
ครั้งแรก! ผู้นำไต้หวันขอโทษ ชนพื้นเมือง
ไช่ อิง เหวิน เป็นผู้นำไต้หวันคนแรก ขอโทษ ชนพื้นเมือง อย่างเป็นทางการ ตั้งคณะกรรมการสอบความอยุติธรรมในอดีต ผู้นำชนเผ่าหวังคำสัญญาจะไม่ว่างเปล่า
วันที่ 1 สิงหาคม ประธานาธิบดีไช่ อิง เหวิน ผู้นำไต้หวันเพียงคนเดียวที่มีเชื้อสายชนพื้นเมือง ประกาศเริ่มมาตรการเยียวยา และยกระดับสิทธิของชนพื้นเมืองที่ถูกลิดรอนมายาวนาน โดยเริ่มจากการกล่าวขอโทษอย่างเป็นทางการในนามของรัฐบาลต่อความทุกข์ทรมานและความอยุติธรรมที่ชนพื้นเมืองถูกกระทำ 400 ปี ซึ่งเป็นคำขอโทษครั้งแรกจากผู้นำไต้หวัน
ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่มีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ นางไช่ กล่าวด้วยว่า การขอโทษเป็นก้าวแรกของกระบวนการปรองดอง และขอใช้โอกาสนี้ ประกาศตั้งคณะกรรมการความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านของชาวพื้นเมือง ที่จะมีประธานาธิบดีเป็นประธาน
(ภาพ AFP )
วิถีชีวิตของชนพื้นเมือง 16 เผ่าซึ่งมีสัดส่วน 2 % ของประชากรไต้หวัน 23.5 ล้านคน เผชิญการรุกล้ำกัดกร่อน นับตั้งแต่ชนชาวฮั่นจากจีนอพยพเข้าไปบนเกาะแห่งนี้เมื่อ 400 ปีที่แล้ว ที่ดินซึ่งแต่เดิมเป็นของพวกเขาจำนวนมากถูกประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เกิดปัญหาขัดแย้งเรื่องการล่าสัตว์ ทำประมงและการหาอาหารในหลายพื้นที่ต้องมีใบอนุญาต
ถึงปัจจุบัน ชนพื้นเมืองยังเป็นกลุ่มด้อยโอกาส มีรายได้ไม่ถึง 40% ของรายได้เฉลี่ยของไต้หวัน และอัตราว่างงานสูงกว่า
นอกจากนี้ ชนพื้นเมืองยังร้องเรียนเรื่องโครงการพัฒนาบนเกาะบรรพบุรุษ ที่ฝ่ายสนับสนุนระบุว่าคิดเป็นพื้นที่สองในสามของเกาะไต้หวัน มักได้รับความเห็นชอบโดยไม่เคยสอบถามความเห็น
เมื่อเดือนที่แล้ว พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี ) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล สัญญาจะผ่านกฎหมายพื้นฐานชนพื้นเมือง เพิ่มสิทธิปกครองตนเองแก่ชุมชนพื้นเมือง อนุรักษ์ภาษา ที่ทำกินและสิทธิทางทะเล
ประธานาธิบดีไช่ ได้ให้สัญญาเรื่องเหล่านี้อีกครั้งในการแถลงขอโทษ แต่มายอว์ บิโฮ นักเคลื่อนไหวจากชนเผ่า อามิส ที่ปักหลักชุมนุมในกรุงไทเปตั้งแต่คืนก่อน กล่าวว่า คำขอโทษน่าประทับใจ แต่ข้อเสนอของประธานาธิบดีหญิงยังไม่ได้ตอบสนองความคาดหวัง เพราะนับตั้งแต่ขึ้นมาบริหารประเทศเมื่อพฤษภาคม พรรคดีพีพี ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเสนอกฎหมายสิทธิชนพื้นเมืองเข้าสู่สภาเลย
( ภาพ AFP )
คาเปน งาเนน ผู้เฒ่าวัย 80 ปีจากชนเผ่ายามีบนเกาะออร์คิด กล่าวว่า พอใจกับคำขอโทษ แต่รัฐบาลควรแสดงความจริงใจด้วยการแก้ปัญหาเร่งด่วน อย่างเรื่องที่พวกเขาประท้วงการใช้เกาะออร์คิดเป็นสถานที่เก็บกากนิวเคลียร์มานานกว่า 30 ปี
นอกจากมาตรการที่พรรคดีพีพีเสนอแล้ว ยังมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลรวมชนเผ่าพื้นเมืองเข้าไว้ในกฎหมายความยุติธรรมช่วงเปลี่ยนผ่าน ที่มุ่งเยียวยาผู้ถูกกดขี่ทางการเมืองช่วงปี 2492-2533
ในสมัยอยู่ใต้กฎอัยการศึก ช่วงปี 2492-2530 ชนเผ่าพื้นเมืองจำนวนมากถูกบังคับให้เปลี่ยนเป็นชื่อจีน
นายกัวะ ชิน ซูเม่ย 1 ใน 6 ส.ส.ชนพื้่นเมืองในรัฐสภาไต้หวัน 113 ที่นั่ง กล่าวกับสเตรทส ไทมส์ว่า การพูดว่าจะช่วยเหลือชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองนั้น มีมาตลอด แต่ดูเหมือนจะเป็นโวหารทางการเมืองเสียมาก โดยเฉพาะเรื่องการส่งคืนที่ดินบรรพบุรุษ หวังว่าคำสัญญาที่ผู้นำหญิงให้ในวันนี้ จะส่งผลต่างออกไป



