ข่าว

เอ็นเทคฯบุกเบิกสินค้านวัตกรรมส่งโดรนตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่

เอ็นเทคฯบุกเบิกสินค้านวัตกรรมส่งโดรนตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่

01 ส.ค. 2559

เอ็นเทคฯบุกเบิกสินค้านวัตกรรมส่ง'โดรน'ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยอนัญชนา สาระคู 

            ในยุคปัจจุบัน “คนไทย” เลือกที่จะใช้ชีวิตบนความ “แตกต่าง” ตามความพอใจของแต่ละบุคคลภายใต้กระแสความนิยม ซึ่งพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ โดยบริษัท เอ็นเทค แอสโซซิเอท จำกัด ได้เห็นโอกาสในจุดนี้ จึงได้ขยายธุรกิจ ด้วยการเป็นผู้นำเข้า “โดรน (Drone)” หรืออากาศยานไร้คนขับ เพื่อมาตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคยุคใหม่โดยเฉพาะ

            “โสภณ นานาสมบัติ” ประธานกรรมการ บริษัท เอ็นเทค แอสโซซิเอท จำกัด เกริ่นให้ฟังว่า “โดรน” เข้ามาในบ้านเราน่าจะเกิน 10 ปีแล้ว แต่ยังไม่แพร่หลายนัก เพราะเชื่อว่ายังจำกัดอยู่ในแวดวงทางการทหารเท่านั้น สำหรับกลุ่มบุคคลทั่วไป ย้อนหลังน่าจะไม่เกินระยะ 5 ปีได้ แต่ต้องบอกก่อนว่าเครื่องบินบังคับนั้น มีมานานแล้ว ราว 40-50 ปีก่อน และก็ได้มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วงหลังๆ ผู้ผลิตมองเห็นโอกาสทางการตลาดโดรน คือมองเห็นอนาคต จึงได้พัฒนาสินค้าดังกล่าวขึ้นมา

            โดยระยะแรกอาจจะยังมีราคาสูง จนเมื่อได้รับความนิยมและตลาดมีขนาดใหญ่ขึ้น จึงได้ใส่เทคโนโลยีเข้าไปมากขึ้น แต่ราคาก็ไม่ได้สูงตามขึ้นไปนัก ยกเว้นกรณีการใส่เทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มเข้าไปมากกว่ารุ่นเดิม ราคาก็จะขยับขึ้น เหมือนกับสมาร์ทโฟน ที่หากเป็นรุ่นเดิมราคาจะไม่ได้ขยับขึ้น ยกเว้นการออกรุ่นใหม่ๆ ที่มีการพัฒนาใหม่ๆ ใส่เพิ่มเข้าไป เมื่อเปิดตัวออกมาราคาก็จะขยับสูงขึ้นทุกครั้งไป

            สำหรับบริษัท เอ็นเทคฯ ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือวัดสำหรับงานอุตสาหกรรม พลังงาน ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม มีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นลูกค้าองค์กร แต่ก็มีความสนใจในตลาดคอนซูเมอร์ เพราะเห็นว่าเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ และมีโอกาสทางธุรกิจไม่แพ้ด้านอุตสาหกรรม

            เมื่อกลางปี 2558 บริษัทจึงมีแผนที่จะขยายธุรกิจเพิ่มเติม โดยกำหนดผลิตภัณฑ์ที่จะนำเข้ามาจำหน่ายจะต้องเป็นสินค้าที่มีนวัตกรรม ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และเป้าหมายกลุ่มลูกค้าเป็นได้ทั้งกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปและลูกค้าระดับองค์กร ซึ่งจากการศึกษาหลายๆ ผลิตภัณฑ์และตลาดแล้วก็พบว่าธุรกิจตัวนี้มีตลาดที่เติบโตขึ้นต่อเนื่อง

