
รวบกลุ่มโจ๋รุมทำร้าย2หนุ่มกลาง4แยกเชียงใหม่
กลุ่มโจ๋วัย 19-20เมา รุมทำร้ายวัยรุ่น 2 คน อุกอาจกลางสี่แยกไฟแดงห้างดังเชียงใหม่ ท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เวลา 01.16น. (31 กรกฎาคม 2559) ได้เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นเพศชาย อายุ ประมาณ 19-20 ปี จำนวน 4 คน ได้รุมทำร้าย ชาย 2 คนที่บริเวณกลางสี่แยกรินคำ ถ.นิมมานเหมินทร์ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ (ตรงข้ามห้างเมย่า)ก่อนจะหลบหนีไป กระทั่งมีหนึ่งในผู้อยู่ในเหตุการณ์ได้บันทึกภาพวีดิโอและเผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดีย และมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ในช่วงเช้าวันนี้(31 กรกฎาคม 2559) เนื่องจากบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งถือเป็นย่านเศรษฐกิจมีผู้คนสัญจรคับคั่ง ตลอดเวลา โดยขณะก่อเหตุนั้นก็มีผู้เห็นเหตุการณ์จำนวนมาก ถือเป็นการก่อเหตุทำร้ายร่างกายอย่างอุกอาจ
กระทั่งเมื่อเวลา 15.30น. วันนี้ ที่สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พ.ต.อ.ปรีชา วิมลไชยจิต รอง ผบก.ภ.จว.ชม.ร่วมกับ พ.ต.อ.ปิยะพันธุ์ ภัทรพงษ์สินธุ์ รองผบก.ภ.จว.ชม.และ พ.ต.อ.ปิตปพงษ์ บุตรเปี่ยม ผกก.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม ตัวผู้ต้องหาคดีดังกล่าวได้จำนวน 3 ราย ได้แก่ นายณรงค์ชัย คำชามา หรือดอย อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 300/89 หมู่ 10 ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ,นายภคพล พิมพ์นวน หรือ ออม อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84/2 หมู่ 4 ต.ป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และนายณัฐธัญ บุญทองอ่อน หรือ ซัน อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันทำร้ายร่างกาย ซึ่งเพื่อนอีกคนที่อยู่ในคลิปนั้นไม่ได้มีการจับกุมตัวเนื่องจากยืนอยู่เฉยๆไม่ได้ร่วมทำร้ายร่างกายอีกฝ่าย
พ.ต.อ.ปรีชา วิมลไชยจิต รอง ผบก.ภ.จว.ชม. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้เร่งติดตามกลุ่มคนร้ายโดยการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดตามโครงการโปลิสอายส์( Police eyes) และโครงการโปลิสไฟท์ (Police Fight) กระทั่งสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้จำนวน 3 คน คือ นายณรงค์ชัย คำชามา หรือดอย อายุ 19 ปี ,นายภคพล พิมพ์นวน หรือ ออม อายุ 19 ปี และนายณัฐธัญ บุญทองอ่อน หรือ ซัน อายุ 20 ปี ได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ
โดยการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำมาใช้สืบสวนหาตัวคนร้าย จะเห็นภาพว่าผู้เสียหาย 2 ราย ที่เป็นเพื่อนกัน คือนายภาคภูมิ และนายแดง อายุ 19-20 เช่นกัน (นามสมมติเนื่องจากผู้เสียหายไม่อยากเปิดเผย) ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์คนละคัน มาหยุดอยู่ที่บริเวณสี่แยกไฟแดง แยกรินคำ ก่อนที่กลุ่มผู้ต้องหาจำนวน 4 คนจะขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อน2 จำนวน2คันติตามมาในระยะเวลาไม่ถึง 1 นาที ก่อนจะมาจอดอยู่ใกล้ๆที่ด้านหน้าสุดของแถวรถที่หยุดรอไฟจราจร ก่อนที่นายภคพล หรือออม จะเดินไปชกผู้เสียหาย แล้วกลุ่มเพื่อนก็ร่วมกันรุมทำร้ายดังกล่าว จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บ โดยนายภาคภูมินั้น มีแผลแตกบริเวณศีรษะด้วย
หลังจากก่อเหตุแล้วกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ขับรถหลบหนีมุ่งหน้าตรงไปทางแยกเจ็ดยอด ซึ่งเจ้าหน้าที่สืบสวนได้ข้อมูลเป็นภาพถ่ายขณะเกิดเหตุจากผู้ที่ถ่ายไว้ได้ และได้หมายเลขแผ่นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ 1 ในกลุ่มผู้ก่อเหตุ และได้ตรวจสอบรายชื่อผู้ครอบครองและติดตามจนพบตัวผู้ต้องหาดังกล่าว โดยจากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง3คน ให้การรับสารภาพว่าทำไปเพราะความคึกคะนอง และขาดสติจากการดื่มสุรา ขณะที่ไม่เคยรู้จักกับผู้เสียหายมาก่อน หรือเคยมีเรื่องวิวาทมาก่อนแต่อย่างใด
ก่อนเกิดเหตุนั้นผู้ต้องหาและเพื่อนรวม 4 คน ได้ซื้อสุรามาดื่มกินกันบริเวณถนน ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ก่อนที่สุราจะหมด นายภคพล หรือออม จึงอาสาขับขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากซอยหนึ่งเพื่อจะไปซื้อสุรามาดื่มกับเพื่อนเพิ่ม ขณะนั้นนายภาคภูมิ และนายแดง ได้ขับขี่มาจากทางถนนสายหลัก(ทางเอก) คือถนนนิมมานเหมินทร์ เพื่อจะกลับบ้าน โดยไม่ได้ชลอรถด้านหน้าซอยที่นายภคพลกำลังขับขี่ออกมา จนเกือบชนกัน ซึ่งนายภคพลขี่ออกจากซอยโดยไม่ได้เบรคเช่นกัน จนนายภคพลได้ตะโกนไปว่า ทำไมถึงไม่ชะลอรถ แต่นายแดงก็ไม่ได้โต้ตอบเพียงแค่หยุดรถมองนายภคพลแล้วขับขี่ไปต่อ หลังจากนั้นนายภคพลจึงเกิดบันดาลโทสะคิดว่านายแดงหาเรื่อง จึงกลับไปตามเพื่อนที่เหลือเพื่อจะไปทำร้ายอีกฝ่ายดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ขณะที่มีการแถลงข่าว เพื่อนและญาติของทั้งสองฝ่ายต่างมาร่วมฟังอยู่ในบริเวณจุดแถลงข่าวจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้พยายามกันคนเพราะเกรงว่าจะมีการกระทบกระทั่งเพิ่มเติม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ให้ฝ่ายผู้ต้องหาไหว้และขอขมาต่อผู้เสียหายท่ามกลางสื่อมวลชน ก่อนที่จะส่งผู้ต้องหาทั้ง 3 ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงค์ เพื่อดำเนินการสอบสวนและดำเนินการปรับตามกฎหมายต่อไป



