
ร่างรธน.มีชัย อคตินักการเมือง ??
“นิพิฏฐ์” ชี้ร่างรธน. มีชัย อคตินักการเมือง พร้อมสืบทอดอำนาจ คสช. ผ่าน ส.ว. ลากตั้ง
วันที่ 1 ส.ค. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเหตุผลไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ออกมาโดยมีอคติต่อนักการเมืองในเกือบทุกด้าน อีกทั้งยังให้ ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาถ่วงดุลเสียงข้างมากในสภา และตนมั่นใจว่า ผบ.เหล่าทัพที่เข้าไปเป็น ส.ว. โดยตำแหน่งตามมาตรา 269(1)(ค) จะทำให้ย้อนไปสู่ยุคจอมพลถนอม กิตติขจร ทั้งๆที่เจตนารมณ์ของการมี ส.ว. คือต้องการคนที่เป็นกลางทางการเมือง และต้องไม่เป็นสภาผัวเมีย หรือสภาครอบครัว แต่ทหารก็ยังให้ ผบ.เหล่าทัพ เข้ามาเพื่อคุมเสียงของ ส.ว. สรรหา ซึ่งเป็นการทำลายเจตนารมณ์ของการมี ส.ว. อีกทั้งยังเป็นการสืบทอดอำนาจ คสช. ผ่าน ส.ว. ด้วย นอกจากนี้ยังให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มาจากการเลือกตั้งต้องพ้นจากกทำหน้าที่ ในกรณีใช้งบแปรญัตติ หรือใช้งบผิดประเภทในมาตรา 168 ให้ปลัดกระทรวงเลือกกันเองให้คนหนึ่งคนใดนายกฯรักษาการณ์ ถือเป็นการทำลายแก่นของระบบอบประชาธิปไตย เพราะหลักต้นแบบของประชาธิปไตยมาจากการเสียภาษีของประชาชนเพื่อให้ตัวแทนของเขาเป็นผู้ใช้ ถือเป็นกฎบัตรข้อแรกที่เป็นจุดกำเนิดของประชาธิปไตย แต่ร่างรธน. นี้กลับตาลปัตรยอมให้ข้าราชการ ใช้จ่ายภาษีของประชาชน ผ่านตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่เลือกกันเองได้
นายนิพิฏฐ์ กล่าวอีกว่า ที่สำคัญหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน รัฐธรรมนูญได้กำหนดว่าต้องร่างแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ให้เสร็จภายใน 120 วัน ซึ่งครั้งนี้จะเป็นการยกระดับขึ้นเป็นกฎหมาย ไม่ใช่แค่นโยบาย โดยจะมีผลในการบังคับใช้ ให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต้องทำตาม ทั้งที่ยุทธศาสตร์ดังกล่าวออกแบบโดยรัฐบาลทหาร และแม้ผู้เกี่ยวข้องจะชี้แจงว่า แผนยุทธศาสตร์นี้ สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ แต่ถามว่าโดยข้อเท็จจริงแล้ว ในเมื่อเขาคุม ส.ว. 250 คนในมือได้ ซึ่งเปรียบเหมือนเป็นพรรคการเมืองหนึ่ง การปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎหมายใด ก็ทำได้ยากหากเขาไม่เอาด้วย ดังนั้นนี่จึงเป็นการมัดมือชกรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ทั้งนี้อีกเรื่องสำคัญคือ กรณีคำถามพ่วง ถ้าผ่าน ส.ว.สรรหาสามารถโหวตเลือกนายกฯ ได้ร่วมกับ ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นแล้ว ตนขอฟันธงว่า ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะไม่มีพรรคการเมืองใดได้ ส.ส. มากถึง 250 คน สุดท้าย ส.ว. จะถือเป็นฐานของผู้มีอำนาจ เป็นเหมือนพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง ที่มีตุนไว้แล้วก่อนการเลือกตั้ง.