            “ข้อมูลจากบริษัทวิจัยหลายๆ แห่ง บ่งชี้ว่า ในด้านการตลาดธุรกิจ “โดรน” จะมีการเติบโตต่อเนื่องไปอีก หรืออย่างน้อยอีก 10 ปีข้างหน้า เพราะคนไทยมีความคุ้นเคยกับการถ่ายภาพกันอยู่แล้ว แต่ปกติก็จะได้มุมจากการถ่ายภาพด้านล่าง การจะได้ภาพมุมสูงจะต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ หรือรถเครนเพื่อยกอุปกรณ์ถ่ายภาพขึ้นไปด้านบน ซึ่งตรงนั้นจะทำให้มีต้นทุนค่อนข้างสูง แต่ปัจจุบันโดรนมีราคาเป็นหลัก 2-3 หมื่นบาท ทำให้การถ่ายภาพมุมสูงที่ในอดีตใช้เคยต้นทุนสูงมาก ปัจจุบันกลับทำได้ง่ายขึ้นเยอะ ภายใต้ต้นทุนที่ต่ำลง”

            ทางด้านธุรกิจก็เติบโตอย่างเห็นได้ชัด เช่นในกลุ่มการจัดงานอีเวนท์ต่างๆ กลุ่มนักข่าว ช่างภาพสมัครเล่น หรือบุคคลที่อยู่ในแวดวงอาชีพธุรกิจนี้ เขาสามารถจัดหาโดรนสำหรับการถ่ายภาพมุมสูงได้ด้วยตัวเอง หรือหากจะต้องการภาพถ่ายที่มีความละเอียดสูง ราคาโดรนก็จะประมาณหลัก 4-5 หมื่นบาท

            ส่วนตลาดที่มีขนาดใหญ่ไปกว่านั้นคือ ตลาดผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งปัจจุบันยังครองส่วนแบ่งกว่า 80% ของมูลค่าตลาดโดรนในปีนี้ที่มีประมาณ 400 ล้านบาท โดยเฉพาะในบุคคลที่รักการเดินทาง ท่องเที่ยว หรือมีงานอดิเรกในการถ่ายภาพ ตลาดนี้จะมีการเติบโตไปได้อีกมาก

            “ตลาดที่เป็นสัดส่วนหลักของโดรนคือตลาดผู้บริโภคทั่วไป ในกลุ่มคนที่ท่องเที่ยวบ่อย จะเดินทางไปเป็นครอบครัว หรือมีงานอดิเรกถือการถ่ายภาพ ปัจจุบันพบว่ามีการใช้โดรนเพื่อการถ่ายภาพมุมสูงกันมากขึ้น ซึ่งอย่างผมเองที่ได้ทดลองใช้ก็พบว่าเราได้ประสบการณ์ใหม่จริงๆ ผมทดลองบินครั้งแรกก็ยังรู้สึกตื่นเต้น และเห็นว่าเราได้ภาพออกมาอย่างนี้นี่เอง” โสภณ กล่าว

            ทั้งนี้ เอ็นเทคฯ เป็นผู้นำเข้าโดรน แบรนด์ “YUNEEC” (ยูนีค) เพียงรายเดียวในประเทศไทย โดยยูนีค เป็นผู้ผลิตโดรนที่มีชื่อเสียงและใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เนื่องจากเป็นผู้ผลิตเครื่องบินส่วนบุคคลมาก่อน และมีความเชี่ยวชาญในเรื่องเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับอากาศยาน ปัจจุบันบริษัท นำเข้าโดรนอยู่ 3 รุ่น คือ Typhoon Q500 4k, Typhoon H และ Tornado H920 โดยโดรนตระกูล “ไต้ฝุ่น” จะเป็นโดรนขนาดเล็กที่มีน้ำหนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม

            “บริษัทได้เริ่มนำเข้าไต้ฝุ่นมาจำหน่ายในประเทศตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เปิดตัวจนถึงปัจจุบัน ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จากผลตอบรับจากลูกค้าที่ชอบในการออกแบบ และฟีเจอร์ใหม่ๆ ในการควบคุมการบินซึ่งค่อนข้างสวยงามและลงตัว โดยลูกค้าใหม่ที่ยังไม่เคยได้ใช้โดรนมาก่อนก็เลือกใช้งานโดรนของ ยูนีคเป็นครั้งแรก หรือคนที่เคยใช้แล้วก็มาเลือกเราเพราะในเรื่องบริการหลังการขายที่มีมาตรฐาน”

