล้ว และหากยังอยู่ในตำแหน่งเกรงว่าอาจมีการบิดเบือนหรือทำลายพยานหลักฐานให้เสียหาย รวมถึงพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องจะไม่ได้รับความเป็นธรรมและถูกโยกย้ายได้” นายศรีสุวรรณ กล่าว



