สุดทนร้องทหารช่วยจับเด็กแว้นปิดถนนแข่ง
ชาวปทุมธานีสุดทนร้องทหารช่วยจับเด็กแว้นปิดถนนแข่งรถได้6คนรถจยย.14คัน
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 31 ก.ค. 59 พ.ท.จิรเดช พง์สุวรรณ ผบ.ปตอ.พัน1 รอ. ร่วมกับฝ่ายปกครองได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีวัยรุ่นจับกลุ่มแข่งรถจักรยานยนต์ทุกวันอาทิตย์ สร้างความเดือกร้อนและรำคาญให้แก่ประชาชนใกล้เคียงที่บริเวณถนนกลางทุ่งนา หมู่ 12 ต.ระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จึงได้ประสาน ร.ท.มนตรี ภมรพล และร.ต.บรรณ์ฑูรย์ ผลสุขขา พร้อมกำลังทหารประจำพื้นที่อำเภอลาดหลุมแก้ว จำนวน 15 นาย รถยนต์ทหาร จำนวน 4 คัน เข้าทำการปิดล้อมกลุ่มวัยรุ่นที่แข่งรถจักรยานยนต์ สามารถวัยรุ่นผู้ชายได้จำนวน 6 คน อายุ ไม่ถึง 18 ปี พร้อมรถจักรยานยนต์จำนวน 14 คัน ส่วนอีก 40 คันสามารถหลบหนีไปได้
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 หัวหน้า คสช. โดยความเห็นชอบของ คสช. ได้มีคำสั่ง ห้ามรวมกลุ่มหรือมั่วสุมในลักษณะที่น่าจะนำไปสู่การแข่งรถในทางอันเป็นความผิดซึ่งต้องรับโทษตามกฎหมาย หากมีให้เจ้าหน้าที่เข้าระงับยับยั้งตามที่เห็นสมควร เช่นการนำรถที่สงสัยว่าจะใช้แข่งขันมาเก็บรักษาไว้ชั่วคราว ส่วนพ่อแม่ผู้ปกครองต้องเลี้ยงดู อบรม ยับยั้ง พฤติกรรมที่ไม่ดี ตลอดจนต้องไม่สนับสนุนหรือปล่อยปละละเลยให้เยาวชนในปกครอง รวมกลุ่มหรือมั่วสุมเพื่อการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ หากมีการกระทำผิดให้ถือว่าเป็นความรับผิดชอบของ พ่อแม่ผู้ปกครองด้วย นอกจากนี้ยังให้แจ้งการกระทำของเด็กในปกครองให้ผู้ปกครองทราบ เพื่อป้องกันตักเตือน หรืออาจให้วางประกันตามสมควรไม่เกิน 2 ปี แต่ถ้าการกระทำผิดซ้ำอีก ให้ผู้ปกครอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบเงินประกันเป็นของกองทุนคุ้มครองเด็ก
ด้านร.ต.บรรณ์ฑูรย์ ผลสุขขา กล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากชาวบ้านว่ามีกลุ่มวัยรุ่นแข่งรถจักรยานยนต์ทุกวันอาทิตย์ ช่วงเวลา 17.00 น. ถึง 18.00 น.เป็นระยะเวลากว่า 4 ปีแล้ว โดยมีพฤติกรรมจะปิดถนนแข่งรถ ซึ่งถนนดังกล่าวมีลักษณะเป็นทางตรงสองฝั่งถนนเป็นทุ่งนา ทำให้ชาวบ้านที่ใช้เส้นทางต่างลำบากและได้รับความเดือดร้อน ที่ผ่านมาเคยร้องเรียนไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข จึงได้ร้องเรียนมาทางทหาร หลังจากทราบเรื่องจึงประสานกำลังในพื้นที่และฝ่ายปกครองเพื่อจับกุม แต่ก็ได้เพียงวัยรุ่นบางส่วนเท่านั้น ส่วนใหญ่จะหลบหนีไปได้ ทั้งนี้จะส่งตัววัยรุ่นพร้อมรถจักรยานยนต์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการต่อ พร้อมประสานผู้ปกครองให้มารับทราบพฤติกรรมของบุตรหลานต่อไป