            สำหรับแผนการทำตลาดโดรนในประเทศไทยนั้น ประธานกรรมการ เอ็นเทคฯ บอกว่า จะเน้นช่องทางการขายใน 2 กลุ่มคือ การกระจายผ่านหน้าร้านค้าปลีกของบริษัทเองคือ HobbyDD (ฮอบบี้ดีดี) หรือที่รู้จักกันในชื่อของเว็บไซต์ HobbyDD.com ซึ่งนอกจากจะเป็นหน้าร้านจำหน่ายปลีกแล้ว ยังเป็นจุดบริการหลังการขายให้แก่โดรนแบรนด์ยูนีค อีกด้วย ปัจจุบันมีร้านฮอบบี้ดีดี อยู่ 3 สาขาคือ ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต, ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ และศูนย์การค้าเมกา บางนา และหลังจากที่ได้ทำตลาดสักระยะหนึ่งแล้ว มองการขยายสาขาไปยังพื้นที่อื่นๆ ในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ต่อไป

            อย่างไรก็ดี ยังมีอีกช่องทางคือการจำหน่ายผ่านสาขาตัวแทนจำหน่าย ประกอบด้วย เจมาร์ท, ไอทีซิตี้, ดิจิทัลทูโฮม และล่าสุดเพิ่งได้เซ็นสัญญากับร้านแมงป่อง ที่ปัจจุบันได้เปลี่ยนธุรกิจจากการจำหน่ายซีดีเพลงและดีวีดี มาเป็นการจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวกับอุปกรณ์เครื่องเล่นต่างๆ

            “เครือข่ายพันธมิตรเหล่านี้จะทำให้เรามีช่องทางร้านค้าในห้างสรรพสินค้า หรือช็อปปิ้ง มอลล์ ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น และปัจจุบันมีการกระจายร้านค้าได้ราว 40-45 แห่ง และจะเพิ่มเป็น 100 แห่งภายในปีนี้”

             ชูสินค้านวัตกรรม-เติบโตแบบยั่งยืน

            “โสภณ นานาสมบัติ” ประธานกรรมการบริษัท เอ็นเทค แอสโซซิเอท จำกัด เล่าว่า บริษัทก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2536 เริ่มธุรกิจการเป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายสินค้าที่เป็นเครื่องมือตรวจวัดในงานอุตสาหกรรมต่างๆ จากนั้นได้เพิ่มผลิตภัณฑ์อื่นๆ เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีนวัตกรรม จึงสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัท ที่จะเป็นผู้ดำเนินธุรกิจด้านเครื่องมือตรวจวัด และอุปกรณ์ที่มีนวัตกรรม โดยมีมาตรฐานระดับสากล

            นอกจากนี้ ปัจจุบันบริษัทยังได้นำระบบบริหารคุณภาพไอเอสโอ 9001 มาใช้ในการบริหารงานและได้มีการปรับปรุงคุณภาพการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง

            “ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงที่ยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร เพราะด้วยภาวะราคาน้ำมันที่ค่อนข้างต่ำ อีกทั้งการส่งออกก็ชะลอตัวลงเนื่องจากผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ทำให้ประเทศไทยซึ่งเป็นฐานการผลิตจึงยังค่อนข้างมีปัญหา อย่างไรก็ตาม บริษัทเองมีความเกี่ยวโยงกับหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมอาหาร การผลิต สิ่งทอ ปิโตรเคมี และก่อสร้าง เป็นต้น จึงไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะดังกล่าวนัก แต่การเติบโตของสินค้าก็ไม่เด่นชัด แต่พยายามจะรักษาไม่ให้ยอดขายต่ำกว่าปีก่อน” โสภณ กล่าว

            อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทได้เริ่มขยายธุรกิจใหม่ด้วย คือนำเข้าและจำหน่ายโดรน แบรนด์ยูนีค ในปีนี้เราจึงตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 350 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้จากโดรนประมาณ 20%

            ประธานกรรมการ เอ็นเทค บอกถึงแนวทางการเติบโตของบริษัท ว่าจะเน้นการคัดเลือกสินค้าที่มีคุณภาพ และสินค้าจะต้องถูกนำเสนอผ่านตัวแทนที่จะต้องมั่นใจได้ว่าจะสามารถนำเสนอสินค้าของบริษัทได้อย่างเป็นมืออาชีพ และเป็นบุคคลที่มีความรู้ในการให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าหรือผู้ที่สนใจได้ รวมถึงมีการให้บริการหลังการขายที่ดี ซึ่งถือเป็นแนวทางหลักในการทำให้ธุรกิจมีความยั่งยืน